“Kuidaore Taro” มาสคอตตัวตลกแห่งเมืองโอซาก้า

  • ย่านต่างๆ
  • โอซาก้า
  • ย่านโดทงบุริของโอซาก้า เป็นที่ตั้งของสัญลักษณ์และสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคคันไซ สถานที่สำคัญเหล่านี้ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับร้านอาหาร เช่น ปูยักษ์ (Kani Dōraku) ที่แขวนอยู่เหนือประตูร้านอาหารที่เหมือนจะคอยโบกก้ามปูให้ลูกค้าที่เข้ามาภายในร้าน

    สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโดทงบุริและอาจเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโอซาก้า เป็นหุ่นเชิดที่สวมเสื้อลายสีแดงและขาว ซึ่งมักจะยืนอยู่ตามหน้าอาคารพาญิชย์ต่าง ๆ มีท่าทางที่ดูร่าเริงพร้อมกับตีกลองคู่ใจในขณะที่มีนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นเดินผ่านไปมา หุ่นเชิดนี้มีท่าทีที่ร่าเริงและดูแสนซน

    หุ่นเชิดตัวนี้มีชื่อว่า Kuidaore Taro (くいだおれ太郎) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดอย่างหนึ่งของโอซาก้า เรามาทำความรู้จักกับหุ่นเชิดตัวนี้กันหน่อยดีกว่าว่าเขาเป็นใคร?

    มาสคอต Cui-Daoré

    clown-1

    Kuidaore Taro เคยเป็นมาสคอตของร้านอาหารในย่านโดทงบุริที่มีชื่อเสียงชื่อว่า Cui-Daoré เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 1950 ซึ่ง Cui-Daoré มาจากคำว่า kuidaore (食い倒れ) ซึ่งแปลว่า “กินจนคุณล้มละลาย”

    ผู้ก่อตั้ง Cui-Daoré คือชายที่ชื่อว่า โรคุโระ นยามาดะ (Rokuro Yamada) โดยในปี 1950 ยามาดะต้องการดึงดูดลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่ง Cui-Daoré เป็นร้านอาหารประเภท family restuarant ดังนั้นยามาดะจึงพยายามดึงดูดลูกค้ากลุ่มครอบครัวโดยเฉพาะเด็ก ๆ หลังจากผ่านกระบวนความคิดและไอเดียต่าง ๆ แล้ว สุดท้ายยามาดะก็ตัดสินใจใช้ตุ๊กตาตัวตลกตีกลอง เพราะเด็ก ๆ ชื่นชอบตัวตลกและตุ๊กตา และนี่คือที่มาของมาสคอตที่กำเนิดมาจากร้าน Cui-Daoré

    Kuidaore Taro ได้ถูกวางไว้ที่หน้าประตูของทางร้าน ยามาดะใช้เวลานานมากกว่าจะดีไซน์ใบหน้าของตุ๊กตาตัวนี้ได้ ในที่สุดเขาก็ได้รูปแบบของหน้าตาหุ่นตัวนี้ ซึ่งดู ๆ ไปแล้วก็ให้ความรู้สึกเหมือนตัวของยามาดะมายืนต้อนรับลูกค้าอยู่ที่ประตูด้วยตัวเอง

    จากนั้นมาทางร้าน Cui-Daoré ก็เกิดการเปลี่ยนมากมาย เช่น มีการขยายเป็นตึก 8 ชั้นในปี 1959, มีเมนู introduced broiled chicken ในปี 1962 และเปิดร้านอาหารเพิ่มขึ้นอีก 7 แห่งในปี 1970 ในขณะที่ร้าน Cui-Daoré ได้มีการขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ นั้น มาสคอตแห่งโอซาก้าอย่าง Kuidaore Taro ก็ยังคงอยู่ที่เดิมและตีกลองคู่ใจที่ร้านอาหารเช่นเคยที่ประตูทางเข้าของร้าน แม้ความนิยมจะลดลงไปในช่วงปี 1970-80 แต่หุ่นนี้ก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมตลอด

    ในปี 1989 สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (Emperor Hirohito) ได้เสด็จสวรรคต และเพื่อเป็นการถวายความอาลัย Kuidaore Taro ได้ถูกเปลี่ยนชุดจากสีแดงขาวเป็นเสื้อลายดำขาวแทน ซึ่งเรื่องของหุ่นเชิดนี้ได้ออกอากาศทางทีวีและเป็นข่าวไปทั่วญี่ปุ่น และจากนั้น Kuidaore Taro ก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งประเทศ เรียกได้ว่าดังกว่าร้านอาหารที่หุ่นเชิดตัวนี้เป็นมาสคอตเสียอีก!

    เปลี่ยนเครื่องแบบ

    clown-costumes

    Kuidaore Taro บางครั้งจะถูกเปลี่ยนชุดหรือสวมอุปกรณ์พิเศษตามเทศกาลและเหตุการณ์สำคัญ ๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อทีมเบสบอล Hanshin Tigers (阪神タイガース) ได้เป็นผู้นำในการแข่งขันกีฬาประจำปีของญี่ปุ่นในปี 1992 แฟน ๆ ถึงกับมีไอเดียว่าน่าจะจับ Kuidaore Taro โยนลงสู่แม่น้ำ เพราะนี่คือธรรมเนียมของแฟน ๆ Osaka Hanshin Tigers ที่จะมีโยนคนที่แต่ตัวคล้ายผู้เล่นในทีมลงน้ำ) โดย Kuidaore Taro ได้สวมแว่นตาว่ายน้ำและเครื่องชูชีพด้วยในช่วงนั้น เพราะเขาเป็นตุ๊กตาและว่ายน้ำไม่ได้!

    อีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อมีนักเบสบอลโอซาก้าที่แจ้งเกิดอย่าง ฮิเดโอะ โนโมะ (Hideo Nomo) ที่กลายมาเป็นผู้เล่นที่ทรงคุณค่าที่สุดสำหรับ LA Dodgers ในปี 1995 เป็นขวัญใจของชาวโอซาก้า ดังนั้น Kuidaore Taro ก็เลยสวมเสื้อแจ็คเก็ต Dodgers ด้วยเช่นกัน!

    ดังนั้น ถ้าอยากอัปเดตเหตุการณ์อะไรในโอซาก้าให้ลองมองไปที่หุ่น Kuidaore Taro เพราะเขาไม่เคยพลาดที่จะตามเทรนด์ต่าง ๆ อยู่เสมอเลย!

    ฮีโร่ที่ช่วยเรียกความนิยมของโดทงบุริกลับคืนมา

    clown-popularity

    เมื่อร้าน Cui-Daoré ได้ปิดตัวลงในปี 2008 หลังดำเนินกิจการมา 59 ปี Kuidaore Taro ก็ได้ถูกย้ายไปและมักจะถูกยืมตัวไปใช้ในงานอีเว้นต์ต่าง ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ในปี 2009 หุ่นเชิดที่เป็นที่รักของทุกคนได้ถูกนำกลับมายังบ้านเกิดที่โอซาก้าอีกครั้งและได้ตั้งอยู่ที่ล็อบบี้ของตึก Nakaza Cuidaore Building สถานที่ที่เขาได้กลับมาสร้างรอยยิ้มและตีกลองคู่ใจของเขาอีกครั้ง

    ในช่วงที่ Kuidaore Taro ได้กลับมายังโดทงบุริ ผู้ว่าราชการโทรุ ฮาชิโทโตะ (Toru Hashimoto) ได้กล่าวว่า “ย่านโดทงบุริได้กลับมาคึกคักและเป็นที่นิยมอีกครั้ง เราต้องขอขอบคุณตุ๊กตาหุ่นเชิด Taro” ซึ่งก็ถูกอย่างที่ท่านผู้ว่ากล่าวเลย เพราะเราจะได้เห็นภาพของ Kuidaore Taro แทบจะทุก ๆ ที่ในย่านโดทงบุริโดยเฉพาะร้านขายของฝาก เช่น พวกกุญแจ, ตุ๊กตา, ตุ๊กตาผ้า, เสื้อผ้า และแม้แต่อาหารที่มักจะมีภาพของตุ๊กตาตัวนี้อยู่ด้วย แน่นอนว่ามาสคอตตัวนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านโดทงบุริเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั้งโอซาก้าอีกด้วย

    จากมาสคอตของร้านอาหารสู่การเป็นสมบัติประจำภูมิภาค ถือได้ว่า Kuidaore Taro มาไกลจริง ๆ ถ้าใครมาเที่ยวโดทงบุริ อย่าลืมแวะไปทักทายกับตุ๊กตาตัวตลกที่แสนอารมณ์ดีตัวนี้กันนะคะ

    เว็บไซต์ Kuidaore Taro *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    หากต้องการหาที่พักในโอซาก้า สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!