สิ่งที่ต้องทำทันที 4 ข้อเมื่อทำกระเป๋าสตางค์หายที่ญี่ปุ่น

  • เคล็ดลับ
  • สำหรับหลายคนแล้ว ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เรียกได้ว่า โอกาสที่กระเป๋าสตางค์หรือทรัพย์สินมีค่าของคุณจะถูกขโมยในญี่ปุ่นนั้นต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แต่แม้ว่าอาชญากรรมร้ายแรงจะน้อย การล้วงกระเป๋าและการขโมยของนั้น กลับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปกติในบริเวณตัวเมืองใหญ่ ๆ โดยเฉพาะในย่านอะซากะสะและฮาราจูกุในโตเกียว รวมไปถึงการขโมยหนังสือเดินทางที่สนามบินนาริตะด้วย (ข้อมูลจากสภาที่ปรึกษาความมั่นคงในต่างแดนของสหรัฐอเมริกา)

    การล้วงกระเป๋านั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวที่สุด เพราะนอกจากเงินแล้วยังมีบัตรต่าง ๆ และเอกสารที่สำคัญต่อการพักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย พวกนักล้วงมือไวมักจะพุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติโดยอาศัยการที่พวกเขาคิดว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นปลอดภัย และความไม่ระมัดระวังตัว โอกาสที่คุณจะได้เอกสารสำคัญ เช่น บัตรไซริวการ์ด หรือ บัตรพักอาศัยในประเทศญี่ปุ่น, บัตรประกันสุขภาพ และหนังสือเดินทางคืนนั้นต่ำมาก เพราะว่าพวกนักล้วงกระเป๋าสามารถหาเงินจากเอกสารเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน

    ถ้าคุณเป็นผู้โชคร้ายที่ถูกขโมยกระเป๋าสตางค์แล้วล่ะก็ นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทำ!

    Reference: osac.gov/
    1. แจ้งความกับตำรวจ

    สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ เข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็วตามสถานีตำรวจที่มีมากกว่าร้อยแห่งในเขตเมืองโตเกียว แม้ว่ามันจะไม่ใช่กฎข้อบังคับ คุณก็ควรจะแจ้งความถูกขโมยของหรือทรัพย์สินสูญหายที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด คุณยังสามารถโทรศัพท์ไปที่เบอร์ 110 เพื่อแจ้งความได้เช่นกัน แต่คุณก็ต้องไปที่ป้อมตำรวจ (koban/ 交番) เพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมและลงลายเซ็นอยู่ดี

    ถ้าคุณทำเอกสารสำคัญหาย เช่น หนังสือเดินทาง บัตรไซริวการ์ด พวกเขาอาจจะโอนเรื่องของคุณไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด ดังนั้น จงจำไว้ว่าคุณอาจจะต้องเตรียมเงินเพื่อเป็นค่าเดินทางในการดำเนินการด้วย

    สถานีตำรวจใหญ่ ๆ นั้น มักจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พูดภาษาอื่นได้ ทำให้ชีวิตของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยในญี่ปุ่นนั้นง่ายขึ้น ถ้าคุณสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ พยายามพูดให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย แต่ภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานก็สามารถช่วยคุณได้มากที่สุดอยู่ดี

    ถ้าคุณต้องการดูขั้นตอนและตัวอย่างของ “รายงานแจ้งทรัพย์สินสูญหาย” ที่คุณต้องส่งให้กับตำรวจ คุณสามารถดูได้ ที่นี่

    2. อายัดบัตรเครดิต

    ถ้าบัตรเครดิตของคุณถูกขโมย คุณควรโทรหาบริษัทที่เกี่ยวข้องทันที เพราะการซื้อของออนไลน์นั้น อาจจะเป็นสิ่งแรกที่คนร้ายจะทำ ถ้าคุณไม่สามารถติดต่อได้โดยโทรศัพท์มือถือของคุณหรือของโรงแรม มองหาตู้โทรศัพท์สาธารณะ (koshu denwa) ที่มีสีเขียวหรือสีเทา คุณสามารถโทรต่างประเทศได้โดยใช้เหรียญญี่ปุ่นหรือบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อ

    3. ขอหนังสือเดินทางและบัตรไซริวการ์ด

    หนังสือเดินทาง

    ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวและทำหนังสือเดินทางหาย สิ่งที่คุณควรทำอย่างที่สาม คือ ติดต่อสถานกงสุลหรือสถานทูตของประเทศของคุณในญี่ปุ่น จำไว้ว่าสถานกงสุลส่วนใหญ่มีเวลาทำการสั้น ๆ ตั้งแต่เวลา 9:00-13:00 น. ดังนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าคุณต้องจัดการเรื่องขอหนังสือเดินทางใหม่ในวันทำการถัดไป

    สถานฑูตไทยในโตเกียว ที่นี่ เบอร์ติดต่อ 03-5789-2433

    สถานฑูตไทยในโอซาก้า ที่นี่ เบอร์ติดต่อ 06-6543-6654, 06-6543-6655

    บัตรไซริวการ์ดหรือบัตรพักอาศัยในประเทศญี่ปุ่น

    ถ้าคุณเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยในญี่ปุ่นและทำบัตรไซริว การ์ดหาย คุณจะต้องติดต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุด ถ้าในโตเกียวจะอยู่ในเขตชินากาวะ เปิดให้บริการตั้งแต่ 9:00 ถึง 16:00 น. ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

    คุณจะได้รับบัตรไซริวการ์ดใหม่ในวันเดียวกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการขอบัตรใหม่นั้นอาจจะใช้เวลานานสักหน่อย และคุณต้องนำเอกสารเหล่านี้ไปด้วย

    1. รูปติดบัตร (สามารถถ่ายรูปได้ที่ตู้ถ่ายรูปที่มาพร้อมกับออพชั่นต่าง ๆ ได้ในราคาประมาณ 900 เยน)
    2. หมายเลขใบแจ้งความ (นำสำเนาไป เพราะทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะสแกนเอกสารเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน)
    3. หนังสือเดินทางของคุณ หรือหลักฐานแสดงตัวตนว่าเป็นพลเมืองของประเทศไทย (ในกรณีที่คุณไม่สามารถนำหนังสือเดินทางไปได้ คุณจะต้องแสดงเอกสารที่ออกโดยสถานกงสุล)
    4. กรอกข้อมูลในแแบบฟอร์มขอบัตรไซริวการ์ดในญี่ปุ่นใหม่ (คุณสามารถปริ้นท์ไปเอง หรือไปกรอกที่สำนักงานฯ ก็ได้)

    การขอบัตรไซริวการ์ดใหม่นั้นใช้เวลานาน และอาจจะต้องไปรอแถวครั้งแล้วครั้งเล่าในทุก ๆ ขั้นตอนดำเนินการ ดังนั้น ควรเตรียมเอกสารมาให้พร้อมและกรอกข้อมูลให้ครบ ข้อมูลอย่างหนึ่งที่จำเป็นคือ หมายเลขของบัตรไซริวการ์ดที่ถูกขโมยไป ถ้าคุณมีรูปถ่ายของบัตรไซริวการ์ดใบเก่าให้คุณนำไปด้วย เพราะมันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณได้มาก

    4. ขอบัตรประกันสุขภาพใหม่ และ/หรือ “My Number” การ์ด

    สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หากทำบัตรเหล่านี้หายไปด้วย ให้ไปที่สำนักงานเขตเพื่อขอบัตรดังกล่าวใหม่

    บัตรประกันสุขภาพ

    คุณควรขอบัตรประกันสุขภาพใหม่ให้เร็วที่สุด (ภายในวันเดียวกันกับที่คุณได้บัตรไซริวการ์ดใหม่) ถ้าคุณพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ให้ลองพูดว่า “ไซฟุ โอ๊ะ นุสุมาเระมาชิตะ” (กระเป๋าสตางค์ถูกขโมย) การขอบัตรประกันสุขภาพใหม่นั้น ใช้แค่บัตรไซริวการ์ดและใบแจ้งความจากตำรวจเท่านั้น

    การใช้บริการรักษาสุขภาพในญี่ปุ่นนั้น ต้องใช้ ไซริวการ์ดและบัตรประกันสุขภาพ (โฮเคงโฉะ) ซึ่งในโรงพยาบาลบางแห่ง คุณไม่จำเป็นต้องชำระเงินที่แคชแชียร์ แต่สามารถชำระเงินที่ตู้ได้ ซึ่งทำให้การถูกขโมย ID ไปนั้นง่ายขึ้น โปรดจำไว้ว่าวิธีเดียวที่จะป้องกันการถูกสวมรอยในกรณีแบบนี้ คือ ต้องหมั่นตรวจสอบรายงานการใช้สิทธิ์รักษาสุขภาพประจำปี (ซึ่งจะถูกส่งมาตามที่อยู่ของคุณ) และสอบถามที่สำนักงานเขตได้ในภายหลัง

    “My Number” การ์ด

    บัตร My Number ซึ่งก็คือ หมายเลขประจำตัว 12 ของผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น การที่บัตร My Number ถูกขโมยจะค่อนข้างยุ่งยากสักหน่อย แต่คุณสามารถขอบัตรใหม่ได้ที่สำนักงานเขต และต้องนำสำเนาของใบแจ้งความ บัตรไซริวการ์ด และเตรียมเงิน 500 เยนไปด้วย

    ถ้าคุณทำ My Number การ์ด หรือบัตรของเขตหาย (ในบางพื้นที่นั้นจะมีบัตรเฉพาะ เช่น เขตชินจูกุ) เป็นเรื่องอันตรายมากเพราะคนร้ายอาจจะเอา My Number การ์ด และบัตรไซริวการ์ดในชื่อของคุณไปใช้ก่อเหตุได้ และก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต นี่คือ เหตุผลว่าทำไมคุณควรจะแจ้งเปลี่ยนหมายเลขด้วย ไม่ใช่แค่ขอบัตรใหม่อย่างเดียว แม้ว่าขั้นตอนอาจจะยุ่งยาก แต่การรีบดำเนินการแต่เนิ่น ๆ ก็ทำให้อุ่นใจได้มากขึ้น

    สุดท้ายนี้ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือคุณควรมีสติ และพกบัตรสำคัญต่าง ๆ ไว้ในหลาย ๆ ที่ เพราะในญี่ปุ่นเอกสารประจำตัวนั้นมีค่าและมักจะถูกขโมย แน่นอนว่าสำหรับคนร้ายแล้ว การขโมยบัตรของคุณไปใช้ในการรักษาพยาบาลแพง ๆ ในญี่ปุ่นนั้นมีค่ามากกว่าเอาเงินแค่สองสามพันเยนจากกระเป๋าสตางค์ของคุณไปเป็นไหน ๆ