สำรวจ “อูโตะ” เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ธรรมดาในจังหวัดคุมาโมโตะ

  • คุมาโมโตะ
  • ตอนแรกที่บอกกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นว่าจะไปเที่ยวเมืองอูโตะ ทุกคนได้แต่งงว่าฉันจะไปทำอะไรที่นั่น?! เพราะสำหรับคนญี่ปุ่นแล้วที่นั่นไม่มีอะไรเลย! เพื่อนชาวญี่ปุ่นของฉันงงกันเป็นแถบเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับการท่องเที่ยวหนึ่งวันของฉัน สำหรับพวกเขาแล้วนั้นการไปเที่ยวชมเมืองเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีอะไรให้ทำจึงดูจะเป็นความคิดที่แปลกประหลาด แต่ฉันก็บอกพวกเขาไปว่า สำหรับคนต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวแล้ว แม้แต่ประสบการณ์ที่สุดแสนจะธรรมดาก็อาจกลายเป็นการผจญภัยได้เช่นกัน อย่างแค่การไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกได้แล้ว ดังนั้น การไปท่องเที่ยวหนึ่งวันที่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติงดงามซึ่งปราศจากสิ่งบันเทิงเริงใจจึงยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นในการเดินทางครั้งนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

    รู้จักกับเมืองอูโตะ

    uto-1

    รูปของผู้เขียน

    เมืองอูโตะมีจำนวนประชากรน้อยกว่า 40,000 คน และอยู่ห่างจากเมืองคุมาโมโตะเพียงแค่ 15 กิโลเมตรเท่านั้น โดยใช้เวลาเพียงแค่ 12-15 นาทีในการเดินทางโดยรถไฟ เมืองคุมาโมโตะเองก็ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากมายสักเท่าไร แต่เมืองอูโตะนั้นเรียกได้ว่ามีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น ขณะที่พวกเรากำลังออกจากสถานีรถไฟอูโตะ เราได้หยุดแวะที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งพนักงานร้านดีใจที่ได้พบเราและยังได้ให้ขนมโมจิของอูโตะมาฟรี ๆ กล่องหนึ่งอีกด้วย

    สะพานเซ็นบะ (Senba Bridge)

    uto-2

    รูปของผู้เขียน

    สำหรับเมืองเล็ก ๆ ที่ “ไม่มีอะไรให้ทำ” แห่งนี้ เราก็สามารถจัดตารางจนเต็มได้! สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกนั้น เราได้แวะไปยังสะพาน Senba Bridge พวกเราเดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่มีป้ายบอกทางเหลือแล้วจากนั้นเราจึงเดินต่อไปยังทิศทางที่เราคิดว่าถูกจนกระทั่งพบกับสะพานแห่งนี้เข้าจนได้ บอกตามตรงว่าเราเกือบจะหาไม่เจอแล้วเนื่องจากมันตั้งอยู่บนถนนเส้นเล็ก ๆ นอกเส้นทางหลัก โชคดีที่เราหามันเจอแม้ว่าจะต้องฝ่าฝนก็ตาม เพราะตัวสะพานสวยงามมากจริง ๆ

    uto-3

    รูปของผู้เขียน

    สะพานแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายยุคเอโดะแต่ก็ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ด้วยต้นไม้ที่ยื่นกิ่งก้านออกมาเหนือผิวน้ำและต้นไฮเดรนเยียที่เกาะกลุ่มกันตามแนวริมฝั่งแม่น้ำจึงทำให้สะพานแห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างแท้จริง พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อพบกับสะพานแห่งนี้ เนื่องจากมีร้านอาหารขนาดเล็กที่มีกลิ่นอายแบบโบราณตั้งอยู่ข้าง ๆ ให้เราได้รับประทานอาหารและหลบฝนนั่นเอง และด้วยที่นั่งริมหน้าต่างของร้านที่ทำให้เราได้ชมแม่น้ำกับอาหารมื้อเที่ยงปริมาณจุใจในราคาที่เหมาะสมนี้ ทำให้การเดินทางของเราคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

    ซากปรักหักพังของปราสาทอูโตะ

    uto-4

    รูปของผู้เขียน

    ปราสาทในประเทศญี่ปุ่นมีมากมายและในแผนการท่องเที่ยวเมืองที่ดีมักจะรวมการเที่ยวชมปราสาทเอาไว้ด้วย ส่วนปราสาทอูโตะนั้น ได้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นสองส่วน แต่ทั้งสองส่วนในปัจจุบันนั้นเหลือเพียงแต่ซากปรักหักพังซึ่งไร้เค้าโครงใด ๆ ที่บ่งบอกว่าเคยเป็นปราสาทมาก่อน คำในภาษาญี่ปุ่นว่า “Shiroyama (城山)” เป็นคำที่ใช้เรียกเนินเขาหรือภูเขาซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทมาก่อนนั่นเอง ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดย โคนิชิ ยูกินากะ (Konishi Yukinaga) ขุนนางชาวคริสเตียนในช่วงปลายปีทศวรรษ 1500

    ในปี 1637 ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกทำลายจนราบคาบ ไม่หลงเหลือร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีปราสาทตั้งอยู่ที่นี่แม้แต่น้อย ระหว่างการขุดค้นทางโบราณคดีในปี 1975 นั้น ได้มีการค้นพบเศษซากของปราสาทและได้นำมาเก็บรักษาเอาไว้ ส่วนหนึ่งของพื้นที่ปราสาทแห่งนี้เป็นที่ตั้งของรูปปั้นของ Yukinaga และส่วนอื่นของพื้นที่ปราสาทแห่งนี้ก็ได้ถูกยกพื้นพร้อมกับสร้างหลักคามุงเอาไว้สำหรับนั่งชมเนินเขาอันแสนสงบ

    สวน Sumiyoshi Nature Park (住吉自然公園)

    uto-5

    รูปของผู้เขียน

    เมืองอูโตะนั้น มีสวนป่าธรรมชาติมากมาย แต่เราเลือกที่จะมายังสวน Sumiyashi เพราะว่าสวนแห่งนี้อยู่ติดกับทะเลจึงคิดว่าน่าจะได้รับชมทิวทัศน์ที่สวยงาม สวนแห่งนี้มีขนาดเล็กเนื่องจากมันถูกสร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาสูงชันซึ่งมีพื้นดินอยู่เพียงเล็กน้อยมีลักษณะคล้ายกับเกาะที่เชื่อมเข้ากับชายฝั่ง เมื่อปีนขึ้นไปยังลาดเขาแล้วจะพบกับความมืดและแสงสลัวท่ามกลางต้นไม้ แต่ก็สามารถรับชมทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลได้เช่นกันจากบริเวณโล่ง ๆ ที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย ใกล้กับศาลเจ้าจะเป็นจุดที่สูงที่สุดซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของ แคทลีน แมรี ดรูว์-เบเคอร์ (ค.ศ. 1901 – 1957) นักสาหร่ายวิทยาชาวอังกฤษ (สาหร่ายวิทยาคือการศึกษาเกี่ยวกับสาหร่าย) ผู้มีชื่อเสียงจากการวิจัยสาหร่ายที่สามารถรับประทานได้ และนำไปสู่การปลูกสาหร่ายโนริเชิงพาณิชย์ในภายหลังนั่นเอง

    ความประทับใจโดยรวม

    สำหรับเมืองเล็ก ๆ ที่ “ไม่มีอะไรให้ทำ” แล้วนั้น กลับไม่ได้ทำให้พวกเรามีวันที่น่าเบื่อหน่ายเลย! นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เราได้แวะชมดังที่กล่าวไว้ด้านบนแล้ว ก็ยังมีสถานที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสวน Tachioka Nature Park, สวน Kinoelwa Nature Park ที่เป็นที่นิยมเพราะไฮเดรนเยียออนเซ็น, สวน Tsutsuji-Keoka Nature Park, พิพิธภัณฑ์ Uto Big Drum Museum และน้ำตก Todoriki Izumi ผู้เขียนจึงพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่าเราจะกลับไปเที่ยวเมืองอูโตะมากกว่าหนึ่งวันในอนาคตอย่างแน่นอน!