รัฐบาลญี่ปุ่นกับนโยบายใหม่ในการเปิดรับ “ชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน ” พร้อมโอกาสได้วีซ่าถาวรในประเทศญี่ปุ่น!

  • การทำงาน
  • ชีวิตและการทำงาน
  • ในอดีตสำหรับชาวต่างชาติแล้ว การทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นอาจจะมีข้อจำกัดมากมายไม่ว่าจะเป็น การหางาน การเช่าอะพาร์ตเมนต์ที่อาจจะยังไม่ได้มีการเปิดกว้างให้คนต่างชาติมากนัก แต่เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานและอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจ้างงานและเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีศักยภาพพร้อมทักษะในการทำงานและภาษาที่ดีมาเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน

    ทั้งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาทำงานอยู่พอสมควร เพราะมีจำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการหางานทำด้วยวีซ่า Working holiday (เฉพาะสำหรับบางประเทศ) รวมถึงบรรดานักเรียนต่างชาติที่หลังจบการศึกษาแล้วมีแผนหางานทำต่อในประเทศญี่ปุ่น

    เมื่อไม่นานมานี้ ประเด็นปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ถูกยกขึ้นมาพูดในที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาและถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการกำหนดนโยบายใหม่สำหรับการว่าจ้างแรงงานชาวต่างชาติและพิจารณาการขยายโอกาสเพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของเงื่อนไขต่าง ๆ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและตรวจสอบควบคู่ไปกับเรื่องการกำหนดขอบเขตของทักษะฝีมือแรงงาน ในที่ประชุมยังรวมถึงการแก้ไขกฎหมายผู้ลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

    ความเตรียมพร้อมของประเทศญี่ปุ่นในการรับชาวต่างชาติ

    จะเห็นได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ได้มีความพยายามในการปรับปรุงความพร้อมทางด้านต่าง ๆ ภายในประเทศเพื่อรองรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงข้อสอบวัดระดับทางภาษาญี่ปุ่น โดยมีแผนจะเพิ่มข้อสอบชุดใหม่เข้ามาเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการจะทำงานอย่างแท้จริง

    และล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าแบบใหม่สำหรับแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง หรือ Specified Skills (特定技能/ tokutei ginou) ซึ่งคาดว่าจะใช้ในเดือนเมษายนปี 2019 ซึ่งก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับสถานะของวีซ่าแบบใหม่ เรามาทำความรู้จักกับวีซ่าแบบเดิมที่ใช้กันอยู่แล้วในปัจจุบันกันก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับวีซ่าได้ดียิ่งขึ้น

  • วีซ่าที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ประเภท:
    1. 1. Working Visa (วีซ่าทำงาน)
      2. Non-working Visa (วีซ่า (ที่ไม่ใช่) ประเภททำงาน)
      3. Family-related Visa (วีซ่าติดตามครอบครัว)

    ในกรณีที่ถือวีซ่าทำงานอยู่และได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่น จะได้รับอนุญาตให้เลือกระหว่างวีซ่าทำงานหรือวีซ่าสมรสอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

    สำหรับผู้ที่ต้องการได้วีซ่าทำงาน จะต้องจบการศึกษาและมีทักษะความรู้ในระดับสูง การที่จะได้ผู้สปอนเซอร์วีซ่านั้น ผู้สมัครจะต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือมีประสบการณ์ในประเภทงานที่ทำอยู่

    วีซ่าทำงาน

    แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่

  • สำหรับผู้ที่ทำงานในหน่วยงานของเอกชนต่าง ๆ :
    1. 1. Engineer/Specialist in Humanities/ International Services (วิศวกร/ ผู้เชี่ยวชาญในด้านมนุษยชน/ หน่วยงานด้านบริการระหว่งประเทศ) ผู้สมัครต้องจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย หรือมีประสบการณ์ทำงาน 10 ปี ในสองประเภทแรก และมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปี หรือมีวุฒิการศึกษารับรอง สำหรับประเภทสุดท้าย
      2. Intra-company Transferee (ย้ายมาประจำสำนักงานจากต่างประเทศ) เป็นวีซ่าที่มีเงื่อนไขว่าผู้สมัครต้องเคยทำงานในสำนักงานที่ต่างประเทศมาแล้วมากกว่า 1 ปี
      3. Skilled Labor (ทักษะแรงงาน) ต้องมีประสบการณ์การทำงาน 3-10 ปีขึ้นไปในประเภทที่เกี่ยวข้อง
      4. Business Manager (ธุรกิจ) ต้องมีหลักฐานการเงินสำหรับดำเนินกิจการในประเทศญี่ปุ่น
  • Highly-Skilled Professional (วีซ่าสำหรับทักษะระดับสูง เริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคม ปี 2012 สำหรับผู้ที่มีความสามารถระดับสูงขึ้นไป
  • ประเภทของวีซ่านี้สำหรับผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้าน เช่น นักหนังสือพิมพ์, ผู้สื่อข่าว, อาจารย์, ศิลปิน
  • ในประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีวีซ่าสำหรับพนักงานเสิร์ฟ, ช่างทำผม, สไตลิสต์, งานก่อสร้าง เป็นต้น

    Non-working Visa (วีซ่า (ที่ไม่ใช่) ประเภททำงาน)

    วีซ่าประเภทนี้สำหรับ นักเรียน, ผู้ติดตาม, ผู้ฝึกหัดงาน เป็นต้น (คู่สมรส/ บุตรของพลเมืองที่มีวีซ่าทำงาน/ วีซ่านักเรียนในประเทศญี่ปุ่น) สามารถทำงานได้ไม่เกิน 28 ชั่วโมง เมื่อได้รับอนุมัติจากตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทราบก็คือ ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทนี้จะไม่สามารถเข้าฝึกงานหรือใช้สิทธิแบบวีซ่าท่องเที่ยวได้

    Family-related Visa (วีซ่าติดตามครอบครัว)

    วีซ่าประเภทนี้ จะเป็นของคู่สมรสหรือบุตรของพลเมืองญี่ปุ่น หรือผู้ที่ถือวีซ่าระยะยาว เป็นต้น วีซ่านี้ไม่ได้มีกฎข้อห้ามในเรื่องของการทำงานและมีอิสระในการทำงานที่ถูกกฎหมายทุกประเภท

    วีซ่าสำหรับแรงงานเฉพาะทาง: Specified Skills (特定技能/ tokutei ginou)

    แบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ

    1. วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 1 (特定技能1号/ Specified Skills No.1) เป็นแบบที่ได้ขยายเวลาการพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 ปี (แต่ไม่สามารถพาครอบครัวมาอยู่ได้) ต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่น เป็นวีซ่าสำหรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถึง 14 สาขา เช่น การเกษตร, งานพยาบาล, ก่อสร้างเรือ, งานบริการ เป็นต้น สามารถต่อวีซ่าได้ หรือถ้ามีทักษะที่พัฒนาอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ก็สามารถขอยื่นสมัครวีซ่าทักษะเฉพาะทาง 2 ได้
    2. วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 2 (特定技能2号/ Specified Skills No.2 ) อันนี้เป็นแบบที่เพิ่มเข้ามาสำหรับแรงงานที่มีทักษะระดับสูงกว่าแบบแรก เงื่อนไขในการทำวีซ่าประเภทนี้ จะต้องผ่านการสอบวัดผลต่าง ๆ ตามสายอาชีพที่ทำอยู่ โดยข้อดีของวีซ่าตัวนี้ก็คือ จะได้รับอนุญาตให้ต่ออายุวีซ่าได้ไม่จำกัด และอนุญาตให้ครอบครัวเดินทางมาอาศัยในประเทศญี่ปุ่นได้ ซึ่งเป็นอีกโอกาสที่จะได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นอย่างถาวรด้วยเช่นกัน

    นอกจากวีซ่าทำงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนก็คือ การพัฒนาความพร้อมในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษของชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีการจ้างชาวต่างชาติมาทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพอีกด้วย

    ด้วยวีซ่าแบบใหม่ที่จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในปีหน้านี้ น่าจะส่งผลให้มีสายงานอีกมากมายที่จะกลายมาเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม หลังจากการแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่อาจจะตามมาก็คือ การแข่งขันกันแย่งงานระหว่างชาวต่างชาติและชาวญี่ปุน มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือก็คือ การจัดการเรื่องของจำนวนชาวต่างชาติที่จะเปิดรับเข้ามาให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานภายในประเทศด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งงานกันของคนต่างชาติและคนญี่ปุ่นในอนาคต รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การจัดการระบบต่าง ๆ ด้านสังคมเพื่ออำนวยสะดวกให้กับชาวต่างชาติ พร้อมทั้งปรับปรงคุณภาพของระบบการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นซึ่งถือว่าสำคัญมาก ๆ เช่นกัน

    ข้อมูลเพิ่มเติมล่าสุด

    จากที่ทราบกันดีว่า มีการเปิดรับแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานใน 14 ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดจำนวนของชาวต่างชาติที่จะรับเข้ามาในช่วงระยะเวลา 5 ปี หลังจากการเริ่มใช้วีซ่าดังกล่าวในปี 2019 ดังนี้:

    จำนวนของชาวต่างชาติในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

    tabel

    รูปของผู้เขียน

    ข้อมูลอ้างอิง เว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม (เฉพาะภาษาอังกฤษ)

    รายชื่อของอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีการออกวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการผ่านแบบทดสอบวัดระดับความรู้ความสามารถและจะต้องผ่านข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ถึงจะมีสิทธิสมัครวีซ่าทำงานดังกล่าว ซึ่งในแต่ละภาคอุตสาหกรรมอาจจะมีการใช้งานคำศัทพท์ในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นภาษาญี่ปุ่นถือว่าสำคัญมาก ๆ สำหรับการทำงานในประเทศญี่ปุ่น

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นได้ที่นี่

    งานที่สามารถทำได้เป็นงานประเภทไหน?

    ตัวอย่าง:

    อุตสาหกรรมธุรกิจอาหาร

    カフェ・スタッフ

    อุตสาหกรรมธุรกิจอาหารอยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายใหม่นี้ คุณสามารถได้วีซ่าสำหรับงานทำอาหารต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการได้วีซ่าตัวนี้ก็มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสูงและโหดเอาเรื่อง เพราะคุณจะต้องมีทักษะที่สูงในด้านการทำอาหารต่างประเทศ และยิ่งไปกว่านั้น จะต้องเป็นเมนูที่ไม่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น คงไม่ใช่งานสำหรับครัวในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแฟรนไชส์อาหารจีนของบริษัทญี่ปุ่นที่ขายราเม็งหรือติ่มซำ หรือแม้แต่แกงกะหรี่ที่มีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่อาจจะต้องตั้งเป้าหมายไปที่ร้านอาหารต่างชาติ เช่น ร้านอาหารอินเดีย ร้านอาหารไทย

    ประสบการณ์การทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับวีซ่านี้ คุณต้องมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในร้านอาหารต่างประเทศ นอกจากนี้ยังต้องมีใบรับรองการจ้างงานเป็นหลักฐาน มาถึงตรงนี้ เริ่มรู้สึกแล้วใช่มั้ยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคุณสมบัติผ่านเงื่อนไขของวีซ่านี้

    ในส่วนของการทำงานในร้านอาหาร วีซ่าทำงานประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น วิศวกร/ ผู้เชี่ยวชาญในด้านมนุษยชน/ หน่วยงานด้านบริการระหว่งประเทศ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในอุตสาหกรรมร้านอาหาร ดังนั้น วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 1 จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานในร้านอาหารต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการ

    เมื่อพูดถึงการขาดแคลนแรงงานในร้านอาหาร เจ้าของกิจการได้จ้างชาวต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนและวีซ่าติดตามมาช่วยเติมเต็มแรงงานในส่วนนี้ได้ แต่ก็ยังติดปัญหาที่ว่า คนเหล่านี้สามารถทำงานได้เพียงแค่ 28 ชั่วโมงต่ออาทิตย์เท่านั้น ดังนั้น ร้านอาหารหลายแห่งจึงต้องหาวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

    อีกสิ่งหนึ่งที่เคยเป็นปัญหาสำหรับนักเรียนต่างชาตินั้น จะไม่อนุญาตให้ทำงานได้หลังจบการศึกษา และอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของกิจการที่อาจจะขาดพนักงานไป ดังนั้นด้วย วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 1 นี้ จะทำให้บรรดานักเรียนต่างชาติที่อยากทำงานในอุตสาหกรรมร้านอาหารได้มีโอกาสทำงานหลังจบการศึกษาได้

    จากข้อมูลในตารางด้านบน จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมร้านอาหารจะรับชาวต่างชาติเป็นจำนวน 53,000 คน ในอีก 5 ปีข้างหน้า เริ่มจากปี 2019!!

    ใครที่ฝันอยากมาทำงานในประเทศญี่ปุ่น หรือ กำลังมองหาประสบการณ์ในต่างแดนนั้น และมีความพร้อมและคุณสมบัติในทักษะและอาชีพตามเงื่อนไขที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการ ดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีในการเดินออกจาก comfort zone เพื่อมาเจอความท้าทายใหม่ ๆ

    ในอนาคตหากมีข่าวอัพเดตใหม่ ๆ อีก เราจะรีบนำมาฝากทุกคนอย่างแน่นอน

    เว็บไซต์ Nihon Keizai Shinbun *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าทำงาน *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    หากต้องการหาที่พักในโตเกียว สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!