5 สเต็ปการชมความงามของฤดูใบไม้ร่วงที่เกาะอะวะจิในญี่ปุ่น

  • ท่องเที่ยว
  • อื่นๆ
  • เฮียวโงะ
  • ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ร่วง เราก็มักจะนึกถึงใบไม้เปลี่ยนสี จากเขียวเป็นแดง ส้ม และเหลือง แต่ไม่ค่อยมีใครคิดถึงการชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ร่วง แต่ในความเป็นจริงมีสถานที่บางแห่งในญี่ปุ่นที่คุณจะสามารถชมทั้งใบไม้เปลี่ยนสีและดอกไม้บานได้ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งที่แห่งนั้นก็คือ “เกาะอะวะจิ”

    เกาะอะวะจิอยู่ในเขตจังหวัดเฮียวโงะ โดยมีสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลกอย่าง สะพานอาคาชิ – ไคเคียว (Akashi Kaikyo) เชื่อมตัวเกาะกับเมืองโกเบ บางคนบอกว่าที่นี่เหมือนเป็นความลับที่ซ่อนอยู่ของจังหวัด เพราะนักท่องเที่ยวส่วนมากก็จะไปชมเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวหลักของญึ่ปุ่น ในขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งมาที่เกาะในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเกาะนี้ก็มีอะไรที่น่าสนใจในฤดูอื่นเหมือนกัน และต่อไปนี้เป็นการแนะนำทีละขั้นตอนสำหรับการไปชมความงามของฤดูใบไม้ร่วงที่เกาะอะวะจิ!

    1. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่อะวะจิ ยุเมะบุไต (Awaji Yumebutai)

    รูปของผู้เขียน

    อะวะจิ ยุเมะบุไต เป็นอาคารอเนกประสงค์ที่ประกอบด้วยโรงแรมและอนุสรณ์สถานบนเกาะอะวะจิ อาคารนี้ตั้งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งใหญ่แห่งฮันชิน (the Great Hanshin-Awaji Earthquake) ในปี 1995 ออกแบบโดย ทาดาโอะ อันโด (Tadao Ando)

    หากคุณได้เดินดูรอบ ๆ จะรู้สึกทึ่งไปกับสถาปัตยกรรมและความอุตสาหะพยายามของชาวญี่ปุ่นในการบูรณะฟื้นฟูอาคารแห่งนี้

    เนื่องจากเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง คุณยังจะได้ชมความงามหลากสีสันจากต้นไม้ด้วย ภายในอาคารยังมีการจัดนิทรรศการศิลปะซึ่งเชื่อมต่อไปถึงโรงแรม Westin Awaji

    เว็บไซต์อะวะจิ ยุเมะบุไต *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. เดินขึ้นสวนเฮียคุดันเอ็น (Hyakudan-en Garden)

    รูปของผู้เขียน

    สวนเฮียคุดันเอ็น หรือ สวนบันไดร้อยขั้น เป็นการจัดสวนด้วยแท่นดอกไม้ที่ออกแบบเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว อันที่จริงแล้วสวนแห่งนี้ไม่ได้มีบันไดร้อยขั้นตามชื่อของสวน แต่เป็นพันขั้น! จำนวนแท่นดอกไม้ต่างหากที่เป็น 100

    รูปของผู้เขียน

    ดอกไม้ของที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกทึ่งไปกับความงดงามที่ยังคงมีเหลืออยู่ให้คุณได้ชื่นชมในฤดูใบไม้ร่วง และถ้าได้ขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของสวน จะสามารถมองลงมาเห็นขั้นบันไดและแท่นดอกไม้ที่สวยงามมาก ใครกันนะบอกว่าเราจะชื่มชมความงามของดอกไม้ได้เฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ?

    การเดินทาง

    3. ชมวิวอันตระการตาจากมุมสูง

    รูปของผู้เขียน

    ถ้าได้ลองเดินขึ้นเฮียคุดันเอ็น คุณจะได้ตะลึงกับความงามของเกาะแห่งนี้จนรู้สึกหายเหนื่อยจากการปีนบันไดมากมายหลายขั้นไปเลยล่ะ! ช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังมีลมเย็นโชยมา ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

    รูปของผู้เขียน

    แต่ถ้าใครไม่ไหวจริง ๆ จนเดินลงมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลัว เพราะมีลิฟต์อยู่ข้างบนให้ใช้ลงมาได้

    4. ซึมซับกับธรรมชาติที่ พิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์คิเซคิ โนะ โฮชิ (Kiseki no Hoshi Botanical Museum)

    รูปของผู้เขียน

    พิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์คิเซคิ โนะ โฮชิ เป็นเรือนกระจกบนเกาะอะวะจิที่คุณสามารถไปชมพืชพรรณหลากหลายชนิด ที่นี่มีห้องเฟิร์น (fern room), ห้องสวนเขตร้อนชื้น (tropical garden room), สวนบำบัด (healing garden) และอีกมากมาย ต้นไม้และดอกไม้ของที่นี่ไม่ใช่พืชที่เราจะพบได้ทั่วไป เพราะบางต้นนั้นมีขนาดมหึมาเลยทีเดียว!

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์คิเซคิ โนะ โฮชิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    5. ปิดท้ายกันที่อุทยานแห่งชาติอาคาชิ-ไคเคียว

    รูปของผู้เขียน

    ทริปอะวะจิคงจะเหมือนขาดอะไรไปถ้าไม่ได้มาที่อุทยานแห่งนี้ คุณจะได้พบกับต้นไม้และดอกไม้จัดแต่งอย่างสวยงามหลากหลายรูปแบบภายใต้การดูแลของรัฐบาลญี่ปุ่น ส่วนถ้าใครอยากจะชมได้ทั่วบริเวณแต่เดินไม่ไหว ก็ไม่ต้องกลัวเพราะที่นี่มีรถรางไว้บริการด้วย!

    รูปของผู้เขียน

    นอกจากนี้ ที่อุทยานยังมีการตัดแต่งเป็นรูปนกฟินิกซ์ยักษ์ที่เรียกว่า “ฮานะฮิโดะริ” (“Hanahidori”) ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญมากกับชาวญี่ปุ่น เพราะเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของการขอพรเพื่อให้สามารถฟื้นฟูเริ่มต้นใหม่หลังจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

    ถ้าใครอยากล่องเรือในสวนก็ทำได้ น่าสนุกทีเดียวใช่ไหม?

    เว็บไซต์อุทยานแห่งชาติอาคาชิ-ไคเคียว *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    มีอีกหลายอย่างให้เราไปชมและไปทำได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่น แต่ถ้าใครอยากได้ประสบการณ์ที่แตกต่างของฤดูนี้และได้ความรู้สึกของฤดูใบไม้ผลิไปพร้อม ๆ กัน ลองไปเที่ยวที่เกาะอะวะจิกันดูสิ!

    เว็บไซต์การท่องเที่ยวเกาะอะวะจิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    หากต้องการหาที่พักในเกาะอะวะจิ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!