ตามรอย 9 สถานที่ถ่ายทำละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่น แฟนตัวจริงต้องไม่พลาด!

  • วัฒนธรรม
  • เซเลบริตี้
  • ใครที่เป็นแฟนซีรีส์และภาพยนตร์ญี่ปุ่น ต้องเคยฝันอยากจะไปเยือนสถานที่ถ่ายทำจริง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นกันดูสักครั้งใช่มั้ยคะ? ในฐานะผู้เขียนก็เป็นแฟนพันธุ์แท้เช่นกัน เลยฝันไว้ว่าจะต้องเดินทางไปเที่ยวสถานที่เหล่านั้น เพื่อไปเห็นของจริงด้วยตาตัวเองซักครั้ง! ซึ่งฉันเองก็ได้ลิสต์สถานที่ถ่ายทำจากภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังเอาไว้ ถ้าทุกคนพร้อม อย่ารอช้า เราไปเที่ยวสถานที่ทั้ง 9 แห่ง ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

    1. พระราชวังอากาซากะ (Akasaka Palace หรือ Akasaka Rikyu) จากเรื่อง Seisei Suruhodo, Aishiteru 2016

    พระราชวังอากาซากะเป็นสถานที่ที่อยู่ในฉากหนึ่งของซีรีส์เรื่อง ‘Seisei Suruhodo, Aishiteru’ ออกอากาศในปี 2016 นำแสดงโดย ทาเคดะ เอมิ (Takei Emi) และ ทาคิซาว่า ฮิเดอากิ (Takizawa Hideaki) หรือ ทักกี้ (สาวก Jpop ยุคปลาย 90 น่าจะรู้จักกันดีใข่มั้ยคะ) เป็นสถานที่ที่พระนางของเรื่องได้พบกันเป็นครั้งแรก ซึ่งถ้าใครได้ดูเรื่องนี้ในตอนที่ 1 เราจะเห็นว่ามีเก้าอี้และโต๊ะถูกเซตเอาไว้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถานที่แห่งนี้ใช้สำหรับเป็นที่พักเพื่อต้อนรับแขกของรัฐบาลญี่ปุ่น และในอดีตยังสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังของมกุฏราชกุมารของประเทศญี่ปุ่นในปี 1909 แต่ในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นที่พักของทางราชการสำหรับแขกจากต่างประเทศ

    เปิดให้เข้าชมหรือไม่?

    โดยปกติแล้วพระราชวังอากาซากะเปิดให้เข้าชมและจะปิดเฉพาะช่วงที่มีแขกของทางรัฐบาลเข้าพักอยู่ ถ้าใครอยากจะมาเยี่ยมพระราชวังแห่งนี้ ต้องเข้าไปยังเว็บไซต์ของพระราชวังและต้องลงทะเบียน หรือจะแวะไปยังสถานที่จริงและติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โดยตรงได้เลย สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมนั้นจะเป็น สวนหลักและสวนด้านหน้า, อาคารหลักและสวนหลัก และสวนแบบญี่ปุ่น สำหรับค่าเข้าชมของสวนหลักและด้านหน้าอยู่ที่ 300 เยน, สำหรับอาคารหลักและสวนหลักอยู่ที่ 1,500 เยน และค่าเข้าชมสวนญี่ปุ่นอยู่ที่ 1,500 เยน คุณสามารถเดินเข้ามาติดต่อประชาสัมพันธ์เพื่อเข้าไปเยี่ยมชมอาคารหลักได้ แต่ถ้าอยากชมสวนญี่ปุ่นต้องจองผ่านทางเว็บไซต์เท่านั้น

    พระราชวังอากาซากะตั้งอยู่ที่ 2-1-1, Moto-Akasaka, Minato-ku, Tokyo 107-0051, Japan

    บริเวณนี้ไม่มีที่จอดรถให้บริการ แต่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR Chuo Line หรือ Tokyo Metro Marunouchi Line ลงที่สถานี Yotsuya ใช้เวลาเดินเพียง 7 นาทีจากสถานี Yotsuya

    เว็บไซต์ Akasaka Palace *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. British Hills, ฟุคุชิมะ – Hana Yori Dango 2005, 2007, 2008/ Hana Nochi Hare 2018

    British Hills เป็นคฤหาสน์สุดอลังการจากเรื่อง ‘Hana Yori Dango’ (รักใสใสหัวใจเต็มร้อย F4 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) และ ‘Hana Nochi Hare’ (ภาคต่อของซีรีส์ชุดนี้ แต่เป็นเรื่องราวหลังจากกลุ่ม F4 จบการศึกษาไปแล้วและเป็นเรื่องราวของรุ่นน้อง) ซึ่งคฤหาสน์หลังนี้เป็นบ้านของครอบครัวพระเอก โดเมียวจิ (Domyouji) นั่นเอง เราจะได้เห็นบ้านหลังนี้อยู่หลายครั้งในซีรีส์ ในเว็บไซต์ของ British Hills ได้เขียนไว้ว่า นี่คือส่วนหนึ่งของประเทศอังกฤษที่คุณจะสัมผัสในประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องมีหนังเดินทาง! คุณสามารถจองห้อง พร้อมกับรับประทานอาหารมื้อหรู เรียนภาษาอังกฤษ และซื้อของที่ระลึกได้

    British Hills จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้อยู่ในประเทศอังกฤษเลยทีเดียว ที่นี่มีห้องและหมู่บ้านในธีมยุโรป คุณสามารถรับประทานอาหารแบบยุโรปในสไตล์อังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีคลาสสอนภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษฟรี รวมถึงการเขียน calligraphy, ศิลปะและงานฝีมือ, ทำอาหาร, ทำเครื่องหอม, ทำเครื่องประดับ และเล่นสนุกเกอร์! ทั้งหมดนี้จะถูกสอนโดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศอังกฤษ

    สามารถเดินทางไปได้ด้วย รถไฟชินคันเซ็น Tohoku ลงที่สถานี Shin-Shirakawa และต่อรถบัสรับส่งไปยัง British Hills โดยตรง แต่อย่าลืมจองรถบัสล่วงหน้าก่อนการเดินทางด้วยนะคะ

    เว็บไซต์ British-Hills *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. Fuchu no Mori Park – Gokusen 2002 / One Litre of Tears 2005 / Nodame Cantabile 2006, Hana Kimi 2007

    สวน Fuchu no Mori อยู่ในซีรีส์เรื่อง ‘Gokusen’ หรือ ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู นำแสดงโดย นากามะ ยูกิเอะ (Nakama Yukie) และ มัตสึโมโต้ จุน (Matsumoto Jun) จากวงไอดอลแห่งชาติอย่าง Arashi สถานที่แห่งนี้จะอยู่ในฉากที่เหล่านักเรียนของ ยากูมิ (Yankumi) ครูสาวนางเอกของเรื่องมารวมตัวกัน นอกจากนี้ ยังใช้ถ่ายทำซีรีส์ดังหลายเรื่องเช่น ‘Nodame Cantabile’ วุ่นรักนักดนตรี, ‘Hana Kimi’ ปิ๊งรักสลับขั้ว และ ‘One Litre of Tears’ บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร

    ส่วนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Sengencho 1-chome & Midoricho 2-chome ใน Fuchu-shi ใช้เวลาเดินแค่สิบนาทีจากสถานี Higashi Fuchu เส้น Keio Line และไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์ Fuchu no Mori Park *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    4. เกาะ Hachijo Kojima – Battle Royale 2000

    ‘Battle Royale’ เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด เป็นภาพยนตร์ที่โด่งมากในช่วงต้นยุค 2000 หลายคนต่างประทับใจกับภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายญี่ปุ่นที่เขียนโดย โควชุน ทาคามิ (Koushun Takami) ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกจับให้มารวมตัวกันบนเกาะและต้องฆ่ากันเองโดยต้องเหลือผู้ชนะเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น สำหรับ live-action เกือบทั้งเรื่องถ่ายทำบนเกาะ Hachijo Kojima ที่ใช้เป็นสนามสู้รบของเรื่อง

    เกาะแห่งนี้อยู่ที่ Hachijomachi, Hachijo-jima, โตเกียว สามารถใช้เรือเดินทางไปเกาะ Hachijo Kojima โดยใช้เวลาครึ่งวันหรือประมาณ 12 ชั่วโมงจากโตเกียว เกาะแห่งนี้ถูกปล่อยร้างตั้งแต่ปี 1969 อย่างไรก็ตาม มีนักท่องเที่ยวมากมายที่มาเยี่ยมชมเกาะแห่งนี้ และมีกิจกรรมอย่างเช่น ดำน้ำและตกปลาที่ชายฝั่ง

    เว็บไซต์เกาะ Hachijo Kojima *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    5. Lockheart Castle – Yukan Club 2007 / Atashinchi no Danshi 2009 / Yamato Nadeshiko Shichi Henge 2010

    Lockheart Castle เป็นสถานที่น่ารัก ๆ ที่เป็นนิยมมาก ๆ เนื่องจากใช้เป็นที่ถ่ายทำซีรีส์ญี่ปุ่น 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ ‘Yukan Club’ ปี 2007, ‘Atashinchi no Danshi’ ปี 2009 และ ‘Yamato Nadeshiko Shichi Henge’ ปี 2010. ในเรื่อง ‘Yukan Club’ ใช้เป็นโรงเรียนของตัวละครหลัก ส่วนในเรื่อง ‘Atanshichi no Danshi’ ใช้เป็นปราสาทชื่อว่า ‘Trickheart Castle’ และในเรื่อง ‘Yamato Nadeshiko Shichi Henge’ เป็นคฤหาสน์ที่ตัวละครอาศัยอยู่

    Lockheart Castle เป็นเหมือนสวนสนุกในธีมยุโรป ในเว็บไซต์ยังบอกอีกด้วยว่าเป็นสถานที่สำหรับคู่รัก ‘lover’s sacred ground’ แห่งภูมิภาคคันโต สวนแห่งนี้มีพื้นที่ 25 acres มีโบสถ์ที่สร้างด้วยหิน, ร้านค้าและร้านอาหาร มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำมากมายอย่างเช่น การสั่นระฆังที่มีความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งรักนิรันดร์และเขียนข้อความบนเปลือกหอยรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่สามารถนำไปแขวนได้ในสวนเพื่อสร้างความโรแมนติก

    ประวัติของ Lockheart Castle

    เดิมทีปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี 1829 ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 50 กิโลเมตรของกรุงอิดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์ ต่อมาในปี 1988 อดีตประธานาธิบดีมีฮาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) แห่งสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (The U.S.S.R) ได้อนุญาตให้ย้ายปราสาทแห่งนี้ไปไว้ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยใช้เส้นทางรถไฟไซบีเรียน ปราสาทแห่งนี้ได้รับการสร้างใหม่ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 เมษายน ปี 1993

    ปัจจุบัน Lockheart Castle ตั้งอยู่ที่ 5583-1 Takayama-mura, Agatsuma-gun, Gunma, 377-0702 ในกุนมะ ค่าเข้าชมอยู่ที่ 1,000 เยน สำหรับผู้ใหญ่, 800 เยน สำหรับนักเรียน และสำหรับเด็กราคา 500 เยน สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถยนต์ ใช้เวลาสองชั่วโมงจากโตเกียว

    เว็บไซต์ Lockheart Castle *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    6. ศาลเจ้าโอมิ จิงกู (Omi Jingu) – Chihayafuru 2016, 2018

    ศาลเจ้าโอมิ จิงกู เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่เล่นไพ่คารุตะ (กิจกรรมการละเล่นเพลงกลอน) ในแอนิเมชั่น, มังงะ และภาพยนตร์ live-action เรื่อง ‘Chihayafuru’ จิฮายะ กลอนรักพิชิตใจเธอ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการแข่งขันเล่นคารุตะประจำปี สำหรับศาลเจ้าโอมิ จิงกู ตั้งอยู่ในเมืองโอตสึ จังหวัดชิกะ สร้างขึ้นเพื่อสมเด็จพระจักรพรรดิเท็นจิ (Emperor Tenji) ผู้โปรดการละเล่น Karuta เป็นอย่างมาก สิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ในที่แห่งนี้ก็คือ เรียนวิธีการเล่นคารุตะใน Omi Learning Center! นอกจากนี้ ยังมีของที่ระลึกจากภาพยนตร์จัดแสดงและมีสินค้าวางจำหน่ายเช่นกัน คุณสามารถซื้อไพ่คารุตะ ฉันขอแนะนำให้ซื้อแบบเป็นเซตไปเลย

    ศาลเจ้าโอมิ จิงกู ตั้งอยู่ที่ 1-1 Jingu-cho, Otsu City, Shiga คุณสามารถเดินทางไปศาลเจ้าโดยรถไฟสาย JR Kosei Line ลงที่สถานี Otsukyo ใช้เวลาเดิน 20 นาที และมีอีกวิธีคือ ใช้ Keihan Ishiyama Sakamoto Line ไปยังสถานี Omi-Jingu-Mae ใช้เวลา 10 นาทีไปยังศาลเจ้าโอมิ จิงกู

    เว็บไซต์ Omi Jingu Shrine *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    7. มหาวิทยาลัย Seikei – Hana Yori Dango 2005, 2007 และ 2008 / Hana Nochi Hare 2018

    สำหรับสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำโรงเรียนเอโตคุ ‘Eitoku Gakuen’ สุดไฮโซของกลุ่ม F4 และมาคิโนะ ซิกุชิ จากเรื่อง ‘Hana Yori Dango’ ก็คือ มหาวิทยาลัย Seikei นั่นเอง ซึ่งทั้ง ‘Hana Yori Dango’และ ‘Hana Nochi Hare’ ต่างก็ถ่ายทำในที่แห่งนี้เช่นกัน รวมถึงสถานที่ที่นางเอกของเรื่อง Hana Nochi Hare เอโดะกาว่า โอโตะ (Edogawa Oto) โดนแกล้งด้วยเช่นกัน

    เนื่องจากเป็นสถานศึกษา ดังนั้น ถ้าใครจะเข้าไปเยี่ยมชมก็อาจจะต้องระวังอย่าไปรบกวนนักศึกษาที่กำลังตั้งใจเรียนกันอยู่

    สามารถเดินทางไปได้โดยใช้ JR Chuo Line, Sobu Line หรือ Keio Inokashira Line และลงที่สถานี Kichioji จากนั้นขึ้นรถบัส Kanto ที่ประตูทางออกทิศเหนือไปสถานี Kichioji ลงที่ ป้าย Seikei Gakuenmae หรือถ้าคุณอยากเดินก็ใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีจากสถานี Kichioji

    เว็บไซต์ Seikei University *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    8. Shinagawa Season Terrace – Tokyo Tarareba Musume 2017

    Shinagawa Season Terrace อยู่ในซีรีส์ที่ได้นักแสดงสาว โยชิทากะ ยูริโกะ (Yoshitaka Yuriko) นำแสดง ชื่อว่า ‘Tokyo Tarareba Musume’ ปี 2017 สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นสวนที่มองเห็นวิวอันสวยงามของ Tokyo Tower ในฉากที่ตัวละครเอกของเรื่องมาพบกันบ่อย ๆ

    Shinagawa Season Terrace เป็นย่านการค้าในเขตชินากาวะ มินาโตะ มีร้านทั้งหมด 20 แห่ง 3 ชั้น ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหาร ถือว่าเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดในการเพิ่มสวนเข้าไปให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนได้มาผ่อนคลายในวันที่เหนื่อยล้า แถมยังสามารถมองเห็นวิวสวย ๆ ของ Tokyo Tower อีกด้วย

    Shinagawa Season Terrace ตั้งอยู่ที่ Konan1-2-70, Minato Ward, Tokyo ใช้เวลาเดิน 6 นาทีจากสถานีรถไฟ JR Shinagawa ทางออก Konan

    เว็บไซต์ Shinagawa Season Terrace *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    9. Yebisu Garden Place – Hana Yori Dango 2005, 2007 and 2008 / Hana Nochi Hare 2018

    มาถึงสถานที่สุดท้ายของเรากันแล้ว นั่นก็คือ Yebisu Garden Place! เป็นสถานที่ยอดนิยมและอยู่ในซีรีส์ชื่อดังสองเรื่องอย่าง ‘Hana Yori Dango’ และ ‘Hana Nochi Hare’ (อีกเช่นเคย) มีบรรยากาศที่น่ารักและโรแมนติกมาก ๆ เปรียบเสมือนสถานที่แห่งความทรงจำของแฟน ๆ ซีรีส์ชุดนี้ เพราะเป็นสถานที่สำหรับเดทแรกของ สึคาสะ โดเมียวจิ (มัตสึโมโต้ จุน) และ มากิโนะ สึกุชิ (อิโนะอุเอะ มาโอะ) พระนางของเรื่องนั่นเอง (ถ้าใครดูเรื่องนี้ เป็นที่ที่พระเอกของเราไปยืนตากฝนรอนางเอก) ในฐานะที่ฉันเป็นแฟนตัวยงของ ‘Hana Yori Dango’ นี่คือ สถานที่ที่ฉันต้องไปเยือนให้ได้ ส่วนในเรื่อง ‘Hana Nochi Hare’ ใช้เป็นสถานที่พบกันของตัวละครหลักที่นำแสดงโดย สุกิซากิ ฮานะ (Sugisaki Hana) และ ฮิราโนะ โช (Hirano Sho)

    Yebisu Garden Place ตั้งอยู่ในตัวเมือง มีร้านอาหารระดับห้าดาวและล้อมรอบด้วยตึกสูง ๆ มากมาย สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของโรงเบียร์เก่า มีพิพิธภัณฑ์เบียร์ที่สามารถแวะเข้าไปชิมเบียร์และทานอาหารอร่อย ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย และสามารถหามุมพาโนราม่าเพื่อถ่ายรูปโตเกียวได้ รวมถึงไปชม Yebisu Garden Place Tower และไปรับประทานอาหารที่ ‘sky dining’ บนชั้น 38 และ 39

    Yebisu Garden Place ใช้เวลาเดินทางแค่ 5 นาทีจากสถานี Ebisu ด้วย JR Yamanote Line

    เว็บไซต์ Yebisu Garden Place *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    มุมมองของผู้เขียน

    ในฐานะแฟนละครญี่ปุ่น ฉันวางแผนที่จะไปตามรอยซีรีย์และภาพยนตร์เรื่องโปรดในสถานที่สุดมหัศจรรย์เหล่านี้ให้ครบ เพราะว่าอยากจะเก็บความทรงจำดี ๆ และอยากลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกของเรื่องด้วย ที่แรกคงจะเป็น Yebisu Garden Place จาก ‘Hana Yori Dango’ รักใสหัวใจเกินร้อย เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันกลายเป็นสาวก J-Pop เลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนบทความอีกด้วย และที่ถัดไปก็ต้องเป็นศาลเจ้าโอมิ จิงกู ที่อยู่ในเรื่อง ‘Chihayafuru’ กลอนรักพิชิตใจเธอ เป็นความประทับใจจากการที่ฉันเคยไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้ดูครบทั้งสามเรื่องรวดในวันเดียว เพราะโอกาสที่จะได้ชมภาพยนตร์ญี่ปุ่นในโรงหนังแถวบ้านก็ค่อนข้างหาได้ยาก

    หวังว่าทุกคนที่เป็นแฟนละครญี่ปุ่น จะได้มาเยี่ยมชมสถานที่ทั้ง 9 แห่งนี้กันนะคะ !

    หากต้องการหาที่พักในโตเกียว สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!

    ค้นหาสุดยอดที่พักที่ได้รับการแนะนำโดยชาวญี่ปุ่นได้ที่นี่!