5 สถานที่ชมฤดูใบไม้ร่วงในจังหวัดนากาโน่

  • จุดเยี่ยมชม
  • นากาโน่
  • ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในฐานะประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นเมืองที่พัฒนาแล้ว นอกจากตึกระฟ้าและอาคารต่าง ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังมีธรรมชาติและทิวทัศน์อันสวยงามอีกด้วย ไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจะรวมประเทศญี่ปุ่นอยู่ในรายการท่องเที่ยวของพวกเขา!

    อย่างที่ทุกคนรู้ว่าความสวยงามทางธรรมชาติที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศญี่ปุ่นนั้น ได้มีการยกย่องกล่าวถึงในทุกฤดูกาล และฤดูใบไม้ร่วงนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดก็คือ ความงามของใบไม้เปลี่ยนสี หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุด คือ “ควรจะไปที่ไหนดีน๊า?” เพราะประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่สวย ๆ อยู่มากมาย แต่ก็มีสถานที่แห่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดนั่นคือ จังหวัดนากาโน่

    น้ำตกคามันดากิ, ชิกะไฮแลนด์ส

    kanmandaki-falls

    รูปของผู้เขียน

    ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ เราขอแนะนำสถานที่ทั้ง 5 แห่งที่ไม่ควรพลาดในจังหวัดนากาโน่!

    5. โทกาคุชิ (Togakushi)
    บ่อคากามิ โทกาคุชิ

    kyoto-gion

    ที่เชิงภูเขาโทกาคุชิ (Togakushi) เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านโทกาคุชิ คำว่า “togakushi” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง “ประตูที่ซ่อนอยู่” ซึ่งลึกลับสมกับชื่อของสถานที่ เนินเขาโทกาคุชิเต็มไปด้วยจุดชมวิวที่ซ่อนอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งเหมาะสำหรับนักปีนเขาและผู้ที่มองหาบรรยากาศที่ผ่อนคลายภายในป่า นอกจากนี้ ศาลเจ้าโทกาคุชิยังเป็นที่นิยมอย่างมากถือว่าเป็นจุดที่มีพลังมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีประวัติมาอย่างยาวนาน “จุดพลัง” นี้ หมายถึง จุดที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนญี่ปุ่นที่เชื่อกันว่า เมื่อมาถึงจุดนี้จะสัมผัสถึงพลังธรรมชาติต่าง ๆ

    ในเนินเขาโทกาคุชิ ผู้เข้าชมสามารถเพลิดเพลินไปกับเส้นทางเดินอันหลากหลายที่จะพาท่านไปสู่ทะเลสาบอันสวยงาม รวมถึงสระน้ำคากามิ (Kagami) ที่มีชื่อเสียง ช่วงใบไม้ร่วงในโทกาคุชิจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงช่วงกลางเดือนตุลาคม ดังนั้นก่อนไปควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่ายังมีใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หรือไม่! นอกจากนี้ อย่าลืมลองทานบะหมี่โซบะที่ทำเองของที่นี่กันนะคะ!

    เว็บไซต์ภูเขาโทกาคุชิ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    4. คารุอิซาว่า (Karuizawa)
    บ่อคุโมบะ, คารุอิซาว่า

    #雲場池#軽井沢#kumobapond#karuizawa

    Kazumiさん(@kazarisei)がシェアした投稿 –

    คารุอิซาว่าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมในเหล่านักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นที่นิยมสำหรับคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่แถบคันโตอีกด้วย เนื่องจากเดินทางได้โดยรถไฟชินคันเซ็นเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ที่นี่ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ สระน้ำคุโมบะ (Kumoba) และน้ำตกชิราอิโตะ (Shiraito)

    ช่วงใบไม้ร่วงในคารุอิซาว่า เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ดีที่สุดของฤดูใบไม้ร่วง คือ ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวเยอะ คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันสวยงามและถ่ายรูปลง Instagram ด้วยความสนุกสนานอย่างแน่นอน!

    เว็บไซต์คารุอิซาวะ *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    3. ชิกะ-ไฮแลนด์ส (Shiga Highlands)

    หากคุณมองหาภาพของชิกะ-ไฮแลนด์สในอินเทอร์เน็ตแล้วล่ะก็ คุณจะพบแต่ภาพการเล่นสกีต่าง ๆ และภาพของหิมะ เพราะที่นี่ คือหนึ่งในสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากที่นี่เคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1998 อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่ในช่วงฤดูหนาว แต่ชิกะ-ไฮแลนด์สยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบกัน สำหรับการเยี่ยมชมในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

    ชิกะ-ไฮแลนด์ส ตั้งอยู่ทานตอนเหนือของจังหวัดนากาโน่ มีทิวทัศน์อันสวยงาม ภูเขาตั้งตระหง่าน และทะเลสาบที่งดงาม ซึ่งคุ้มค่าในการมาชมเป็นอย่างยิ่ง ในความเป็นจริงพื้นที่นี้กว้างใหญ่มากจนไม่สามารถชื่นชมได้ภายในวันเดียว! แต่เมื่อมาถึงชิกะ-ไฮแลนด์ส อย่าลืมรวมสระน้ำอิจินุมะ (Ichinuma), ภูเขาโยโคเทะ (Mt. Yokote) และน้ำตกคังมันดาคิ (Kanmandaki) ไว้ในแผนการเดินทางของคุณด้วย เนื่องจากสถานที่เหล่านี้งดงามมาก

    ชิกะ-ไฮแลนด์ส มีเส้นทางเดินเขาและเดินเท้าอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกคนจะได้สนุกอย่างแน่นอน แต่ที่นี่มีอะไรมากกว่านั้น! ลองพาตัวเองไปยังชิกะ-ไฮแลนด์สไปชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วงที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ซึ่งช่วงที่ดีที่สุดสำหรับฤดูใบไม้ร่วง คือ ช่วงต้นเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนตุลาคม

    เว็บไซต์ Shiga Highlands *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    2. ภูเขาคาราซาวะ (Mt. Karasawa)

    kyoto-gion

    เมื่อพูดถึงสีสันของฤดูใบไม้ร่วง สิ่งหนึ่งที่จะปฏิเสธไม่ได้ที่เหล่านักปีนเขาและนักเดินทางทุกคนมองหา นั่นก็คือ ความงามของ “ภูเขา” และภูเขาที่เรากำลังจะพูดถึงไม่ใช่ภูเขาทั่ว ๆ ไป แต่เป็นเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นนั่นเอง

    ใช่แล้ว! ภูเขาคาราซาวะเป็นหนึ่งในภูเขาโฮทาคะ (Hotaka) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือ เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นเป็นเทือกเขาที่สูงตระหง่านบนเกาะฮอนชูอันเป็นเกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเทือกเขานี้มียอดเขาสูงและทัศนียภาพอันงดงาม นอกจากนี้ยอดเขาที่สูงที่สุด 30 อันดับแรกของญี่ปุ่นก็อยู่ที่บริเวณเทือกเขานี้ด้วย ยกเว้นภูเขาไฟฟูจิ

    ภูเขาคาราซาวะเปรียบดั่งสวรรค์ของเหล่านักปีนเขาทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ มียอดเขาสูงถึง 3,110 เมตร แต่จุดหมายปลายทางสำหรับนักปีนเขาหลายคนไม่ใช่ที่ยอดเขาเสมอไป เนื่องจากแค่บริเวณที่ตั้งแคมป์และบริเวณบนหุบเขาก็สามารถพบทิวทัศน์อันสวยงามน่าทึ่งแล้ว และเมื่อปีนเขาสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราจะยิ่งเพลิดเพลินกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วง และเมื่อถึงยอดเขาแล้วจะพบทัศนียภาพ 360 องศาของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนืออันสวยงามคอยต้อนรับทุกคนอยู่!

    ช่วงที่ดีที่สุดของฤดูใบไม้ร่วงในคาราซาวะ คือ ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม ในช่วงนี้อุณหภูมิจะลดลงจาก 20 °C ถึง 0 °C ตอนนี้อากาศเย็นแล้ว เตรียมเสื้อผ้าไปให้พร้อม!

    เว็บไซต์ภูเขาคาราซาวะ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    1. คามิโคจิ (Kamikochi)

    และก็มาถึงสถานที่ที่ดีที่สุด!

    ถ้าคุณวางแผนที่จะไปเที่ยวจังหวัดนากาโน่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง คุณน่าจะเคยได้ยินหรือรู้จักคามิโคจิ (Kamikochi) มาบ้างแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยงามมากของเมืองมัตสึโมโตะ มีทัศนียภาพหลายแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีทิวทัศน์ตั้งแต่บ่อน้ำไปจนถึงแม่น้ำ หุบเขาไปจนถึงภูเขาใหญ่

    คามิโคจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนากาโน่ อยู่ในบริเวณเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือ แม้คามิโคจิจะเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แต่คามิโคจิยังคงรักษาสภาพความงดงามตามธรรมชาติไว้ได้ เนื่องจากอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติ Chubu-Sangaku National Park เพื่อป้องกันการทำลายสภาพแวดล้อมในบริเวณนี้ จึงมีมาตรการควบคุมปริมาณรถยนต์ และอนุญาตให้รถมาถึงแค่เฉพาะบริเวณที่จอดรถของเขตฮิรายุ (Hirayu) และเขตซาวันโดะ (Sawando) เท่านั้น นักท่องเที่ยวต้องใช้บริการรถบัส หรือรถแท็กซี่เพื่อไปยังพื้นที่แห่งนี้ คามิโคจิยังถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในสมบัติทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

    ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทางที่แตกต่างกัน เพื่อชมรอบๆ บริเวณนี้ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักปีนเขาในหลายๆ ระดับ ภูเขาที่ดีที่สุดที่จะปีนขึ้นไป คือภูเขายาริกาทาเคะ (Yarigatake) มีความสูง 3,180 เมตร และภูเขาโฮทาคาดาเคะ (Hotakadake) มีความสูง 3,190 เมตร สำหรับผู้ที่ชอบความเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ ก็มีหลายเส้นทางเดินด้วยกัน รวมถึงเส้นทางที่พาชมสระน้ำต่างๆ ได้แก่ สระน้ำไทอิโช (Taisho) และสระน้ำเมียวจิน (Myojin) ซึ่งทั้ง 2 ถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในคามิโคจิ นอกจากนี้คุณยังไม่ควรพลาดที่จะไปชมสะพานคัปปะ ซึ่งเป็นสะพานไม้แขวนอันเป็นสัญลักษณ์ของคามิโคจิ และจากที่นี่คุณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือและแม่น้ำอาสึซะ (Asuza) อันกว้างใหญ่ที่ไหลผ่าน

    คามิโคจิ เป็นสถานที่ที่รวมความสวยงามทุกอย่าง ดังนั้นรีบวางแผนมาเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วงนี้! ที่นี่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่กลางเดือนเมษายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน และจะปิดในช่วงฤดูหนาว และช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเพลิดเพลินไปกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วง คือช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนตุลาคม

    เว็บไซต์คามิโคจิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    นี่เป็นเพียงจุดชมวิวที่งดงามที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่คุณไม่ควรพลาดในจังหวัดนากาโน่ ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงในดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย!