คินสึงิ (Kintsugi) ศิลปะแห่งรอยแตกร้าวของเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่น มรดกที่ส่งให้กับโลก!

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • เมื่อสิ่งของใดพัง คุณจะโยนมันทิ้งทันที หรือว่าจะซ่อมมัน? หากพูดถึงทรัพย์สมบัติสุดโปรดของเรา เราก็อาจจะต้องรีบนำไปซ่อมและพยายามทำให้ดูเหมือนเดิมมากที่สุด เทคนิคอาจจะใช้กาว, ดินเหนียว หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการปั้นต่าง ๆ มาทำให้สิ่งของที่พังไปแล้วกลับมาดูดีเหมือนใหม่อีกครั้ง

    นี่ถือว่าเป็นแนวคิดที่คล้ายคลึงกับประวัติศาสตร์ของ “คินสึงิ (Kintsugi)” งานฝีมือญี่ปุ่นดั้งเดิมซึ่งเริ่มเมื่อปี 1972 ศิลปะประเภทนี้สอนผู้คนให้รู้คุณค่าของสิ่งของที่แม้ว่าจะพังไปแล้วก็ไม่ควรจะทอดทิ้งให้ไร้คุณค่า แต่ต้องแสดงออกมาอย่างภาคภูมิใจ มาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับงานฝีมืออันน่าหลงใหลนี้ และข้อมูลว่ามันแตกต่างจากงานฝีมือดั้งเดิมอื่น ๆ อย่างไร!

    ประวัติศาสตร์ของคินสึงิ

    คินสึงิมีประวัติศาตร์อันยาวนาน ซึ่งย้อนไปในศตวรรษที่ 15 มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่า โชกุนของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า อาชิกางะ โยชิมาสะ (Ashikaga Yoshimasa) โชกุนคนที่ 8 แห่งโชกุนตระกูลอาชิกางะ ได้ส่งถ้วยชาที่เสียหายไปยังประเทศจีนเพื่อซ่อมแซม และมันก็ถูกส่งกลับมาในสภาพที่มีตัวเย็บเหล็กที่ไม่สวยงาม ทำให้โชกุนต้องคิดค้นหาวิธีที่ดีกว่าในการซ่อมแซมสิ่งที่พังไป ช่างฝีมือของเขาจึงมองหาวิธีอันงดงามในการประกบเครื่องปั้นดินเผาอีกครั้งด้วยการใช้ครั่งผสมทอง

    เทคนิคนี้เป็นการเหลือรอยต่อสีทองอันงดงามที่ถูกพูดถึงกันมากในประวัติศาสตร์ เทคนิคนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว นักสะสมจำนวนมากรู้สึกชื่นชอบเทคนิคนี้มากถึงขั้นตั้งใจทุบเครื่องปั้นดินเผาอันมีค่า เพื่อที่จะได้ซ่อมแซมมันโดยใช้เทคนิคคินสึงิ! เครื่องปั้นเซรามิคมีความวิจิตรงดงามมากยิ่งขึ้นหลังจากการซ่อมแซมทุกครั้ง

    รูปแบบของคินสึงิ

    การติดกาวเพื่อซ่อมเครื่องปั้นดินเผานี้ จะขึ้นอยู่กับสภาพของมัน นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมเทคนิคนี้ถึงมีหลากหลายรูปแบบ หากว่ามีทุกชิ้นส่วนของเครื่องปั้นครบแล้วล่ะก็ สามารถประกอบมันกลับมาได้ง่ายดายด้วยรอยต่อที่เป็นทองบาง ๆ แต่หากมีชิ้นส่วนหายไป ก็จะต้องหาสิ่งอื่นมาอุดช่องว่างนั้น โดยแทนช่องว่างด้วย ครั่งทอง หรือ “อุรุชิ (urushi)” เพื่อให้มันมีรูปทรงของชิ้นส่วนที่หายไป

    รัก หรือ อุรุชินั้น สกัดมาจากต้นอุรุชิของญี่ปุ่น (Rhus Verniciflua) ต้นไม้ผลัดใบที่เติบโตได้สูงถึงประมาณ 15 เมตร ชิ้นส่วนที่แตกและหายไปอาจถูกทดแทนด้วยวัสดุอื่น ๆ ที่มีขนาดพอดีและเหมาะสมได้ หากอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีกาวทอง แม้กระทั่งทุกวันนี้ ก็ยังใช้เวลายาวนานในการซ่อมแซมเครื่องปั้นเซรามิคที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุด ซึ่งนั่นทำให้เทคนิคนี้มีคุณค่ามาก

    หากคุณต้องการลองซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาด้วยตัวเอง คุณอาจลองใช้ชุดซ่อมแซมคินสึงิ (Kintsugi Repair Kit) ที่จำหน่ายโดยบริษัท Meijiro ชุดเครื่องมือนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าการซ่อมแซมจะคงทนและยังสวยงามอีกด้วย แถมยังได้ชื่นชมกับรูปแบบศิลปะของคินสึงิอีกด้วย

    เว็บไซต์ Meijiro Company Kintsugi *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    คินสึงิ เป็นเพียงหนึ่งในเทคนิคดั้งเดิมที่ทำให้ผู้คนเกิดความสนใจในประวัติศาสตร์โบราณ ถือเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มาจากการซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุด ร่องรอยและรอยร้าวต่าง ๆ ที่หลงเหลือได้กลายมาเป็นจุดเด่นอันน่าอัศจรรย์ มีบริษัทหลายทั่วโลกที่นำเอาเทคนิคคินสึงิของญี่ปุ่นนี้ไปใช้งาน

    คินสึงิถือว่าเป็นมรดกล้ำค่าจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้ส่งข้อความอันงดงามไปถึงทุกคนในโลกนี้ว่า เราไม่ควรที่จะโยนทิ้งสิ่งของที่พัง และสอนให้ผู้คนรู้ซึ้งถึงความสำคัญของความยืดหยุ่น เมื่อใดก็ตามที่เราประสบกับปัญหาและความเจ็บปวด เราจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะรับมือและยืนหยัดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และประสบการณ์เหล่านี้ล่ะ ที่จะทำให้เราเป็นคนที่พิเศษและมีคุณค่าด้วยตัวของเราเอง