ไปเยือน “จูนิโกะ” ที่น่าหลงใหล – สิบสองทะเลสาบแห่งจังหวัดอาโอโมริ!

  • จุดเยี่ยมชม
  • อะโอโมริ
  • คุณเคยเดินทางไปเที่ยวจังหวัดอาโอโมริที่งดงามของประเทศญี่ปุ่นบ้างหรือเปล่า? ถ้าไม่เคย ควรจะลองเดินทางไปเยือนจุดหมายปลายทางที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่าง “จูนิโกะ (十二湖)” หรือ “สิบสองทะเลสาบ” ดูซักครั้ง สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองฟุคาอุระ ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกทะเลสาบ 33 แห่งและบึงน้ำใหญ่อีกหนึ่งแห่งที่อยู่ในพื้นที่แถบนั้น ที่นี่มีผืนน้ำขนาดใหญ่และมีต้นไม้อยู่เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแก่การเดินทางไปชื่นชมธรรมชาติอีกด้วย

    ที่มาของชื่อบึงน้ำแห่งนี้

    ทางตอนเหนือของจังหวัดอะคิตะแทบไม่ค่อยเกิดแผ่นดินไหวขึ้นเลย แต่ในปี 1704 กลับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้น และแผ่นดินไหวในครั้งนั้นก็ส่งผลกระทบในทางธรณีวิทยาต่อจังหวัดอาโอโมริที่อยู่ข้างเคียง เมื่อพื้นที่ที่เป็นผืนดินส่วนหนึ่งยุบตัวลงไป บางส่วนก็ได้กลายเป็นของเหลวและก่อให้เกิดพื้นที่ที่เป็นน้ำขึ้น ทะเลสาบและบึงน้ำที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้กลายมาเป็นสถานที่ยอดนิยมที่ผู้คนมักจะไปเยือนกัน ชื่อของ “สิบสองทะเลสาบ” มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าทะเลสาบที่คุณสามารถมองเห็นได้จากภูเขาโอคุซึเระที่อยู่ใกล้ ๆ มีแค่ 12 แห่งเท่านั้น ทั้งทะเลสาบและบึงน้ำต่างก็มีลักษณะร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ มีน้ำใสเหมือนแก้วคริสตัล โดยใสถึงขั้นที่ว่าคุณสามารถมองเห็นก้นทะเลสาบได้! การจะเที่ยวให้ทั่วทั้งพื้นที่อาจจะต้องใช้เวลาขับรถทั้งวันเลยทีเดียว

    ทะเลสาบอาโออิเคะ

    ทะเลสาบที่พิเศษที่สุดน่าจะเป็นอาโออิเคะที่มีผืนน้ำเป็นสีน้ำเงิน ดูลึกลับ มีความลึก 29 ฟุต คุณจะได้เห็นต้นบีชที่แห้งตายไปแล้วจมอยู่ใต้ผิวน้ำ และจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที ยังไม่มีใครทราบว่าอะไร คือ เหตุที่ทำให้น้ำในทะเลสาบมีสีน้ำเงิน หลายคนบอกว่าพวกเขาสามารถทำสมาธิได้จากการเพ่งมองสีของทะเลสาบซึ่งยิ่งมองก็ยิ่งเข้มขึ้นและดำดิ่งลง คงจะดีไม่น้อยถ้าคุณจะลองไปเยือนทะเลสาบและบึงน้ำอื่น ๆ ด้วย เพราะแต่ละที่ต่างก็มีความงามและความน่าหลงใหลในแบบของตัวเอง

    กิจกรรมกลางแจ้ง

    รอบ ๆ ทะเลสาบและบึงน้ำมีที่ให้เดินเล่นเยอะมาก ถ้าคุณอยากเดินทางไกล ขอแนะนำให้คุณลองหาอาสาสมัครมาช่วยนำทางสักคนและจะได้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าและประวัติความเป็นมาของทะเลสาบจูนิโกะอีกด้วย ช่วงเวลาในการเดินทางไกลนั้น ทุก ๆ ปีจะกำหนดไว้ที่เดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่าย 10,000 เยนสำหรับทัวร์นำเที่ยว 1 ถึง 3 ชั่วโมง สำหรับผู้พิการหรือผู้ที่ต้องนั่งรถเข็นสามารถเข้าร่วมทัวร์ได้ โดยเสียค่าใช้จ่าย 5,000 เยนต่อผู้ช่วยหนึ่งคน กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ มีทั้งการตั้งแคมป์ การไต่ขึ้นเนินสูง การเดินชมธรรมชาติ และการปีนเขา

    จูนิโกะ คือ อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าหลงใหลของจังหวัดอาโอโมริที่คุณควรไปเยือน แค่สถานที่แห่งนั้นก็เพียงพอจะสร้างความตื่นตะลึงให้คุณได้แล้ว ว่ากันว่าฤดูกาลที่ดีที่สุดในการเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนั้น คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน

    เว็บไซต์ท่องเที่ยวอาโอโมริ *เฉพาะภาษาอังกฤษ