“เบตสึบาระ” หรือ กระเพาะของหวาน : เพิ่มความหวานให้กับภาษาญี่ปุ่น!

  • ภาษา
  • “กินคาวไม่กินหวาน สันดารไพร่” สำนวนไทยที่เราคุ้นเคยกันดี สาว ๆ หลายคนรักการทานของหวานตบท้ายหลังรับประทานอาหารคาว สำหรับภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า “เบตสึบาระ” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคันจิ 2 ตัว คือ คำว่า “แยก หรือ แบ่ง” (別, “เบตสึ”) และ “กระเพาะ” (腹, “ฮาระ はら”, หรือ “บาระ ばら”) จึงมีความหมายตรงตัวว่า “กระเพาะพิเศษ” นั่นเอง มันคือ อวัยวะที่เราเพิ่มเข้ามาในจินตนาการเพื่อรองรับของหวานโดยเฉพาะ!

    ผมรู้จักกับคำนี้ได้อย่างไร

    ผมชอบคำนี้ ไม่ใช่แค่เพราะความหมายของมัน แต่ยังเป็นเพราะผมมีความทรงจำที่หอมหวานเมื่อครั้งแรกที่ได้รู้จักกับคำนี้ ไม่นานหลังจากที่ผมมาเป็นครูที่ระเทศญี่ปุ่น ผมไปทานข้าวกลางวันกับสุภาพสตรี 3 คนที่ทำงานที่โรงเรียนเดียวกับผม (นางพยาบาล 2 คนและผู้ช่วยนักวิจัยอีกหนึ่งคน) เพราะว่าไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้มากนัก ผมเลยพยายามที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสารให้ดีที่สุด หลังจากมื้อที่แสนอร่อย ผมพูดว่า โอนากะ ก้ะ อิปไป (お腹がいっぱい) ซึ่งแปลว่า “อิ่มแล้ว” อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผมพูดเสร็จแล้ว อาหารหวานของพวกเราก็มาถึงพอดี และผมก็รีบจ้วงกินทันที สุภาพสตรีเหล่านั้นหัวเราะ และพูดว่า “เบตสึบาระ” เป็นคำที่ใช้พูดถึงกระเพาะพิเศษที่เตรียมเอาไว้สำหรับของหวานโดยเฉพาะ ถือว่าผมได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่นี้จากเพื่อน ๆ ร่วมงาน

    เบตสึบาระในมุมมองวิทยาศาสตร์?

    เรามีเบตสึบาระจริง ๆ หรือเปล่า? รายการโชว์ที่ให้ความรู้แต่ออกอากาศได้ไม่นานชื่อ คะไต ชิน โชว์ (解体新ショー, 2007-2009) ได้แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ โอเค มันไม่มีหลักฐานว่าเบตสึบาระมีจริงมั้ย เราไม่มีกระเพาะแยกออกมาเหมือนกับวัว แต่กลับมีคำอธิบายทางกายภาพว่าทำไมเราจึงรู้สึกว่าเรามี เพราะความจริงแล้วกระเพาะของเรานั้นสามารถยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามสิ่งเร้าที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่ให้กับของหวานได้

    ในตอนหนึ่งของรายการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหาร ชิเกกิ โคะยามะ (Shigeki Koyama) ได้แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงนี้ หลังจากที่ได้กินอาหารฝรั่งเศสจนแน่นท้อง สุภาพสตรีสองคนได้ถูกนำเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอเพื่อแสดงให้เห็นถึงรูปร่างของกระเพาะที่แน่นไปด้วยอาหารของพวกเธอ หลังจากนั้นพวกเธอก็เห็นรูปเค้ก และผู้ชมก็ได้เห็นถึงรูปร่างของกระเพาะพวกเธอที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างของกระเพาะของหนึ่งในผู้ทดลองเป็นไปตามรูปภาพด้านบน

    รูปร่างของกระเพาะนั้นได้เปลี่ยนไปมาก บริเวณของกระเพาะที่เชื่อมต่อกับลำไส้เล็กนั้นแคบลง และมีรูปร่างเหมือนกับลูกศร ในขณะที่ส่วนบนของกระเพาะนั้นดูเล็กลง ราวกับว่ากระเพาะนั้นขับอาหารออกไปเพื่อที่จะเว้นที่ไว้ให้กับเค้ก นักวิจัยในประเทศนอร์เวย์ ด็อกเตอร์ อาร์โนลด์ เบอร์สตาด (Dr. Arnold Berstad) และด็อกเตอร์ยอร์เก็น วาลัวร์ (Dr. Jørgen Valeur) ค้บพบว่าน้ำตาลกระตุ้นให้กล้ามเนื้อของกระเพาะอาหารคลายตัว และรองรับอาหารได้มากขึ้น ซึ่งวิทยาศาสตร์ตอบเราแล้วว่า เรามักจะมีพื้นที่ให้กับของหวานเสมอ!

    ทำไมเราถึงมีเบตสึบาระ?

    ความเชื่อที่มักจะเชื่อกันในวงการวิทยาศาสตร์ก็คือ บรรพบุรุษของเรานั้น ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีอาหารมื้อต่อไปกินอีกหรือไม่ ดังนั้น ร่างกายจึงสร้างกลไกที่ให้เราเก็บเกี่ยวอาหารไว้ได้มากที่สุดขณะที่มันยังมีอยู่ โดยเฉพาะอาหารที่ให้พลังงานสูง (หรือ อาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมัน) อีกทั้งยังมีเคมีทางสมองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมได้จากวีดีโอนี้) ทุกวันนี้อย่างน้อยในประเทศโลกที่หนึ่ง พวกเราส่วนใหญ่ก็มีอภิสิทธิ์เพียงพอที่จะไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้ เราเลยมีแนวโน้มที่จะกินเยอะ การมีเบตสึบาระเป็นเรื่องที่ดีในบางโอกาส แต่เพื่อสุขภาพของเราแล้ว เราควรจะระวังไว้ด้วย

    เบตสึบาระถูกใช้กับของหวานเป็นส่วนมาก แต่ในญี่ปุ่น ผมยังมีกระเพาะพิเศษสำหรับซูชิด้วย คุณล่ะ มีเบตสึบาระเป็นแบบไหน?