“สวนซันเคเอ็น” สวนลับแสนสวยแห่งเมืองโยโกฮาม่า

  • คานากาว่า
  • จุดเยี่ยมชม
  • โยโกฮาม่า
  • โยโกฮาม่า เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับโตเกียว และเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณอยากมีทริปนอกเมืองหลวงแบบเช้าไปเย็นกลับ ด้วยความที่เป็นเมืองท่าแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่นที่เปิดให้มีการแลกเปลี่ยนสินค้า และมีกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ กับต่างประเทศ ทำให้เมืองแห่งนี้ มีสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ไชน่าทาวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย, ถนนและสถานปัตกรรมแบบผสมผสานต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในย่านยามาเตะ และ โมโตมาจิ และที่ไม่เอ่ยไม่ถึงไม่ได้ คือ ย่านมินาโตะมิไร (Minato Mirai) อันทันสมัย ที่มีความโดดเด่นทางทัศนียภาพยามค่ำคืน และกิจกรรมความบันเทิงที่มีให้ทำอันหลากหลาย แต่คุณรู้หรือไม่ ว่าที่โยโกฮาม่าแห่งนี้ ยังมีสวนแสนสวยที่เขาเรียกกันว่า “สวนลับ” หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่พักอาศัยอันแสนสงบที่เรียกว่า สวนซันเคเอ็น อยู่ด้วย

    ประวัติของสวนซันเคเอ็น

    sankeien-lake

    รูปของผู้เขียน

    เดิมที สวนซันเคเอ็น เป็นบ้านของ ฮาระ โทมิทาโร่ (Hara Tomitaro) หรือที่เป็นที่รู้จักมากกว่าในชื่อ ฮาระ ซันเค (Hara Sankei) พ่อค้าขายผ้าไหมผู้มั่งคั่งในอดีต สวนแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1902 ไปจนถึง ค.ศ. 1908 และบริเวณสวนเปิดให้เข้าชมในปี ค.ศ. 1906 นอกจากความโดดเด่นของขนาดที่มีความกว้างใหญ่ถึง 175,000 ตารางเมตรแล้ว สวนซันเคเอ็นยังมีจุดเด่นตรงที่อาคารต่าง ๆ ภายในสวน มาจากเมือง ๆ ต่างทั่วประเทศญี่ปุ่น เช่น โตเกียว, เกียวโต, คามาคุระ, กิฟุ และ วากายามะ ที่ฮาระซื้อมา

    ถึงแม้ซันเคเอ็นจะได้รับความเสียหายค่อนข้างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ต้องขอบคุณซันเคเอ็น โฮชิไค (三溪園保勝会) ผู้บริหารดูแลสวนซันเคเอ็น ที่หลังจากที่ครอบครัวฮาระได้บริจาคสวนแห่งนี้ให้กับเมืองโยโกฮาม่าในปี ค.ศ. 1953 เขาได้ดูแลให้มีการบูรณะและฟื้นฟูอาคาร รวมถึงสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิมอีกครั้ง

    ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอาคารต่าง ๆ ทำให้รัฐบาลได้ระบุให้ 10 สิ่งก่อสร้างภายในสวนซันเคเอ็นเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ (重要文化財) และ อีกสามอาคารให้เป็น สมบัติทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ (Tangible Cultural Properties) ของประเทศอีกด้วย ซึ่งได้มีการสร้างแผงข้อมูลในภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจเกี่ยวกับอาคารและสิ่งก่อสร้างเหล่านี้มากยิ่งขึ้น และยังมีการเขียนชื่อของบริเวณต่าง ๆภายในสวนในภาษาจีนและเกาหลี

    สิ่งที่คุณไม่ควรพลาด!

    นอกจากความงดงามทางธรรมชาติและความสวยงามทางสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ณ สวนซันเคเอ็นแห่งนี้!

    ประเพณีการชงชา

    sankeien-tea-ceremony

    รูปของผู้เขียน

    ณ บริเวณลอบบี้ของหออนุสรณ์ซันเคเอ็น คุณสามารถรับชาเขียวมัทฉะ (ชาเขียวสดที่ถูกชงจนขึ้นเป็นฟองด้วยแปรงชงชา) ดื่มคู่กับวากาชิ (ขนมหวานญี่ปุ่น) จากเกียวโตในราคา 500 เยน ซึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ คุณจะได้มีโอกาสเห็นทุกขั้นตอนของประเพณีการชงชาโดยอาจารย์สอนพิธีชงชา ซึ่งจะปรุงชาให้คุณโดยเฉพาะ โดยมีภาพหลังเป็นสวนญี่ปุ่นแสนสวยอยู่หลังผนังกระจกขนาดใหญ่

    sankeien-green-tea

    รูปของผู้เขียน

    เนื่องจากว่าในช่วงที่ผมมา มีเพียงแค่ผมคนเดียว และมันเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสเห็นประเพณีการชงชา มันทำให้ผมแอบเขิน และไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร แต่เพื่อเป็นการให้เกียรติกับสถานที่ สิ่งที่ควรทำที่สุด คือ การชมขั้นตอนการชงชาด้วยความเงียบ และไม่ถ่ายรูปอาจารย์สอนพิธีชงชา เพราะนั่นอาจเป็นการกวนสมาธิของอาจารย์ โดยเฉพาะหากมีเสียงดังขึ้นมาจากกล้องของคุณ หลังจากได้ลิ้มรสความอร่อยของชาและของหวานแล้ว อย่าลืมมาเที่ยวชมร้านค้าของหออนุสรณ์ที่ขายของที่ระลึกต่าง ๆ ของซันเคเอ็นด้วยนะครับ

    ไอศกรีมซากุระ (ตามฤดูกาล)

    sakura-ice-cream

    รูปของผู้เขียน

    ภายในสวนซันเคเอ็น มีถึงสามร้านค้า ที่คุณสามารถหาเครื่องดื่มและอาหารรับประทาน เช่น ร้าน Taishunken (待春軒) ที่เสิร์ฟเมนูอาหารแบบเป็นเซ็ตและบะหมี่อูด้ง, ร้าน Karigane Chaya (雁ヶ音茶屋) และร้าน Sankeien Charyo (三溪園茶寮) ที่เสิร์ฟขนมทานเล่น, ของหวาน และเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ซึ่งหากคุณมาในช่วงที่ซากุระกำลังผลิบาน ให้ลองชิมไอศกรีมซากุระ พร้อมไปกับการเดินชมวิวดอกซากุระที่กำลังผลิบานในสวน แต่ผมก็ต้องบอกคุณตรงๆ ว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอศกรีมซากุระมันควรจะรสชาติเป็นอย่างไร แต่การได้รับประทานของหวานเย็น ๆในบรรยากาศที่มีลมพัดผ่านบาง ๆ ขณะที่กำลังชมสวนแสนสวยและบริเวณโดยรอบที่เขียวขจี ถือเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน

    ดอกไม้แสนสวยที่ผลิบานตลอดปี

    tsubaki-sankeien

    รูปของผู้เขียน

    มันมีเพียงไม่กี่สถานที่ในประเทศญี่ปุ่นที่คุณสามารถเห็นดอกไม้ได้ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งสวนซันเคเอ็นได้มีการปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ ทำให้คุณสามารถเห็นดอกไม้แสนสวยมากมายภายในสวนแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็ตาม ซึ่งหากคุณเดินทางมาในช่วงที่อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้น ผมอยากให้คุณลองมาตามหาดอกไม้นานาพันธุ์ตาม คู่มือชมดอกไม้ ณ สวน ซันเคเอ็น (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นคู่มือชมสวนที่มีรายชื่อดอกไม้แต่ละชนิดที่คุณสามารถพบเห็นได้สวนแห่งนี้ พร้อมทั้งบริเวณที่จะสามารถเห็นได้ เช่น ในช่วงที่ผมมานี้ ผมได้มีโอกาสเห็นดอกซึบากิ (หรือ ดอกคามีเลียญี่ปุ่น, ツバキ) ที่อยู่ภายในดงต้นบ๊วยและดอกซากุระที่กำลังผลิบาน

    วิธีการเดินทาง

    การเดินทางมายังสวนซันเคเอ็น อาจจะเป็นเรื่องยากเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่เคยมา เพราะมันไม่ได้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ และไม่ได้อยู่ในระยะที่สามารถเดินจากสถานีรถไฟมาได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเดินทางมายังสวนแห่งนี้ด้วยระบบขนส่งสาธารณะหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งคุณจะต้องดูว่าเส้นทางรวมไปถึงการเดินทางแบบใดที่จะสะดวกสำหรับคุณมากที่สุด อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการมาแบบใด คุณจะต้องเดินต่อมาอีกสักเล็กน้อย (ประมาณ 5 ถึง 10 นาที) จากสถานีรถบัสที่ใกล้ที่สุด ผ่านบริเวณพื้นที่อยู่อาศัย โดยคุณสามารเดินตามป้ายที่ตั้งไว้ตามทางเป็นระยะ หรือสังเกตกลุ่มคนที่น่าจะมุ่งหน้าไปยังสวนเช่นกัน

    คุณอาจจะกลัวการการนั่งรถบัสในประเทศญี่ปุ่นเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมันไม่มีอะไรน่ากังวลเลย เพราะถึงแม้ว่าการประกาศที่หมายปลายทางภายในรถจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่แผงที่แสดงจุดหมายถัดไปจะขึ้นทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณจะสามารถรู้ว่าควรลงตอนไหนได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งคุณสามารถขอความช่วยเหลือจากคนขับรถบัสผู้ใจดี ที่สามารถบอกคุณได้ว่าควรลงตรงไหนอีกด้วย

    การเข้าชมสวน

    sankeien-entrance

    รูปของผู้เขียน

    ก่อนการเดินทางมาเที่ยวยังสวนซันเคเอ็นแห่งนี้ มีข้อควรรู้บางประการที่คุณควรรู้ก่อนการวางแผนเดินทางมาที่นี่

    อย่างแรก คือ สวนแห่งนี้เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 น. ไปจนถึง 17:00 น. และจะเข้ามาชมสวนได้ช้าสุด 30 นาทีก่อนเวลาทำการปิด แต่หากมีเทศกาลพิเศษ, อุบัติเหตุ หรือ สภาพอากาศที่อันตราย จะมีการเปลี่ยนเวลาทำการใหม่ตามความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระ (ประมาณช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงต้นเมษายน) สวนซันเคเอ็นจะขยายเวลาการเปิดไปจนถึง 21:00 น. เพื่อให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสเห็นดอกซากุระตกกระทบบนผิวน้ำของสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีการเปิดไฟ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของสวนยามค่ำคืนตั้งแต่เวลา 18:30 น. ร้านต่าง ๆ ภายในสวนก็มีเวลาเปิดทำการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ผมขอแนะนำให้คุณเช็คเวลาเปิดทำการของสถานที่ต่าง ๆ ภายในสวนให้เรียบร้อยก่อนการเดินทางมา และหากคุณวางแผนว่าจะมาในช่วงปลายปี โปรดทราบว่าสวนจะปิดทำการตั้งแต่วันที่ 29 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม

    คุณสามารถซื้อบัตรผ่านเข้าชมสวนจากเครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติที่ตั้งอยู่บริเวณด้านซ้ายของประตูทางเข้า (ตามรูปด้านบน) แม้ว่าสวนสาธารณะ รวมไปถึงสวนประเภทอื่น ๆ มักจะเปิดให้เข้าชมฟรี แต่สวนซันเคเอ็น เป็นสวนที่ได้รับการดูแลและบริหารโดยเอกชน ดังนั้น จึงมีการเก็บค่าแรกเข้าเพื่อใช้ในการทำนุบำรุงและจัดการดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในสวน ซึ่งราคาบัตรผ่านแบบปกติสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับเด็ก (จนถึงระดับประถมศึกษา) จะอยู่ที่ 700 เยน และ 200 เยน ตามลำดับ

    ซึ่งก็มีวิธีต่าง ๆ ที่คุณสามารถซื้อบัตรผ่านในราคาพิเศษ ดังต่อไปนี้:

    1) ซื้อตั๋วล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อรับส่วนลดแลกซื้อตั๋วในราคา 600 เยน อย่างไรก็ตาม ไม่มีบริการซื้อตั๋วล่วงหน้าสำหรับเด็ก
    2) เดินทางมาเป็นกลุ่มมากกว่า 10 คน เพื่อรับส่วนลดซื้อตั๋วราคาเป็นกลุ่ม โดยราคาตั๋วจะเหลืออยู่ที่ 600 เยนต่อคน
    3) หากเดินทางมาเป็นกลุ่มแต่น้อยกว่า 10 คน สามารถซื้อตั๋วแบบเข้าชมหลายครั้ง ที่จะมาในเซ็ตของบัตรผ่านห้าใบ ที่สามารถแบ่งกันใช้ได้กับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ
    4) ซื้อบัตรผ่านรายปี (unlimited visits passport) ที่จะทำให้คุณเข้าชมสวนได้ตลอดทั้งปีในราคา 2,500 เยน

    สุดท้ายนี้ ชาวโยโกฮาม่าที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และมีบัตร Hamatomo หรือมีบัตรคนพิการ สามารถแลกซื้อบัตรผ่านได้ในราคาพิเศษ 200 เยน อีกทั้ง ครู หรือเจ้าหน้าที่ ที่มากับเด็กนักเรียนในการมาทัศนศึกษา หรือมาสำรวจพื้นที่ก่อนการมาทัศนศึกษาจริง ก็จะได้รับการยกเว้นการซื้อตั๋วราคาเต็ม และสามารแลกซื้อตั๋วในราคา 200 เยนเช่นกัน

    ผมอยากแนะนำให้คุณเดินทางเที่ยวชมสวนซันเคเอ็น เพื่อรับกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม พร้อมไปกับการสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในย่านที่แสนจะเงียบสงบ รับประกันได้เลยว่า คุณจะหลงใหลความงดงามภายในสวน จนสามารถอยู่ชมสวนได้ทั้งวัน ไม่มีเบื่อ ดังนั้น หากคุณเดินทางมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ห้ามพลาดการมาเที่ยวโยโกฮาม่าและสวนซันเคเอ็นนะครับ!