สำรวจคุมาโมโตะ: ไปเยือน Country Park เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์กัน

  • คุมาโมโตะ
  • จุดเยี่ยมชม
  • สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็ก ๆ พอถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตัวเลือกของเรื่องสนุกที่คุณจะทำได้อาจหมดไปอย่างรวดเร็ว พอมาถึงจุด ๆ หนึ่งของการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นซึ่งคุณรู้สึกว่าคุณได้ทำทุกอย่างไปหมดแล้ว นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่คุณเริ่มคิดจะไปเยือนสถานที่ที่อาจจะไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไปเยือน Country Park ในคุมาโมโตะ ที่นั่นดูไม่ใช่ที่ที่น่าตื่นเต้นหรือน่าประทับใจอะไร แต่ฉันกลับประหลาดใจกับสิ่งที่พบ และในปีนี้ก็ได้ไปเยือนสถานที่แห่งนั้นเป็นครั้งที่สองแล้วด้วย

    country park bench

    รูปของผู้เขียน
    Country Park คือ อะไร?

    country park flowers

    รูปของผู้เขียน

    Country Park ในคุมาโมโตะสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลสามอย่าง: 1. เพื่อเป็นที่ให้คนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและเพลิดเพลินกับพื้นที่สีเขียวซึ่งโล่งกว้าง 2. เพื่อเพิ่มความสนใจและความเข้าใจในเรื่องของการเกษตรให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตเมือง และ 3. เพื่อโปรโมตศูนย์วิจัยกสิกรรมซึ่งช่วยให้เราได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งสามประเด็นที่สวนแห่งนี้ต้องการจะโปรโมตคือ หนึ่ง “การเรียนรู้” เกี่ยวกับการเกษตร สอง “การละเล่น” และการผ่อนคลายโดยมีเรื่องสนุก ๆ มากมายให้คุณทำ และสาม “ความรู้สึกมีอิสระ” ซึ่งจะพบได้ในพื้นที่กลางแจ้งที่เปิดโล่ง

    มีอะไรใน Country Park บ้าง?

    country park flower garden

    รูปของผู้เขียน

    คุณสามารถเดินเข้าไปในสวนโดยผ่านอุโมงค์คอนกรีตที่ดูเหมือนบังเกอร์ที่ใช้กันในช่วงสงคราม จากนั้นคุณจะมาโผล่ที่พื้นที่ต้อนรับซึ่งมีร้านค้าเล็ก ๆ อยู่ โดยร้านที่ว่านั้นจะขายของจำพวกผักและผลไม้ที่ปลูกกันในท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์อาหารจากท้องถิ่นอย่างของปิ้งย่าง แยม น้ำสลัด และโยเกิร์ต ของฝากของจังหวัดคุมาโมโตะ (ส่วนมากจะเป็นคุมะมง) และเครื่องหัตถศิลป์ต่าง ๆ ของในท้องถิ่น

    จากพื้นที่ต้อนรับคุณจะมาถึงลาน Patio (บริเวณน้ำขังซึ่งจะมีน้ำขังเป็นแอ่งตื้น ๆ ในช่วงฤดูร้อน เด็ก ๆ สามารถลงไปลุยน้ำเล่นได้) รอบ ๆ ลานแห่งนี้จะมีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำ เช่น ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กสิกรรม (ซึ่งเก็บรวบรวมตัวอย่างของอุปกรณ์ในการทำการเกษตรในยุคเก่า และมีนิทรรศการจัดแสดงการเจริญเติบโตของพันธุ์พืช — แต่มีแปลเป็นภาษาอังกฤษน้อยมากนะ!) ไปเยือนเรือนกระจกพืชเขตร้อนที่คุณจะได้เห็นพันธุ์พืชนานาชนิดซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น และไปเยือนหอประชุมและศูนย์วิจัย

    country park green garden

    รูปของผู้เขียน

    เมื่อออกมาจากลานกว้างแล้ว คุณจะพบว่าตัวเองอยู่ในส่วนหลักของสวนที่ประกอบด้วยอาณาบริเวณที่ปกคลุมด้วยหญ้าสามแห่ง (แต่ละแห่งจะมีขนาดตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรไปจนถึง 14,000 ตารางเมตร) ให้เลี้ยวซ้ายผ่านสวนกุหลาบเล็ก แล้วตรงไปยังทางเดินหลังคาโค้งที่เป็นทางเข้าสู่สวนกุหลาบที่ใหญ่กว่า ซึ่งสวนนั้นจะจัดแต่งออกมาให้อยู่ในลักษณะเหมือนเขาวงกตที่ทอดตัวเป็นวงกลม สวนกุหลาบแห่งนี้เป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวที่อยู่ในวัยเกษียณซึ่งมักจะมาที่นี่เป็นกลุ่มเพื่อถ่ายรูปกับดอกไม้ที่จะสลับกันบานตลอดทั้งปี

    country park observation tower

    รูปของผู้เขียน

    country park observation tower 2

    รูปของผู้เขียน

    country park observation tower view

    รูปของผู้เขียน

    นอกจากที่ว่ามาแล้ว หอสังเกตการณ์ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด แม้จะรู้จักกันในชื่อของ “พิพิธภัณฑ์เมฆา” แต่ดูไปดูมาสภาพของมันคล้ายกับการนำเอาแฟลตในยุคสมัยใหม่ แท่นประหารนักโทษ ยานอวกาศ และกองเศษอิฐเศษปูนมารวมเข้าด้วยกันและทำให้เกิดขึ้นเป็นเจ้าสิ่งก่อสร้างนี้ขึ้น แต่นี่ถือเป็นสัญลักษณ์ของสวนแห่งนี้ และถึงแม้ว่ามันจะมีรูปร่างภายนอกอาจจะดูแปลก ๆ แต่ภาพทิวทัศน์เมื่อมองออกไปจากตรงนี้ นับว่าคุ้มค่าแก่การปีนขึ้นไปถึงยอดหอ และเมื่อมองจากฝั่งหนึ่ง คุณสามารถมองลงไปแล้วได้เห็นภาพมุมสูงของสวนกุหลาบ (ลองมาเยือนที่นี่ในฤดูที่ต่างออกไป แล้วคุณจะได้เห็นว่าภาพที่คุณได้เห็นนั้นต่างกันแค่ไหน) และเมื่อมองจากอีกฝั่งหนึ่ง คุณจะได้เห็นภาพของทุ่งหญ้าป่าเขาที่มีเรือนกระจกและแนวเทือกเขาในม่านหมอกตั้งอยู่ตรงขอบฟ้า

    country park playground

    รูปของผู้เขียน

    ใกล้กับสุดขอบของทุ่งหญ้า คือ พื้นที่สนามเด็กเล่นที่มีโครงเหล็กสามมิติและกระบะทรายสำหรับให้เด็กทุกวัยได้เล่น country park จะมีทางเดินสั้น ๆ ทอดตัวอยู่ด้านหลังหอสังเกตการณ์ เมื่อคุณเดินขึ้นไปบนนั้น และไปอยู่ด้านหลังของสนามเด็กเล่น คุณจะได้เห็นฝูงวัวกำลังเล็มหญ้าอยู่ในทุ่ง จากนั้นก็ลองดูสิว่าคุณจะเห็นดอกไม้ที่บานอยู่ในทุ่งแห่งนั้นที่ต่างออกไปจากดอกที่ปลูกอยู่ในสวนหรือไม่

    country park plant

    รูปของผู้เขียน

    นอกจากนี้แล้ว country park ยังจัดอีเว้นท์ต่าง ๆ และมีอะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นที่นี่อีกมากมายในระยะเวลาแต่ละช่วงของปี ครั้งแรกที่เรามาเยือนสวนแห่งนี้ เราได้เห็นคนถ่ายทำมิวสิควีดีโอที่นี่ด้วย! คุณสามารถเล่นกอล์ฟหรือหาเกมอย่างอื่นมาให้ลูก ๆ คุณเล่นจากพื้นที่ต้อนรับได้ คุณยังสามารถจองคอร์ส “ทำพิซซ่า” ได้ด้วยนะ ในคอร์สนี้คุณจะได้ทำพิซซ่า แล้วก็จะได้อบพิซซ่าชิ้นนั้นในเตาอบพิซซ่ากลางแจ้งอีกต่างหาก (นี่เป็นอีเวนท์สำหรับกลุ่ม – ต้องมีคนมาจองคอร์สด้วยกันอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 คน โดยราคาจะตกอยู่ที่ 700 – 1,200 เยน ขึ้นอยู่กับอายุของผู้เข้าร่วม) ถ้าคุณจองคอร์ส “ประสบการณ์ทำพิซซ่า” คุณยังจะได้หุงข้าวโดยใช้เตาไฟแบบโบราณที่เรียกว่า คามาโดะ ได้ทำเค้ก baum และซุปอีกด้วย

    country park filming

    รูปของผู้เขียน
    การเดินทางไป

    ถึงแม้ที่นี่จะมีที่จอดรถขนาดใหญ่ แต่วิธีเดินทางที่น่าสนใจที่สุดคือ การขึ้นรถไฟ เพราะรถไฟท้องถิ่นจะมาถึงทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงและจะใช้เวลาประมาณ 25 นาทีจากสถานี Fujisakiguu Mae ให้ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานีสุดท้าย แล้วเดินต่อมาอีกประมาณ 20 นาที นอกจากนี้ ยังมีรถบัสอีกหลายสายที่สามารถพาคุณมาที่นี่ได้ด้วย ให้ตรวจสอบดูรายละเอียดต่าง ๆ จากเว็บไซต์ ค่าเข้าสวนจากเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายนสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 300 เยน และจะเหลือ 100 เยนต่อคนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งก็คือเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ ถ้ามาเป็นกลุ่ม 30 คนหรือมากกว่านั้นคุณจะได้รับส่วนลด และสำหรับเด็กที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายหรือน้อยกว่าจะได้เข้าฟรี ที่นี่เปิดตั้งแต่เวลา 9:00 น. – 17:00 น. / 18:00 น. ขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงไหนของปี

    สรุป

    country park spider

    รูปของผู้เขียน

    แม้ว่า Country park อาจจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าสนใจที่สุดบนพื้นพิภพนี้ และไม่มีทางติดอันดับสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนเมื่อมาที่เมืองแห่งนี้ แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคุมาโมโตะมานาน นี่คือ สถานที่ที่เหมาะแก่การมาเยือนมาก โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งมากนักในชีวิตประจำวัน สวนแห่งนี้เป็นที่ที่บริษัทต่าง ๆ นิยมมาจัดอีเว้นท์ของตัวเอง คุณจะได้เห็นงานเลี้ยงจัดกันในหอประชุมหรือบางส่วนของสนามหญ้า และได้เห็นคนมารวมตัวกันถ่ายรูปหน้าสวนกุหลาบ

    แม้ว่าสวนแห่งนี้จะเป็นที่ที่เหมาะแก่การมาเยือนในช่วงฤดูร้อนซึ่งคุณสามารถนอนกลิ้งไปมาบนหญ้าอุ่น ๆ และมองดูดอกไม้ทั้งสวนเบ่งบานได้ แต่การมาเยือนในฤดูหนาวก็เป็นอะไรที่วิเศษไม่แพ้กัน เพราะในช่วงเวลานั้น สวนจะเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ และเป็นที่ที่วิเศษสุดสำหรับหลบลี้หนีจากความวุ่นวายและรีบเร่งของชีวิตประจำวันด้วย นำของสำหรับปิคนิคติดตัวมาด้วย เพลิดเพลินกับอาหารที่คุณนำมาในระหว่างที่ใบไม้ร่วงหล่นลงมา ห่อตัวอยู่ในเสื้อโค้ตอุ่น ๆ และนั่งอ่านหนังสืออยู่บนพื้นที่มีแดดส่องสักพักใหญ่ ๆ แม้ว่าจะไม่ใช้สถานที่นอดนิยมอย่างโตเกียวสกายทรีหรือโอซาก้าอควาเรียม แต่นี่ก็เป็นกิจกรรมที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา ซึ่งเหมาะแก่วันหยุดไม่ต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เลยแม้แต่น้อย

    เว็บไซต์ Kumamoto Country Park *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น