อร่อยกับมากุโระที่ถูกและดีที่สุดใกล้โตเกียว

  • คานากาว่า
  • จุดเยี่ยมชม
  • สิ่งหนึ่งที่เป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวในการมาประเทศญี่ปุ่นคือ อาหารทะเล และปลามากุโระ (หรือปลาทูน่า) เป็นสุดยอดของเนื้อปลาสำหรับคนญี่ปุ่น และสถานที่ที่หลายคนนึกถึงการทารปลาดิบสด ๆ ก็คือ ตลาดปลาซึกิจิ หรือ ตลาดปลาโทโยสุ (สถานที่ตั้งใหม่ของตลาดปลาซึกิจิ) แต่ถ้าใครอยากลองประสบการณ์ใหม่ ๆ เราก็มีสถานที่แนะนำที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวริมทะเลพร้อมกับการรับประทานเนื้อปลาสด ๆ ในท่าเรือจับปลาอย่าง “ท่าเรือมิสะกิ (Misaki Port)” เดินทางมาได้อย่างง่ายดายจากโตเกียวพร้อมให้ทุกคนได้หลบหนีจากตัวเมืองที่แสนวุ่นวาย และมาเพลิดเพลินท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม สูดกลิ่นอายของทะเลและสัมผัสวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น

    ส่วนตัวผู้เขียนได้รับโอกาสดี ๆ ไปร่วมทริปที่ท่าเรือมิสะกิเป็นเวลา 2 วัน เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ดี ๆ ที่ได้ให้ทุกคนได้มาร่วมเดินทางครั้งนี้และค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ด้วยกันค่ะ

    วันแรก

    เริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟสาย – Keikyu line

    Keikyu line

    ผู้เขียนเริ่มต้นออกเดินทางที่สถานี Shinagawa เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานี Misakiguchi โดยใช้รถไฟ Limited Express ของ Keikyu Main Line ด้วยบัตร KEIKYU Misaki Maguro Pass และเพื่อความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นฉันซื้อบัตร KEIKYU Misaki Maguro Pass จากเว็บไซต์ japanican ที่ชาวต่างชาติสามารถซื้อล่วงหน้าก่อนมาเที่ยวญี่ปุ่นได้ ขอบอกว่าบัตร KEIKYU Misaki Maguro pass เป็นอะไรที่คุ้มค่าและมีตัวเลือกที่หลากหลายมาก

    osechi

    การเดินทางด้วยเส้นทางนี้ไม่มีการเปลี่ยนขบวนรถแถมยังได้ชมวิวสวย ๆ ที่ดีต่อใจไปตลอดเส้นทาง ทำให้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อมาถึงสถานี Misakiguchi ฉันก็มาขึ้นรถ Keikyu bus เพื่อเดินทางต่อไปยังท่าเรือมิสะกิ ใช้เวลา 20 นาที และทันทีที่มาถึงท่าเรือมิสะกิก็มองเห็นผืนน้ำทะเลที่เป็นประกายระยิบระยับและเรือที่จอดเทียบท่าอยู่หลายลำ กลิ่นของน้ำทะเลก็เปรียบเสมือนสิ่งแรกที่มาต้อนรับการมาเยือนของฉัน

    อิ่มอร่อยกับปลามากุโระ

    osechi

    สิ่งแรกที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเลยก็คือ ปลามากุโระ ซึ่งส่วนตัวก็ตั้งตารอที่จะได้กินมาตลอดทาง ที่นี่มีร้านขายปลามากุโระอยู่เยอะมาก และฉันก็เลือกร้านดังที่แม้จะมีลูกค้าแน่นร้านอยู่เสมอ แต่ความอร่อยก็คุ้มค่าสุด ๆ อย่าง ร้านมะงุโระ โชะคุโดะอุ ชิชิเบมะรุ (Maguro Shokudou Shichibeimaru)

    osechi

    พนักงานของร้านได้เสิร์ฟปลามากุโระพร้อมปรุงสด ๆ ตรงหน้า เป็นประสบการณ์รับประทานอาหารที่สุดยอดมาก ทางร้านจะมีเมนูชื่อดังอย่าง Mega Donburi จานใหญ่ที่เสิร์ฟเนื้อปลามากุโระขนาดประมาณ 300 กรัม ซึ่งส่วนตัวคิดว่าคงไม่มีทางทานหมดคนเดียวก็เลยเลือกเมนู Maguro Selection Meal Ticket เพื่อสั่งเซต limited edition ของทางร้าน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่อยู่ในบัตรเดินทาง

    osechi

    ขอบอกว่าหน้าตาของจานก็สวยงามไม่แพ้รสชาติเลยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความลงตัวของสีเนื้อปลาและเนื้อสัมผัสอันงดงามนี้ คุณสามารถเลือกทานส่วนต่าง ๆ ของปลาได้ ซึ่งจะเสิร์ฟมาพร้อมข้าว, ผักดอง, มากุโระปรุงสุก และซุปมิโซะ

    เดินทางไปยังเกาะโจะงะชิมะ (Jogashima)

    osechi

    หลังจากเติมพลังไปกับมื้ออาหารแล้วก็ถือเวลาเดินทางต่อด้วยเรือไปยัง เกาะโจะงะชิมะ (Jogashima) ระหว่างการเดินทางนี้ คุณสามารถชมสัตว์น้ำต่าง ๆ ได้จาก เรือล่องชมใต้ทะเล เรนโบว์ ฟิช (Underwater Sightseeing Boat Rainbow Fish) (สามารถเลือกใช้สิทธิ Leisure Facility or Souvenir Selection Ticket จาก KEIKYU Misaki Maguro Pass เพื่อรับบัตรเดินทางของเรือ)

    osechi

    ฉันเดินทางด้วยเรือชื่อว่า Hakusyu เพื่อไป เกาะโจะงะชิมะ เป็นเส้นทางเล็ก ๆ แต่งดงามและสามารถใช้รถบัสเข้าถึงได้ ภาพของทิวทัศน์ที่ได้เห็นจากเรือเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ที่โชว์ถึงความสง่างามของท่าเรือแห่งนี้

    เพลิดเพลินกับธรรมชาติในสวนโจะงะชิมะ

    osechi

    สวนโจะงะชิมะแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากและมีพืชพรรณมากมาย เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการปิกนิกและเดินเล่นเป็นอย่างยิ่ง

    osechi

    ถ้าเดินต่อไปเรื่อย ๆ จะเห็นหอสังเกตการณ์และมหาสมุทรสีน้ำเงินที่กว้างใหญ่อยู่เบื้องหน้า ฉันตื่นเต้นกับภาพวิวนี้มาก ๆ ภาพที่ทอดผ่านสายตานั้นสวยงามจนแทบจะลืมหายใจเลย

    จากหอสังเกตการณ์ เดินไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะมาถึง Umanose Doumon บริเวณนี้จะมีบันไดที่จะนำทางไปยังหาดหิน

    osechi

    Umanose Doumon ชื่อที่สามารถแปลตรงตัวได้ว่า Horse`s Back Gate หรือ ประตูหลังของม้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะตามธรรมชาติและมีรูปร่างหน้าตาคล้ายด้านหลังของม้า จากรูปพอจะดูออกกันมั้ยคะว่าตรงไหน? ช่องที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้น ซึ่งสมัยก่อนเรือสามารถแล่นผ่านช่องนี้ได้ แต่ผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้เกิดอันตรายจากการทรุดตัวลงมา ทำให้ไม่สามารถแล่นเรือผ่านได้อีกในปัจจุบัน ดังนั้นก็ระวังนิดนึงนะคะเมื่อเข้าไปใกล้ ๆ

    osechi

    ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็จะมาถึงประภาคารโจะงะชิมะที่จะได้ชมวิวสวย ๆ และบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยสีเขียวขจีจากธรรมชาติ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์และปลดปล่อยความเครียดต่าง ๆ ให้หายไป

    ทานไคเซกิและแช่ออนเซ็นในโรงแรมแบบญี่ปุ่น

    osechi

    ฉันเดินทางมาถึงโรงแรม Jogashima Keikyu และพักเอาแรงเล็กน้อย ที่นี่เป็นโรงแรมบนเกาะที่มีบริการมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบคอร์สดั้งเดิม หรือ ไคเซกิ มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่มีวิวอ่าวซากามิที่คุณจะสามารถผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยปิดท้ายวันอันแสนเพอร์เฟกต์

    osechi

    นอกจากนี้ ยังมีที่พักอีกแห่งที่โรงแรม KEIKYU ABURATSUBO KANCHOSO อยู่ข้าง ๆ สวน Keikyu Aburatsubo Marine Park จากที่เห็นในภาพ โรงแรมนี้มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่สวยงามมากพร้อมกับมีบริการอาหารแสนอร่อยอีกด้วย

    วันถัดมา

    เดินทางย้อนเวลาสู่อดีต

    osechi

    หลังจากที่ได้ชาร์จพลังกับการพักผ่อนที่แสนวิเศษในโรงแรมแล้ว ฉันก็ได้เริ่มต้นวันใหม่กับการสำรวจเมืองในท่าเรือมิสะกิ เริ่มจากที่ ชัคคิระโคะ มิอุระ โชะวะกัน (Chakkirako Miura Showakan) ซึ่งห้องต่าง ๆ ของที่แห่งนี้อย่างเช่น ครัว ได้ถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่ยุคโชวะ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้และได้เห็นภาพการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นในอดีตที่พวกเขาใช้ห้องเหล่านี้กัน

    osechi

    คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและผลงานชิ้นเอกของคนท้องถิ่น เช่น เครื่องปั้นดินเผา, ประเพณีญี่ปุ่น และความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าเรือมิสะกิ

    สัมผัสประเพณีต่าง ๆ ในศาลเจ้าญี่ปุ่น

    osechi

    ฉันได้มาเยี่ยมชม ศาลเจ้าไคนัน ตั้งอยู่ใกล้กับ Showakan ศาลเจ้าไคนันแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองดูแลคาบสมุทรมิอุระ มีความเงียบสงบและผู้คนไม่พลุกพล่าน ลองใช้เวลาระหว่างการท่องเที่ยวมาเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคล

    osechi

    ศาลเจ้าไคนันเป็นสถานที่สักการะเทพเจ้า Iwaka Mutsukari no Mikoto ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการทำอาหารของญี่ปุ่นและยังเป็นผู้ที่ดูและเรื่องอาหารขององค์สมเด็กพระจักรพรรดิ มีตำนานเกี่ยวม้าสี ที่ว่ากันว่าถ้าคุณได้มาอธิษฐานขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะสามารถหายป่วยจากโรคที่เกี่ยวกับขา ซึ่งตัวฉันเองก็ขอพรให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ

    osechi

    บริเวณรอบ ศาลเจ้าไคนันมีของฝากของที่ระลึกมากมาย และสิ่งที่ทำให้ฉันสนใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นของฝากที่มีรูปร่างเป็นปลามากุโระ ถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้ตกปลาจริง ๆ แต่กิจกรรมตกของที่ระลึกรูปปลานี้ก็ทำให้สนุกมาก ๆ ซึ่งฉันก็ตกได้ Daikichi (แปลว่า โชคดี) และหวังว่าคำอธิษฐานของฉันจะกลายเป็นจริง

    เมนูมากุโระแบบจัดเต็ม!

    osechi

    สถานที่แห่งนี้ทำให้ฉันได้สัมผัสกับประเพณีอีกอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นใน ร้านคุโระบะ เท (Kuroba Tei)
    ร้านอาหารทะเลชื่อดังในแบบอิซากายะ (ผับแบบญี่ปุ่น) มีเมนูมากุโระกว่า 200 ชนิด! สำหรับมื้อกลางวันของวันนี้ก็เป็น Tuna Karubi (แบบซี่โครงสั้น), มากุโระเทมปุระ และซาชิมิ (แบบสไลด์บาง) ทุกเมนูอร่อยมาก ๆ แม้ว่าจะทำจากปลามากุโระทั้งหมด แต่รสชาติก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปและไม่ทำให้รู้สึกเบื่อเลย

    ตามล่าหาของฝาก

    osechi

    หลังจากได้เติมเต็มท้องไปกับมากุโระแล้ว ก็ถึงเวลาไปสำรวจ อุระริ มาเช่- ตลาดปลา-ตลาดผัก (Urari Marché) ตั้งอยู่ใกล้ ๆ สถานที่ที่ฉันขึ้นเรือมาเมื่อวานบนอาคารชั้น 2 ที่นี่จะมีผักสดและปลามากมาย และสามารถทานมากุโระสดได้ที่นี่อีกด้วย หรือจะซื้อปลามากุโระแช่แข็งกลับไปทานที่โรงแรมก็ได้

    osechi

    สถานที่แห่งนี้มีร้านค้ามากมายที่คุณสามารถใช้สิทธิแลกเปลี่ยนของฝากด้วย Leisure Facility or Souvenir Selection Ticket ที่อยู่ในบัตร KEIKYU Misaki Maguro Pass ร้านค้าที่ร่วมรายการจะมีโปสเตอร์ของ KEIKYU Misaki Maguro Daytrip Ticket ติดเอาไว้ ส่วนตัวฉันใช้สิทธินี้แลกซื้อปลามากุโระดองที่ดูน่าอร่อยมาก ๆ

    ถึงตอนนี้ก็เป็นอะไรที่ฟินสุด ๆ ฉันก็เดินทางกลับไปที่สถานีรถไฟสาย Keikyu Line มุ่งหน้าไปยังสถานี Shinagawa เป็นทริปสองผ่านวันที่สนุกสนานและผ่านไปอย่างรวดเร็ว!

    วิธีเดินทางแบบประหยัด

    ในทริปนี้ แม้จะใช้ขนส่งสาธารณะหลายแบบ แต่ด้วยบัตร KEIKYU Misaki Maguro Pass นี้ทำให้ทุกอย่างสะดวกมาก ๆ เพราะไม่ต้องไปซื้อตั๋วให้เสียเวลาและเดินทางไปได้ทุกที่แบบสบาย ๆ ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง

    บัตรนี้จะมาพร้อมกับตั๋วรถไฟและรถบัส (แบบไม่จำกัดสองวัน สำหรับสาย Keikyu line และ Keikyu bus ทั้งหมด), มี “Maguro Selection Meal Ticket” (ให้เลือกได้จาก 24 ร้านอาหาร) และ “Leisure Facility or Souvenir Selection Ticket” (เลือกได้ 2 อย่างจาก 8 กิจกรรมหรือของฝาก) เป็นการเดินทางที่สะดวกมาก ๆ ราคาสำหรับสองวันคือ 5,500 เยน แต่จะบอกว่าคุ้มมาก ๆ เพราะราคาอาหารที่ทานไปนั้นอยู่ที่ 1,700 เยน และส่วนตั๋วแบบไป-กลับ (ถ้าซื้อแยกเอง) จะอยู่ที่ 1,860 เยน ยังไม่นับค่าอาหารมื้ออื่น ๆ ค่าเดินทาง และของฝากอีก ดังนั้น ถือว่าในราคานี้เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ถูกมาก ๆ แถมยังสะดวกอีกด้วย

    ซึ่งราคาเดียว 5,500 เยนนี้ ถ้าเป็นในโตเกียวคุณอาจจะสามารถทานได้แค่ซูชิ 10 ชิ้น ดังนั้นจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ครบทุกอย่างทั้ง อาหารอร่อย ๆ, กิจกรรมดี ๆ, ของฝากสวย ๆ ในท่าเรือมิสะกิในราคาแต่ 5,500 เยนเท่านั้น

    นอกจากนี้ ยังมีบัตรแบบ 1 วัน “KEIKYU Misaki Maguro Day Trip Ticket” (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ด้วยเช่นกัน ลองเลือกในแบบที่คุณชอบได้เลย

    ส่งท้ายทริป

    สำหรับคนรักปลามากุโระที่อยากจะเต็มอิ่มกับมากุโระชั้นดีในราคาที่เอื้อมถึง ท่าเรือมิสะกิเป็นสวรรค์สำหรับมากุโระ! มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย, เงียบสงบ และได้บำบัดท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่สามารถหาได้ในเมืองใหญ่ รวมถึงประสบการณ์ที่ดีที่คุณได้รับจากการค้นพบวัฒนธรรมประเพณีและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาแค่หนึ่งถึงสองวันเท่านั้นกับอัญมณีที่ซ่อนอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

    สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ อย่าลืมซื้อบัตร KEIKYU Misaki Maguro Pass ที่ช่วยยกระดับการเดินทางไปอีกขั้นในราคาที่คุ้มค่าสุด ๆ ถ้าพร้อมแล้วมุ่งหน้าไป ท่าเรือมิสะกิ (เฉพาะภาษาอังกฤษ) กันได้เลย!

    สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ Tokyo Day Trip สามารถเข้าไปดูเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่น ๆ ได้เช่นกัน (อย่างเช่น โยโกฮะมะ, คามาคุระ, ฮะโกะเนะ เป็นต้น) ลองเข้าไปดูกันได้นะคะ!

    เว็บไซต์ Tokyo Day Trip