3 เว็บไซต์ เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ

  • วัฒนธรรม
  • เคล็ดลับ
  • ตลอดเวลาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น ฉันพยายามมองหาหนังสือดี ๆ สำหรับใช้เรียนภาษาญี่ปุ่นซึ่งก็ใช้เวลาอยู่นานหลายปีเลยที่เดียว และในที่สุดฉันก็ได้พบกับแหล่งข้อมูลดี ๆ มากมายที่จะช่วยเพิ่มทักษะภาษาญี่ปุ่นให้มากยิ่งขึ้น และนี่คือ 3 เว็บไซต์สำหรับใครที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองที่อยากจะแนะนำให้กับทุกคน!

    Wanikani

    การเรียนตัวอักษรคันจิเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้เราสามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการอ่าน ตัวอักษรคันจิมีอยู่เป็นพันตัวอักษร โดยเด็กนักเรียนทุกคนในประเทศญี่ปุ่นเมื่ออายุครบ 16 ปี ควรจะต้องได้เรียนตัวคันจิอย่างน้อยประมาณ 2,000 ตัว ซึ่งการที่เราสามารถอ่านคันจิได้ หมายคามว่า เราจะสามารถเข้าใจทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้เวลาอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าตามสถานีรถไฟต่าง ๆ จะมีตัวอักษรฮิรางานะ คาตาคานะ และตัวโรมันจิ (ตัวอักษรภาษาอังกฤษ) อยู่ด้วยก็ตาม แต่ว่าถ้าเดินทางออกไปตามชนบทอาจจะไม่มี แถมบางครั้งเมนูในร้านอาหารก็ยังเขียนเป็นตัวอักษรคันจิทั้งหมด (ทำเอาสตั้นไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว) !!

    สำหรับเว็บไซต์ ‘Wanikani’ จึงถือเป็นแหล่งข้อมูลที่จำเเป็นสำหรับการเรียนตัวอักษรคันจิ โดยมีระดับการเรียนรู้ถึง 20 เลเวล ในแต่ละเลเวลจะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรียนมาจนถึงเลเวลที่ 20 ก็จะได้ตัวคันจิครบ 2,000 ตัวพอดี นอกจากนี้แต่ละเลเวลยังมีรากของตัวอักษรคันจิ, ตัวคันจิ และคำศัพท์อธิบายให้ด้วย โดยรากตัวอักษรคันจิมีที่มาจากรูปภาพที่ประกอบรวมกันข้ึนมาเป็นตัวอักษรคันจิ และในแต่ละเลเวลก็จะมีรากของคันจิตัวใหม่ ๆ ให้ได้เรียนรู้เพิ่ม การที่เรารู้จักรากของคันจิแต่ละตัว จะช่วยให้เราเข้าใจที่มาของตัวอักษรคันจิและมีส่วนช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น (เพราะว่าในคันจิย่อย ๆ หนึ่งตัวบางครั้งก็ไปประกอบรวมกับคันจิตัวใหม่ ๆ ทำให้เราพอจะเดาความหมายของมันได้บ้าง)

    สำหรับวิธีการอ่านออกเสียงอักษรคันจินั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ “องโยมิ” และ “คุงโยมิ” ซึ่ง Wanikani จะสอนการอ่านที่จะได้ใช้บ่อยที่สุด ในหนึ่งบทเรียนจะมีจำนวนตัวอักษรคันจิและคำศัพท์เอาไว้ให้สำหรับการท่องจำ

    นอกจากนี้ ยังมีข้อสอบวัดผลของตัวเองในเว็บไซต์ ซึ่งจะมีตัวอักษรคันจิอยู่บนหน้าจอและคุณจะต้องเขียนคำอ่านเป็นตัวอักษรฮิรางานะทั้งแบบ “องโยมิ” และ “คุงโยมิ” รวมทั้งเขียนความหมายในภาษาอังกฤษลงไปด้วย เป็นวิธีสอนจำคันจิที่ดีมาก ๆ ทางเว็บไซต์ยังมีการจัดอันดับคันจิและคำศัพท์ที่ยึดตามความถี่ในการแปลคำศัพท์ของคุณ นอกจากนี้ ยังมีการจัดประเภทของคันจิแบบ “critical” เพื่อเตือนข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการแปลตัวคันจิ และ “master” สำหรับตัวที่คุณตอบถูก ถ้าสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง คำ ๆ นี้ก็จะหายไปและไม่ปรากฎอยู่บนข้อสอบอีก หลังจากที่ผ่านการการสอบไปได้แล้ว คุณก็จะได้ข้ามไปยังขั้นตอนต่อไป เมื่อคุณสามารถผ่านบททดสอบในแต่ละเลเวลได้แล้ว คุณก็จะได้เลื่อนขั้นไปยังลำดับต่อไป เป็นการเรียนที่ง่ายและสนุก ใช้เวลาสั้น ๆ แค่ 30-40 นาทีต่อวัน

    นอกจากนี้ยังมีเป็นแบบแอปพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดได้อีกด้วย สำหรับค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 9 ดอลล่าร์ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเว็บไซต์นี้จะช่วยให้คุณอ่านคันจิได้เก่งก็จริง แต่ก็ไม่ได้สอนในเรื่องของการเขียนตัวอักษรคันจิ

    รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ Wanikani *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    Japanese Pod 101

    เป็นอีกเว็บไซต์ที่ทำให้การเรียนภาษาญี่ปุ่นสนุกมาก ๆ เพราะมีบทเรียนหลากหลายแบบตั้งแต่เบื้องต้นไปจนถึงขั้นสูง แถมยังมีการสอนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นแทรกเอาไว้ด้วย บทเรียนทั่วไปจะประกอบไปด้วยเสียงจากบทสนทนาความยาวประมาณ 10 นาที โดยผู้บรรยายชาวอเมริกันและชาวญี่ปุ่นที่จะผลัดเปลี่ยนกันไป (เป็นการได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย) ในทุกบทเรียนจะมีคนมาแนะนำตัวและถามสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีบทสนทนาเป็นบทบาทสมมติเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น การไปโรงเรียน ซื้อของในโตเกียว เราจะได้เรียนรู้บทสนทนาในเชิงประชดประชันต่าง ๆ รวมถึงการสอนไวยกรณ์และคำศัพท์ที่ไม่สามารถหาได้จากหนังเรียนเล่มอื่น ๆ

    Japanese Pod 101 มีแอปพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดสำหรับฝึกภาษาญี่ปุ่นได้ทุกที่ทุกเวลา สำหรับการสมัครสมาชิกก็มีตัวเลือกที่เหมาะสมตามความต้องการของแต่ละคน

    รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ Japanese Pod 101 *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    My Language Exchange

    บางครั้งการเรียนรู้ก็ไม่ได้จำเป็นต้องอยู่แต่ในห้องเรียน เพราะเราสามารถเพิ่มความสนุกสนานโดยแลกเปลี่ยนภาษากันกับคนอื่น ๆ สำหรับเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นสำหรับการหาเพื่อนเพื่อแลกเปลี่ยนภาษาและไม่ได้มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น คุณสามารถฝึกการพูด, การฟัง, การอ่าน และการเขียน เช่น เราสอนภาษาไทยให้และอีกฝ่ายสอนภาษาญี่ปุ่นให้เรา เป็นช่องทางที่จะได้ฝึกภาษากับเจ้าของภาษาแท้ ๆ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการสมัครสมาชิกที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ในราคาที่เหมาะสม วิธีใช้งานต้องสร้างโพรไฟล์และเลือกภาษาที่เราอยากจะเรียน และค้นหารายชื่อของสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เป็นเจ้าของภาษาที่เราต้องการเรียน และอีกฝ่ายก็อยากเรียนภาษาของเราเช่นกัน หรือเลือกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศเดียวกันกับเราในช่วงเวลานั้นได้ด้วย รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ และระดับภาษาที่เราต้องการจะเรียน มีตัวเลือกให้อื่น ๆ เช่น อยากเจอกับอีกฝ่ายแบบตัวต่อตัว, เป็นเพื่อนทางอีเมล์ หรือคุยกันแบบ online สำหรับใครที่อยากเรียนในห้องเรียนกับครูสอนภาษาญี่ปุ่นโดยตรง ในเว็บไซต์นี้ก็มีตัวเลือกสำหรับคุณเช่นกัน

    รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ My Language Exchange *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    แหล่งข้อมูลเหล่านี้ ถ้าใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยทำให้การเรียนภาษาญี่ปุ่นของคุณมีประสิทธิภาพมาก ๆ และยังช่วยให้เรียนรู้ได้ไวขึ้น ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนจ่ายค่าสมาชิกเพียงเล็กน้อย แต่ก็เชื่อเถอะค่ะว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน ส่วนตัวผู้เขียนก็ได้พบกับเพื่อนใหม่ ๆ ผ่าน My Language Exchange และยังพัฒนาภาษาญี่ปุ่นของตัวเองทั้งไวยกรณ์และตัวอักษรคันจิจากการเรียนผ่าน Wanikani และ Japanese Pod 101!!

    หากต้องการหาที่พักในโตเกียว สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!