ลิ้มรสสุนทรียศาสตร์แห่งพิธีชงชาของญี่ปุ่น

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • มีประเพณีมากมายที่คนญี่ปุ่นยังคงปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ประเพณีโบราณไว้เป็นอย่างดีไว้เป็นอย่างดีและสืบทอดสู่คนรุ่นถัดไป เพื่อให้คนรุ่นถัดไปได้เคารพถึงรากเหง้าและวิธีปฏิบัติดั้งเดิมที่จะสอนให้พวกเขารู้ถึงคุณค่าที่ดีงามและแสดงให้เห็นว่าความเป็นเอกลักษณ์นั้นเป็นเช่นไร

    หนึ่งในประเพณีที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีคือ พิธีชงชาอันโด่งดังของญี่ปุ่น พิธีชงชาของญี่ปุ่นหรือที่เรียกกันในญี่ปุ่นว่า “ฉะ โนะ ยุ (Cha no yu)” กล่าวกันว่าได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนานิกายเซน มีต้นกำเนิดที่แท้จริงมาจากประเทศจีน ก่อนที่ญี่ปุ่นจะได้รับมาในสมัยโบราณ และค่อย ๆ พัฒนาจนเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา

    สิ่งที่ใช้ในพิธีชงชา

    ชามีประโยชน์และดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต นอกจากนี้ ความพิเศษของพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นก็มีความเกี่ยวข้องกับความสามัคคี, ความเคารพ, ความบริสุทธ์ และความเงียบสงบในระหว่างที่ผู้คนเข้าร่วม พิธีชงชาสามารถจัดขึ้นได้ที่บ้าน, ในห้องพิเศษสำหรับชงชา, ในโรงน้ำชา และแม้กระทั่งกลางแจ้ง ห้องชงชานั้นไม่จำเป็นต้องหรูหราหรือตกแต่งมีสีสัน ยกเว้นแต่รูปแบบที่เรียกว่า “โทโคโนมะ (Tokonoma)” ที่จะมี “คาเคะโมโนะ (kakemono)” หรือ ภาพจิตรกรรมแบบม้วนแขวนไว้ เพื่อแสดงถึงธีมของพิธีที่ถูกเลือกโดยเจ้าภาพ

    บางคนกล่าวว่า ชาเป็นสัญลักษณ์ของความสมดุลระหว่างหยินและหยาง น้ำที่ใช้ในพิธีเป็นตัวแทนของหยิน และไฟที่ใช้ในเตาไฟหมายถึงหยาง น้ำที่ใช้จะถูกเก็บไว้ในโถที่เรียกว่า มิซุซาชิ (mizusashi/ 水指) โถหินนี้จะเก็บน้ำจืดที่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ และมีแค่เจ้าภาพเท่านั้นที่สัมผัสได้ มัทฉะ (Matcha/ 抹茶) จะถูกเก็บไว้ในภาชนะเซรามิกขนาดเล็กที่เรียกว่า “ฉะ อิเระ (cha ire/ 茶入れ)” ซึ่งถูกใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าไหมอันงดงามที่เรียกว่า “ชิฟุคุ (Shifuku)” ซึ่งจะตั้งอยู่ด้านหน้าของมิซุซาชิ

    ขั้นตอนของพิธีชงชา

    ในพิธีชงชานั้น จำนวนของแขกผู้เข้าร่วมที่เหมาะสมที่สุดคือ 4 คน แต่บางครั้งจำนวนแขกก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 1 คนไปจนถึง 6 คน หรือมากกว่านั้น ขั้นตอนของพิธีดั้งเดิมนี้เริ่มต้นที่การทำความสะอาดเครื่องมือทั้งหมดและถ้วย และขั้นตอนการเตรียมชาและเครื่องมือที่จะใช้ในการเสิร์ฟชา ถัดจากนั้น เจ้าภาพจะเริ่มเตรียมชาโดยเติมผงชาเขียวมัทฉะสามช้อนชาต่อแขกหนึ่งคนลงไปในถ้วยอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นน้ำร้อนจะถูกตักด้วยทัพพีและเทลงไปในถ้วย และจะถูกคนเบา ๆ จนมันเริ่มเหนียวเป็นแป้งเปียกแผ่นบาง จากนั้น ค่อย ๆ เติมน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ เท่าที่จำเป็นจนผิวสัมผัสของชามีลักษณะเหมือนน้ำซุป จากนั้นเจ้าภาพจะค่อย ๆ ยื่นชาร้อนนี้ให้กับแขกคนแรกอย่างงดงามและระมัดระวัง และพวกเขาจะแลกถ้วยกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความเคารพซึ่งกันและกัน แขกจะชื่นชมถ้วยก่อนที่จะหมุนถ้วยแล้วดื่มชา หลังจากนั้นแขกคนนี้ก็จะเช็ดรอบปากถ้วยและส่งถ้วยนี้ให้กับแขกคนต่อไปด้วยการเคลื่อนไหวเหมือนเดิมกับที่เจ้าภาพทำ ทำเช่นนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ จนถึงแขกคนสุดท้ายในพิธี หลังจากที่แขกทุกคนได้จิบชาแล้ว เจ้าภาพก็จะรวบรวมเครื่องมือและถ้วยชาเข้าด้วยกันและทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ แขกก็ยังคงตรวจสอบพวกมันทั้งหมดอย่างระมัดระวังและให้ความเคารพ หลังจากที่พิธีทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าภาพจะเก็บของทุกอย่าง และแขกก็จะเตรียมพร้อมออกจากห้องชงชาไป แต่ก็ยังออกไปไม่ได้ จนกว่าจะโค้งตัวให้เจ้าภาพเสียก่อน

    naruko-gorge

    การโค้งให้เจ้าภาพเป็นเครื่องหมายของการสิ้นสุดของพิธี แขกก็จะค่อย ๆ กลับ ในขณะที่เจ้าภาพก็จะคอยมองพวกเขาจากประตูของโรงน้ำชาจนกว่าแขกทุกคนจะไปลับสายตาแล้ว

    การจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สมบูรณ์ในด้านชงชาต้องใช้เวลานานหลายปี บางคนกระทั่งเข้าเรียน หรือเข้าชมรมที่โรงเรียนที่สอนเรื่องชงชาโดยเฉพาะ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น พวกเขาเรียนรู้กันอย่างจริงจังเกี่ยวกับหน้าที่โดยทั่วไปทั้งหมดของเจ้าภาพ และพฤติกรรมอันเหมาะสมที่คาดหวังไว้ของแขกที่เข้าร่วมในพิธี หลังจากนั้นพวกเขาจะได้รับใบประกาศนียบัตรไว้เป็นหลักฐานว่าได้มีทักษะของศิลปะนี้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ทำพิธีนี้ได้

    พิธีนี้เป็นศิลปะในตัวเองและบางครั้งต้องใช้ความอดทนในการประกอบพิธี ทุกคนที่สนใจในการทำพิธีนี้ควรเรียนจากโรงเรียนเฉพาะทาง วิธีปฏิบัตินี้แสดงให้เห็นถึงความเคารพ และมอบความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวิถีดั้งเดิมที่คนญี่ปุ่นจะปฏิบัติต่อแขก และให้บริการแต่เพียงสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น นี่เป็นหนึ่งในประเพณีที่คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจและเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก!