ทุบสถิติในรอบ 18 ปี: ญี่ปุ่นรับคนต่างชาติเข้ามาทำงานสูงสุดเป็นประวัติกาล!

  • การทำงาน
  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • การใช้ชีวิตและหางานในประเทศญี่ปุ่นอาจเคยเป็นเรื่องยากมาก ๆ เมื่อหลายสิบปีก่อน! แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ประเทศญี่ปุ่นประสบกับปัญหาขาดแคลนแรงงานจากอัตราการเกิดต่ำและจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้กระทบต่อภาคธุรกิจมากมายที่หาคนมาทำงานไม่ได้ โดยเฉพาะงานกะกลางคืนหรือการใช้แรงงานต่าง ๆ ทำให้รัฐบาลต้องออกนโยบายเพื่อกระตุ้นให้ชาวต่างชาติมีความสนใจเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่น

    การจ้างงานชาวต่างชาติในญี่ปุ่นมากที่สุดในรอบ 18 ปี

    b0653004a6a6bcb842616b3595ecf473_m

    ในปัจจุบันมีบริษัทจัดหางานที่เน้นช่วยเหลือชาวต่างชาติอยู่มากมาย รวมถึงตามสถานบันการศึกษาก็มีบริการช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติที่ต้องการหางานในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน พร้อมทั้งภาคเอกชนที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในบริษัทโดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่าง วิศวกรไอที

    จำนวนตัวเลขล่าสุดของปี 2019 มีจำนวนนักเรียนต่างชาติที่ได้รับการจ้างงานในประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 25,000 คน ถือว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา มีนักศึกษาต่างชาติที่ได้เปลี่ยนสถานะวีซ่านักเรียนมาเป็นวีซ่าทำงานเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยนักเรียนต่างชาติที่มีมากที่สุด คือ จีน ส่วนสายอาชีพที่มีชาวต่างชาติทำงานมากที่สุด คือ ล่ามและงานแปล ตามมาด้วยงานขาย งานธุรกิจต่างประเทศ และงานด้านซอฟต์แวร์

    สถานการณ์ของ “วีซ่าทักษะเฉพาะทาง”

    หลังจากได้มีไฟเขียวการแก้ไขกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองผ่านมติของที่ประชุมรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อย ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ก็คือ แรงงานทักษะขั้นต่ำจะได้รับอนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ “วีซ่าทำงานแบบใหม่” ซึ่งในเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา จะมีแรงงานนับแสนหลังไหลเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้เล็งเปิดรับแรงงานจาก 8 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ เวียดนาม, จีน, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, เมียนม่าร์ และไทย! (และอาจมีประเทศอื่น ๆ ตามมา)

    ในส่วนของ “วีซ่าทักษะเฉพาะทาง” ที่ได้เปิดรับแรงงานต่างชาติไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กว่า 14 สาขา เช่น งานดูแลผู้สูงอายุ งานก่อสร้าง งานบริการด้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ตั้งเป้าไว้สูงถึงประมาณ 350,000 คนในอีก 5 ปีข้างหน้า และในปีนี้ก็คาดว่าจะมีจำนวนชาวต่างชาติราว 40,000 คน แต่การรายงานตัวเลขล่าสุดในครึ่งปีที่ผ่านมามีชาวต่างชาติที่สอบผ่านและถือวีซ่าทักษะเฉพาะทางอยู่เพียงแค่ 376 คน (ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนาม) ถือว่าเป็นจำนวนที่ยังห่างไกลจากที่ตั้งเป้าเอาไว้มาก ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาทบทวนถึงปัญหาหรือเงื่อนไขต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าตัวนี้ เช่น ความล่าช้าของขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ, แหล่งข้อมูลวิธีการสมัครสอบ, การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวีซ่า รวมถึงอาจจะต้องร่วมมือกับหน่วยงานและรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวีซ่าทักษะเฉพาะทางนี้

    การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของแรงงานต่างชาติ

    แม้ว่าจะมีหลายเสียงพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานต่างชาติไม่ว่าจะเป็น ค่าแรงที่ไม่เป็นธรรม, การถูกใช้งานอย่างหนัก, การถูกกดขี่, การได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่รัฐบาลญี่ปุ่นตระหนักดีและได้เร่งรีบวางแผนการแก้ไขเพื่อเตรียมพร้อมเปิดรับแรงงานต่างชาติ

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะช่วยเหลือแรงงานชาติเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ และเป็นการส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพในการทำงานของชาวต่างชาติ

    1. สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน

    ด้วยความกังวลของหลาย ๆ ฝ่ายเกี่ยวกับปัญหาการจ้างแรงงานต่างชาติที่ทางฝ่ายค้านเองก็ได้ยกขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงที่ไม่เป็นธรรม, การใช้งานหนัก หรือการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง (ได้มีการยกตัวอย่างของลูกจ้างที่ประสบปัญหาโดยตรงจากการถูกใช้งานอย่างหนักและได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน) รวมถึงผู้ที่ถือวีซ่าฝึกงานทางเทคนิคที่หลบหนีวีซ่าไปหลังจากมาทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยเหตุผลต่าง ๆ (เช่น การถูกนายจ้างกดขี่, เงินค่าจ้างน้อย, ต้องกลับประเทศทันทีหลังฝึกงานเสร็จ) ที่ทำให้ชาวต่างชาติกังวลในสวัสดิภาพของตัวเอง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการในเรื่องระบบการทำงาน ชั่วโมงทำงาน อัตราค่าจ้างที่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายแรงงานของญี่ปุ่น โดยชาวต่างชาติจะต้องได้รับเรทค่าจ้างอย่างน้อยเทียบเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำของชาวญี่ปุ่น

    2. ข้อตกลงแบบทวิภาคีและการแชร์ข้อมูลที่จำเป็น

    ประเทศญี่ปุ่นจะมีการทำข้อตกลงกับ 8 ประเทศที่จะเปิดรับเข้ามาเป็นแรงงานในประเทศญี่ปุ่น (ประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น) ภายในมีนาคม 2019 ส่วนหนึ่งก็เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดกับวีซ่าผู้ฝึกงานเทคนิคไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนายหน้าที่มีเจตนาในการต้มตุ๋น เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบของทั้งฝั่งญี่ปุ่นและประเทศของผู้ถือวีซ่า

    3. ช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
  • การเปิดบัญชีธนาคารในประเทศญี่ปุ่น
  • ปัญหาหลัก ๆ ของชาวต่างชาติคือ “การเปิดบัญชีธนาคารในประเทศญี่ปุ่น” โดยทาง Financial Services Agency (FSA) ได้ทำคู่มือวิธีเปิดบัญชีสำหรับชาวต่างชาติไปยังสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติในการเปิดบัญชี โดยเฉพาะผู้ฝึกงานเทคนิคที่มีปัญหาในการเปิดบัญชีและรับค่าจ้างเป็นเงินสดทำให้เกิดความยุ่งยากตามมา เช่น การจ่ายค่าจ้างไม่ตรงเวลา, จำนวนเงินที่ได้รับ เป็นต้น

  • การหาที่พัก
  • ในอดีตการเช่าอพาร์ตเม้นต์สำหรับชาวต่างชาติเป็นเรื่องที่ยาก เพราะผู้ให้เช่าหลายรายไม่ต้องการให้ชาวต่างชาติมาเช่าที่พักด้วยหลายเหตุผล เช่น ความสะอาด การแยกขยะ การส่งเสียงดัง เป็นต้น รวมถึงเอการต่าง ๆ ก็เขียนในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลก็ได้วางแผนที่จะช่วยเหลือชาวต่างชาติในเรื่องการหาที่พักที่เหมาะสำหรับชาวต่างชาติ เช่น บริษัทจัดหาที่พักที่มีบริการภาษาต่างประเทศ, คู่มือการเช่าที่อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นที่จะจัดทำขึ้นและแจกจ่ายให้กับคนงานชาวต่างชาติและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น

  • สอนภาษาญี่ปุ่น
  • การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและควรเข้าใจอย่างน้อยบทสนทนาในชีวิตประจำวัน รัฐบาลมีแผนจะเปิดศูนย์การศึกษาทั่วประเทศเพื่อช่วยให้แรงงานต่างชาติได้เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นโดยเน้นคำและวลีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้มีแผนตั้งงบประมาณไว้ 20-30 พันล้านเยนในปีงบประมาณ 2019 สำหรับมาตรการเกี่ยวกับที่พักอาศัยและการเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติ

    4. การตรวจสอบและการช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ

    ปัญหาการหลบหนีวีซ่าหรืออยู่เกินระยะเวลาของวีซ่านักเรียน รัฐบาลมีแผนจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบกับทางโรงเรียนภาษากับผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนให้เข้มงวดมากขึ้น

    ศูนย์บริการช่วยเหลือชาวต่างชาติในญี่ปุ่น รัฐบาลจะจัดตั้งศูนย์ One-Stop Service เพื่อให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลชาวต่าวชาติเกี่ยวกับทุก ๆ เรื่องในประเทศญี่ปุ่น

    ในส่วนของการรักษาพยาบาลก็จะช่วยให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าการบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และตามสถานที่ราชการจะมีการจัดล่าม/ แปลภาษาให้บริการ

    รัฐบาลได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย, สาธารณสุข, ต่างประเทศ, แรงงาน และสวัสดิการ เพื่อทำทำข้อตกลงและเงื่อนไขให้เป็นรูปธรรมชัดเจน อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายก็หวังว่าในอนาคตการเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นจะสร้างการขับเคลื่อนให้กับเศรษฐกิจและการลงทุนต่าง ๆ ในญี่ปุ่น รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อการใช้ชีวิตและการทำงานของชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น!