5 ลวดลายดอกไม้ที่ใช้เป็นตราประจำตระกูลในประเทศญี่ปุ่น

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • ตราประจำครอบครัวของคนญี่ปุ่นไม่ใช่สิ่งที่ใช้เพื่อแยกแยะเหล่าขุนนางออกจากคนปกติเหมือนตราประจำตระกูลของชาวยุโรปในสมัยก่อน เพราะคนญี่ปุ่นทุกชนชั้นต่างมีตราประจำครอบครัวหรือเรียกว่า “คามอน” ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง ซามูไร นักรบ หรือคนธรรมดาก็ตาม

    ในยุคศตวรรษที่ 8 คามอนเป็นตราประจำครอบครัวของครอบครัวขุนนางเท่านั้น แต่พอมาถึงยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) เหล่าซามูไรหรือคนที่สามารถจ้างซามูไรก็เริ่มมีตราประจำตระกูล หรือ คามอนเป็นของตัวเอง คนญี่ปุ่นทั่วไปจะเริ่มใช้ตราประจำครอบครัวในช่วงยุคเมจิ (ค.ศ. 1868-1912)

    ลวดลายไม้ห้าชนิดที่ถูกใช้ในตราประจำครอบครัว

    Family Crest header image

    ปัจจุบันญี่ปุ่นมีตราประจำครอบครัวมากกว่า 20,000 ตรา มีดีไซน์ของตราประจำครอบครัวที่มีต้นกำเนิดมาจากเทพเจ้าในตำนาน มีปรากฏการณ์ธรรมชาติ สวรรค์ และโลก โดยลวดลายที่เกี่ยวกับโลกนั้น มักจะเป็นรูปต้นไม้หรือสัตว์ต่าง ๆ ลวดลายที่เกี่ยวกับโลกนั้นเป็นตราประจำตระกูลญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

    ในส่วนของลวดลายดอกไม้ที่ได้รับความนิยมประกอบด้วย ลายดอกเบญจมาศ (คิคุ), ดอกเพาโลเนีย (คิริ), ดอกฮอลลี่ฮ็อค (อาโออิ), ดอกวิสทีเรีย (ฟูจิ) และดอกเจนเชียน (รินโด)

    1. ดอกเบญจมาศ Chrysanthemum (Kiku)

    ดอกเบญจมาศเป็นพืชฤดูเดียวที่อยู่ในวงศ์ทานตะวัน มีต้นกำเนิดที่เอเชียและยุโรป ดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้ที่คนจีนชอบปลูก เนื่องจากสามารถใช้มาปรุงเป็นยาได้ คนจีนเชื่อว่าดอกเบญจมาศมีความหมายว่า “อายุที่ยืนยาว” ส่วนคนญี่ปุ่นถือว่าดอกเบญจมาศนั้นเป็นดอกไม้ที่สูงส่งที่สุดของมวลดอกไม้ทั้งหมด ดอกเบญจมาศเลยกลายเป็นตราประจำตระกูลของจักรพรรดิญี่ปุ่น จักรพรรดิโกโตบะและอีกจักรพรรดิอีก 3 พระองค์ที่สืบราชสมบัติก็ต่างชื่นชอบลวดลายรูปดอกเบญจมาศเหมือนกัน แม้ว่าดอกเบญจมาศจะเป็นตราประจำตระกูลที่มีไว้ใช้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น แต่ในอดีต คนจากบางตระกูลก็สามารถใช้ลวดลายนี้ได้หากว่าตระกูลนั้นได้รับคำอนุญาตจากราชวงศ์ และเป็นตระกูลที่ได้รับใช้ราชวงศ์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ต่อมาภายหลังยุคปฏิรูปเมจิ ก็ไม่มีใครสามารถใช้ดอกเบญจมาศเป็นตราประจำตระกูลได้อีกนอกจากสมาชิกของราชวงศ์ สืบมาจนถึงในยุคปัจจุบันก็ยังคงใช้ดอกเบญจมาศเป็นตราประจำตระกูลอยู่

    2. ดอกเพาโลเนีย Paulownia (Kiri)

    Family Crest paulownia

    ต้นเพาโลเนียเป็นไม้ผลัดใบที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูก เป็นพืชสกุลวงศ์เพาโลเนียซีเอียที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ต้นเจ้าหญิง” หรือ “ต้นจักรพรรดิ” ต้นเพาโลเนียเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและได้ถูกใช้เป็นลวดลายประจำตระกูลเพราะเหตุผลที่ว่า คนจีนเชื่อว่า ดอกเพาโลเนียนั้น เป็นต้นไม้โชคดีที่มีนกฟีนิกซ์สถิตอยู่ข้างใน หลายคนเชื่อว่านกฟีนิกซ์จะร้องสรรเสริญพระราชาอยู่บนกิ่งสูง ๆ ของต้นดอกเพาโลเนีย นอกจากนี้ ลวดลายของดอกเพาโลเนียได้ปรากฏในชุดของจักรพรรดิและได้กลายเป็นตราประจำตระกูลในช่วงปลายยุคคามาคุระ ตราต้นเพาโลเนียนั้นจะเป็นสิ่งที่ราชสำนักจะมอบให้บริวารต่าง ๆ เป็นรางวัล และทางบริวารเองก็สามารถมอบตรานี้ให้กับข้าราชบริพารที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมและน่าชมเชยอีกด้วย

    3. ดอกฮอลลี่ฮ็อค Hollyhock (Aoi)

    ดอกฮอลลี่ฮ็อคหรืออัลเซียนั้น เป็นพืชฤดูเดียวที่อยู่ในวงศ์ Malvaceae เป็นพืชท้องถิ่นในแถบเอเชียและยุโรป ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ขุนนางหนุ่มสาวนั้น มักจะใช้ใบอ่อนของฮอลลี่ฮ็อคเพื่อตกแต่งเสื้อผ้า รถลาก และม้าขับรถลากในเทศกาลฮอลลี่ฮ็อค นี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ลวดลายใบฮอลลี่ฮ็อคกลายเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา หลังจากที่อิเอยาซุ โทกุงะวะใช้ฮอลลี่ฮ็อคเป็นลายประจำตระกูล ลายฮอลลี่ฮ็อคก็ได้ยกระดับขึ้นมาเหนือกว่าลายดอกเบญจมาศและโพโลเนีย มีแค่สมาชิกของตระกูลโทกุงะวะเท่านั้นที่สามารถใช้ลวดลายนี้ได้ในช่วงยุคเอโดะ

    4. ดอกวิสทีเรีย Wisteria (Fuji)

    ดอกวิสทีเรียเป็นไม้เลื้อยที่อยู่ในวงศ์ Fabaceae หรือ พืชตระกูลถั่ว วิสทีเรียเป็นต้นไม้ที่มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นและเป็นแรงบันดาลใจของบทกวีของมันโยชู คนญี่ปุ่นจะจัดการเฉลิมฉลองการเบ่งบานของดอกวิสทีเรียในทุกปี ดอกวิสทีเรียได้ถูกใช้เป็นลายกิโมโน ซึ่งพบเห็นได้ในเรื่อง Eiga Monogatari และ Genji Monogatari หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มใช้ลายนี้เป็นลายประจำตระกูลต่าง ๆ โดยเฉพาะตระกูลที่มีตัวอักษรคันจิของวิสทีเรียอยู่ในนามสกุล

    5. ดอกเจนเชียน (รินโด)

    ดอกเจนเชียนเป็นพืชฤดูเดียวที่อยู่ในวงศ์ Gentianaceae หรือ พืชตระกูลเจนเชียน คนในยุคฟูจิวาระนั้นชื่นชอบต้นเจนเชียนเป็นพิเศษ สัญลักษณ์รูปเจนเชียนนั้นปรากฏอยู่ในเรื่อง Genji Monogatari และ Makura no Soshi พอเจนเชียนเริ่มได้รับความนิยมและถูกใช้เป็นลายประดับ ขุนนางในวังก็เริ่มที่จะแปลงมันไปเป็นลวดลายของตราประจำตระกูล

    ในประเทศญี่ปุ่นมีอีกหลายสัญลักษณ์และรูปร่างต่าง ๆ ที่ถูกใช้เป็นตราประจำตระกูล เราหวังว่าคุณนั้นจะได้สนุกไปกับการเรียนรู้ประวัติของลวดลายด้านบนนะคะ