จริงหรือ? การไม่แต่งหน้า ถือว่าเสียมารยาทในญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • โดยทั่วไปแล้วถือกันว่าผู้หญิงญี่ปุ่นหน้าตาสะสวยมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจากการดูแลผิวพรรณเป็นอย่างดีนั่นแหละ เรียกได้ว่าพวกเธอมีผลิตภัณฑ์ความงามชนิดต่าง ๆ ที่เป็น “ความลับ” ของตัวเอง ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นผลมาจากความงามตามธรรมชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่คนจำนวนมากมักจะลืมไปคือการใช้เครื่องสำอาง

    ถ้าเป็นที่อื่น คนมักจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อเห็นใครสักคนใช้เครื่องสำอางโปะหน้าจนหนาเตอะ คุณอาจจะเคยเห็นภาพโฆษณาเครื่องสำอางจำพวกที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดขั้วที่เกิดขึ้นของช่วงเวลาก่อนใช้และหลังใช้มาแล้ว โดยเฉพาะภาพโฆษณาที่มาจากประเทศในเอเชีย และญี่ปุ่นคือหนึ่งในนั้น ในภาพโฆษณาเหล่านั้น ผู้หญิงที่หน้าตาดูไม่มีเสน่ห์น่าหลงใหลใด ๆ กลับเปลี่ยนเป็นสาวงามได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งดวงตาและรูปหน้าของพวกเธอเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบอื่นได้เหมือนต้องมนตร์วิเศษ

    แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังความงามของญี่ปุ่นนั้นไม่เหมือนที่อื่น เพราะจะไม่ใช่การให้เด็กสาว “เปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวตน” เมื่อใช้เครื่องสำอาง แต่แนวคิดเรื่องความงามจะอยู่ที่การใช้เครื่องสำอางในแต่ละวัน โดยที่ผู้หญิงญี่ปุ่นจะใช้สิ่งนั้นลบเลือนตำหนิหรือริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า พร้อมกับขับเน้นความงามของตัวเองให้เด่นชัดมากขึ้น

    บางครั้ง ในญี่ปุ่นก็ถือกันว่าการไม่แต่งหน้าไปทำงานเป็นความหยาบคายอย่างหนึ่ง ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเชื่อว่าภาพความประทับใจครั้งแรกเป็นสิ่งสำคัญเอามาก ๆ การที่คุณไม่แต่งเครื่องสำอางจะทำให้ถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจได้ ผู้หญิงญี่ปุ่นต้องแต่งหน้าทุกครั้งเมื่อออกหางาน อย่างไรก็ดี คนญี่ปุ่นเขาจะไม่คิดว่าคุณเป็นคนขี้เกียจแค่เพราะคุณหน้าสดหรอกนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นชาวต่างชาติซึ่งวัฒนธรรมแตกต่างไปจากที่นั่น

    เป็นโชคดีของสาว ๆ ที่มีโอกาสใช้เครื่องสำอาง ผิดกับผู้ชายที่ไม่มีโอกาส ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยก็แล้วกันว่ามีผู้ชายจำนวนหนึ่งที่นึกอิจฉา ไม่ได้อิจฉาเรื่องที่ว่าพวกเขาไม่สามารถใช้เครื่องสำอางได้หรอกนะ แต่อิจฉาตรงที่ไม่มีโอกาสได้ปกปิดสิวบนใบหน้าตัวเองมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันขึ้นบนปลายจมูกของคุณ นี่ยังไม่รวมถึงจุดด่างดำอีกนะ

    ด้วยเหตุนี้ ในญี่ปุ่น ถ้าคุณมีโอกาสให้สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ แต่ก็ไม่ใช้ ก็อาจจะถูกมองว่าหยาบคายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่คุณไม่รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองในที่ทำงานซึ่งเป็นที่ที่คุณต้องสัมพันธ์กับลูกค้า นี่ก็เหมือนกับการไม่ดูแลผมของตัวเองในวันที่คุณตื่นมาแล้วผมยุ่งนั่นแหละ “ในเมื่อทรงผมมันอยากจะเป็นของมันอย่างนี้อยู่แล้ว”