เสริมดวงความรักที่ 3 ศาลเจ้ายอดนิยมใน “โอกินาว่า” และ “คิวชู” !

  • จุดเยี่ยมชม
  • ย่านต่างๆ
  • ในระหว่างที่คุณเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามคุณจะได้พบกับศาลเจ้าที่มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งเก่าและใหม่ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มีความโดดเด่นแตกต่างกัน สำหรับศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อในเรื่องการส่งเสริมเรื่องโชคด้านความรัก หรือโอกาสที่จะได้พบกับคู่แท้นั้นเป็นสถานที่ยอดนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนท้องถิ่น ดังนั้น เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น ทำไมไม่ลองไปท่องเที่ยวศาลเจ้าที่ให้โชคเรื่อง “ความรัก” ทั้ง 3 แห่งใน โอกินาว่า และ คิวชู ที่อาจจะนำพาให้คุณไปพบโชคเกี่ยวกับความรักดูล่ะ

    1. ศาลเจ้าฟุเทนมากุ (Futenmagu)

    A post shared by Christine Wong (@mimichristine) on

    ศาลเจ้าฟุเทนมากุ (Futenmagu/ 普天満宮) ตั้งอยู่ที่ฟุเทนมะ เมืองกิโนวัง ในจังหวัดโอกินาว่า เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในใจกลางโอกินาว่า นอกจากตัวอาคารหลักแล้ว ในศาลเจ้านี้ยังมีโถงภายในซึ่งตั้งอยู่ภายในถ้ำหินปูนที่มีความยาว 280 เมตร มีทางเข้าสองทางและมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดใหญ่ ได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายปกครองเมืองกิโนวังให้เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง ที่นี่ยังมีหินศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติสองก้อนเรียกว่า “หินหยินหยาง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ชายและผู้หญิงที่กล่าวกันว่าจะช่วยเสริมดวงเรื่องความรักให้แก่ผู้ที่สักการะ

    เว็บไซต์ศาลเจ้าฟุเทนมากุ *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    2. ศาลเจ้าอุโดะ จิงกุ (Udo Jingu)

    A post shared by @emmanvet on

    ศาลเจ้าอุโดะ จิงกู (Udo Jingu/ 鵜戸神宮) ตั้งอยู่ภายในถ้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยศาลเจ้าจะหันหน้าออกสู่ทะเลฮิวกะ ตั้งอยู่ในเมืองนิจินัน จังหวัดมิยาซากิ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียกว่า “อุโดะ ซัง (Udo-san)” ศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการอธิษฐานขอพรสำหรับใครก็ตามที่อยากสมหวังในเรื่องของความรัก การตั้งครรภ์ การให้กำเนิดบุตรจากหิน Ochichiiwa (おちちいわ) หรือ หินที่มีลักษณะเหมือนหน้าอกของหญิงสาว ถ้าคุณได้ไปสถานที่แห่งนี้ อย่าลืมซื้อ Ochichiame หรือขนม Ochichiame ติดไม้ติดมือกลับมาด้วยล่ะ

    เว็บไซต์ศาลเจ้าอุโดะ จิงกู (Udo Jingu) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. ศาลเจ้าคิริชิมะ จิงกู (Kirishima Jingu)

    Kirishima Jingu

    ศาลเจ้าคิริชิมะ จิงกู (Kirishima Jingu/ 霧島神宮) ตั้งอยู่ที่เมืองคิริชิมะ จังหวัดคาโกชิมะ โดยสร้างขึ้นในคริสตวรรษที่ 6 อยู่บนยอดเขาทาคาจิโฮะ เนื่องจากบริเวณนี้มีการระเบิดของภูเขาไฟหลายต่อหลายครั้ง จึงทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกไฟไหม้ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงแม้ว่าศาลเจ้าจะได้รับการเคลื่อนย้ายมาแล้วจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่นี่ก็ยังคงไม่รอดพ้นจากไฟไหม้และยังคงได้รับการเคลื่อนย้านสถานที่ตั้งและสร้างใหม่อยู่เรื่อย ๆ

    อาคารศาลเจ้าในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1715 สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมดวงชะตาเรื่องความรัก ให้ลองดูดวงชะตาในใบบอกดวงชะตาที่แนบอยู่กับตุ๊กตากระดาษ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ Honeymoon ของ ซากาโมโตะ เรียวมะ (Sakamoto Ryoma) บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และ Oryo ภรรยาของเขา นอกจากนี้ที่ศาลเจ้ายังมี Ema หรือ แผ่นไม้คำอธิษฐานเรื่องคู่รักให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาขอพรด้วย

    เว็บไซต์ศาลเจ้าคิริชิมะ จิงกู *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับการเที่ยวชมศาลเจ้าญี่ปุ่น

    แค่เดินทางไปเที่ยวตามลำพังตามศาลเจ้าเหล่านี้ อาจจะไม่พอที่จะทำให้คุณได้พบเจอกับคนที่ใช่ หัวใจสำคัญ คือ การเรียนรู้วิธีขอพรและทำตามมารยาทของการเยี่ยมชมศาลเจ้าที่จะทำให้คุณได้ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก และนี่คือ วิธีการที่คุณควรจดจำให้ขึ้นใจ

    1. รักษาความคิดและทัศนคติที่ถูกต้องเมื่อไปเที่ยวชมศาลเจ้า

    จุดมุ่งหมายของการไปเที่ยวชมศาลเจ้าไม่ควรจะไปเพื่อขออะไรบางอย่างจากเทพเจ้าแต่เพียงอย่างเดียว เพราะในความเป็นจริงแล้วศาลเจ้านั้นเป็นเสมือนสถานที่ที่เทพเจ้าและมนุษย์จะได้มาพบกัน คุณควรจะให้ความเคารพกับเทพเจ้าที่ประจำแต่ละศาลเจ้าและมอบความรู้สึกขอบคุณและสวดมนต์ให้ ในขณะที่คุณขอพรเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะต้องอ่อนน้อมถ่อมตน และเผื่อแผ่ความคิดถึงผู้อื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ด้วยการอธิษฐานให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น มากกว่าการขอพรเพื่อตัวคุณเองเท่านั้น

    2. บางครั้งใกล้อาจจะดีกว่าไกล

    แม้ว่าจะมีศาลเจ้าจำนวนมากที่มีชื่อเสียงในเรื่องการอธิษฐานขอพรที่แตกต่างกันไป แต่บางครั้งการได้เดินทางไปสักการะศาลเจ้าที่อยู่ใกล้ตัวนั้นดีกว่าการเดินทางไปยังที่ที่ไกลออกไป เชื่อกันว่า Ujigami (氏神) หรือเทพเจ้าประจำถิ่นที่คุณอยู่นั้น ย่อมรู้จักผู้คนในแถบที่อยู่เป็นอย่างดีและสามารถช่วยเหลือได้ดีกว่าเทพเจ้าที่อยู่ในสถานที่ที่ไกลออกไป

    3. อย่าเดินตรงกลางทางเดินสู่ศาลเจ้า

    เชื่อกันว่าทางเดินนั้นเป็นทางเดินของเทพเจ้า ดังนั้น มนุษย์จึงควรเดินบริเวณริมทางมากกว่าตรงกลาง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพ นอกจากนี้ ควรถอดหมวก แว่นตา และหูฟังออกขณะเดินไปสู่ศาลเจ้าด้วย

    4. ทำความสะอาดมือและปากก่อนจะเข้าไปยังศาลเจ้า

    เพื่อเป็นการแสดงความเคารพสูงสุดต่อเทพเจ้า และเพื่อเป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกในร่างกายก่อนที่จะไปพบเทพเจ้า ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่คุณจะต้องทำความสะอาดมือและปากก่อน ที่สำคัญคือ ขณะทำความสะอาดปากอย่าให้กระบวยไม้ตักน้ำสัมผัสปากของคุณ

    5. สวดอธิษฐานตามมารยาทที่ถูกต้อง

    ให้จำว่า โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง และโค้งอีก 1 ครั้ง เมื่อยืนอยู่ด้านหน้าของศาลเจ้าแล้ว ก่อนอื่นให้โค้งตัว 2 ครั้ง จากนั้นให้คุณปรบมือ 2 ครั้ง แล้วจึงพนมมือและอธิษฐานต่อเทพ ก่อนจะจบพิธีด้วยการโค้งคำนับอีก 1 ครั้ง

    6. อย่าเพิ่งรีบจากไปเลยทันที

    หลังจากที่คุณทำพิธีกรรมต่าง ๆ เสร็จแล้ว หากคุณเดินออกมาโดยทันทีจะนับว่าเป็นการเสียมารยาท และอาจถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว และเทพอาจจะมองข้ามคำอธิษฐานของคุณได้ ดังนั้น จึงควรเดินชมบริเวณรอบศาลเจ้าและซึมซับในพลังของจิตวิญญาณของที่แห่งนั้นก่อนเดินทางออกมา

    นอกจากนี้ คุณควรจะทำอะไรที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณปรารถนามากกว่าจะรอพรจากเทพเจ้าเพียงอย่างเดียว เพราะเชื่อกันว่าการที่คุณได้ลงมือทำด้วยตัวเองจะทำให้โชคของคุณนั้นราบรื่นและทำให้ทุกส่ิ่งทุกอย่างเป็นจริงได้

    7. อดทนไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาต้องซื้อเครื่องรางนำโชค

    ที่ศาลเจ้า คุณจะได้เห็น omamori (お守り) หรือ เครื่องรางนำโชคที่หลากหลาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป เช่น ช่วยเรื่องการเดินทางปลอดภัย, เรื่องความรัก, เรื่องการศึกษา, เรื่องการทำงาน และเรื่องสุขภาพ แต่ไม่ควรซื้อเครื่องรางที่ให้พรในด้านเดียวกันเป็นจำนวนมาก เพราะว่ากันว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เป็นการช่วยในเรื่องของโชคชะตาและยังเป็นสัญลักษณ์ของการลบหลู่เทพเจ้าด้วย หากคุณต้องการมีเครื่องรางมากกว่า 1 อันเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษจริง ๆ ลองซื้อเครื่องรางที่ให้พรแตกต่างกันไม่เกิน 3 อันก็พอ

    ขอให้สนุกกับการค้นหาศาลเจ้า และหวังว่าคุณจะมีโชคเรื่องความรักในเร็ววันนะคะ!