ดื่มด่ำ ชมวิว เดินเล่นใน 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น

  • ท่องเที่ยว
  • ย่านต่างๆ
  • หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่า การท่องเที่ยวและมหาวิทยาลัยจะมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง? แต่จริง ๆ แล้ว สถานที่ที่มีภาพลักษณ์เกี่ยวกับวิชาการ คือ หนึ่งในที่ที่ดีที่สุดสำหรับการสัมผัสประสบการณ์อันแสนสนุกสนานใของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในโตเกียวหลายแห่งนั้นมีทั้งพิพิธภัณฑ์, สถาปัตยกรรม และสวนธรรมชาติที่น่าสนใจ ซึ่งหลาย ๆ คน อาจจะเผลอมองข้ามไป

    วันนี้เรามาสำรวจขุมทรัพย์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของกรุงโตเกียวกันว่ามีสิ่งดี ๆ อะไรบ้างที่รอการมาเยือนจากทุกคน?

    มหาวิทยาลัยวาเซดะ

    มหาวิทยาลัยวาเซดะขึ้นชื่อในเรื่องของรักบี้, การเมือง และวัฒนธรรม หนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนคลาสสิกของกรุงโตเกียว มีสีดำและสีแดงเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏอยู่ในสนามกีฬาหลายแห่ง มีศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ข้าราชการ, ศิลปิน และนักธุรกิจชั้นนำ

    วิทยาเขตที่โดดเด่นของวาเซดะ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโตเกียว วาเซดะยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมของวิทยาเขตเอาไว้ด้วยการผสมผสานพิพิธภัณฑ์, สถาปัตยกรรมแบบโกธิคและความเขียวขจีของต้นไม้อันน่ารื่นรมย์ มหาวิทยาลัยยังมีโบสถ์ของตัวเองและร้านกาแฟสไตล์ยุโรปหลายแห่งทั้งในมหาวิทยาลัยและรอบ ๆ หากมีโอกาสลองมาเข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ ฟุตบอล หรือเบสบอลของทางวาเซดะ และสัมผัสบรรยากาศการร้องเพลง “miyako no sei hoku”! ที่สุดยอดมาก ๆ

    วิทยาเขตของวาเซดะมีไฮไลท์มากมาย หนึ่งในนั้น คือ สวนโอคุมะ ตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์วาเซดะ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของตระกูล Matsudaira ในปี 1884 ชิเงะโนบุ โอคุมะ (Shigenobu Ōkuma) เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวาเซดะ เขาได้ออกแบบสวนและบริจาคให้กับมหาวิทยาลัย สวนแห่งนี้ได้รับการบำรุงรักษาอย่างอย่างดี แม้จะถูกใช้งานโดยเหล่านักศึกษาโดยนักเรียน สวนแห่งนี้มีเส้นทางที่มีรูปปั้น นอกจากนี้ยังมีระฆังประดับสไตล์เกาหลีท่แสนน่ารักอีกด้วย

    ภายในวิทยาเขตของวาเซดะมีพิพิธภัณฑ์ 3 แห่งที่น่าสนใจ ที่แรกคือ History for Tomorrow สร้างขึ้นเพื่อตัวมหาวิทยาลัยเอง สำหรับศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในด้านกีฬาและมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น มีป้ายเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ รูปแบบของอาคารยังเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่ดีเยี่ยม และใกล้ ๆ นี้ก็มี พิพิธภัณฑ์ไอซุ (Aizu Museum) ที่มีวัตถุทางโบราณคดีและสิ่งประดิษฐ์มากมาย

    ผลงานส่วนใหญ่ได้รับการบริจาคจากนายแพทย์ไอซุ ยาอิจิ (Aizu Yaichi) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นหม้อและนักวิจัยของวาเซดะ สำหรับพิพิธภัณฑ์สุดท้าย คือ Tsubouchi Memorial Theatre เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ได้รับการตั้งชื่อตามนักเขียนและอาจารย์ที่มีชื่อว่า ซึโบชิ โชโย (Tsubouchi Shōyō) มีจัดแสดงงานแปลผลงานของ William Shakespeare ครั้งแรก รวมถึงมีการจัดแสดงจากคาบูกิดั้งเดิมและการผลิตสมัยใหม่ น่าเสียดายที่ป้ายส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นภาษาญี่ปุ่น

    เว็บไซต์มหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    มหาวิทยาลัยโตเกียว : วิทยาเขตฮองโก

    เป็นอีกมหาวิทยาลัยที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย “โทได” หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่นักเรียนมัธยมปลายหลายคนใฝ่ฝัน ถ้าบอกใครว่าจบจากโทไดในประเทศญี่ปุ่น ทุกคนมักจะชื่นชมว่าเป็นคนที่สุดยอด! ประมาณเดียวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในบ้านเรา มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีประวัติศาสตร์และวิทยาเขตที่น่าประทับใจ ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบาลเมจิในปี 1877 เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยของจักรวรรดิที่สำคัญของญี่ปุ่น

    วิทยาเขตฮองโก มีขนาดใหญ่พร้อมด้วยสวนสาธารณะที่สวยงาม อาคารแบบดั้งเดิม ห้องโถงที่ซ่อนตัวอยู่ และบรรยากาศแบบมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยโตเกียวเคยเป็นศูนย์กลางของการจลาจลเมื่อปี 1968/9 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์เซงกากุเรน (Zengakuren) ได้ต่อสู้กับตำรวจในฐานทัพทหารสหรัฐฯ การจลาจลครั้งนั้นนำไปสู่การเสียชีวิตและจุดประกายการประท้วงแบบเดียวกันไปทั่วโตเกียว

    วิทยาเขตฮองโก ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของตระกูลมาเอดะ และสามารถเข้าถึงได้ด้วยรถไฟใต้ดินหรือเดินได้ไม่ไกลจากสวนอุเอโนะ หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญของมหาวิทยาลัย คือ บ่อน้ำซันชิโระ บ่อน่ารักที่มีปลาและเต่า ล้อมรอบด้วยป่าขนาดเล็ก ๆ ชื่อของบ่อน้ำมาจากนวนิยาย Sanshiro โดยโซเซกิ นัตสึเมะ (Soseki Natsume) ซึ่งเป็นฉากสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยมีพื้นที่ธรรมชาติที่น่ารักอื่น ๆ เช่น สนามหญ้าให้เพลิดเพลิน มีรูปปั้นของผู้ก่อตั้งที่น่าชื่นชม ห้องโถง และโบสถ์ที่สวยงาม

    มหาวิทยาลัยโตเกียวมีพิพิธภัณฑ์ 2 แห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ในวิทยาเขตฮองโกใกล้กับประตู Akamon สีแดงอันงดงามในปี 1827 ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยโตเกียวมีของสะสมมากกว่า 3 ล้านชิ้น ทำให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีของสะสมมากที่สุดในญี่ปุ่น น่าเสียดายที่รูปแบบของพิพิธภัณฑ์คล้ายกับศูนย์วิจัยมากกว่า มีป้ายเป็นภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจ คือ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ชมสามารถเห็นการทำงานผ่านหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ได้

    66c19942ab4ba346fdb64ccc04cde373

    พิพิธภัณฑ์แห่งที่สองของมหาวิทยาลัยโตเกียว ตั้งอยู่ในอาคาร Kitte ใกล้กับสถานีโตเกียว โครงสร้างสองชั้นที่น่าทึ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจของตัวพิพิธภัณฑ์ และถิอว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ ‘สาธารณะ’ หลักของมหาวิทยาลัยและมีการแสดงป้ายต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้บริการในปี 2013 และได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยมุ่งเน้นไปที่ประวัติศาสตร์ของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเมืองโตเกียว

    ในส่วนประวัติศาสตร์ธรรมชาติ มีโครงกระดูกกระดูก แผนที่ และหนังสือพฤกษศาสตร์ที่วาดขึ้นมาอย่างประณีต ส่วนด้านประวัติศาสตร์โตเกียว ก็ให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าของโตเกียวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยโตเกียว รวมถึงงานเขียนและภาพถ่ายดั้งเดิมของพวกเขา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมรดกทางวัฒนธรรมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยโตเกียว

    เว็บไซต์มหาวิทยาลัยโตเกียว (Tokyo University) *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    มหาวิทยาลัยเมจิ: Shin / Ochanomizu

    มหาวิทยาลัยเมจิ วิทยาเขตโอชาโนะมิซุ ท่ามกลางบรรยากาศแบบดั้งเดิมก็แฝงไว้ด้วยความทันสมัยและมีเขตของพิพิธภัณฑ์ที่แบ่งออกเป็นสองส่วน

    ส่วนแรกเป็นประวัติศาสตร์ของทางมหาวิทยาลัย มีโมเดลของวิทยาเขตและภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์

    ส่วนที่สองได้แบ่งออกเป็นสามส่วนย่อยอีกที อันแรกเป็น งานเครื่องปั้นดินเผาและสิ่งทอ อันที่สองเน้นไปที่โบราณวัตถุย้อนไปถึงสมัยโจมง และอันสุดท้ายแสดง เรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมและการลงโทษในช่วงรัฐบาลโทคุงาวะ รวมถึงรูปแบบเครื่องแขวนคอและอุปกรณ์ทรมานนักโทษต่าง ๆ

    เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเมจิ (Meiji University) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    มหาวิทยาลัยโคคุกักคุอิน (Kokugakuin University)

    ตั้งอยู่ใจกลางความทันสมัยระหว่างชิบูย่าและเอบิสึ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับศาลเจ้าอิเสะ จิงกู (Ise Jingu) มีพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานหลักปรัชญาสามอย่างของโคคุกักคุอินในเรื่องของการรับรู้ภายในธรรมชาติและผู้คน

    พื้นที่ทางโบราณคดียังมีสิ่งประดิษฐ์จากยุคโบราณของประเทศญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่มาจากสมัยโจมง เป็นงานเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องทองแดง ส่วนของพื้นที่ชินโตมีการจัดแสดงที่หลากหลาย รวมถึงรูปแบบของประเพณีชินโตมีวิดีโอในภาษาอังกฤษ มีศูนย์กลางอยู่ที่ศาลเจ้าสำคัญในญี่ปุ่นและข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลและเทพเจ้า และในส่วนของพื้นที่สุดท้ายอุทิศให้กับประวัติศาสตร์ของโคคุกักคุอิน

    土偶

    การจัดแสดงส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่น มีภาพถ่ายของอาจารย์ผู้ก่อตั้ง จดหมายฉบับจริงที่เขียนโดยเจ้าชายอาริสุกาวะ ทาเคฮิโตะ (Prince Arisugawa Takehito) มีบทสรุปหลักการก่อตั้งของมหาวิทยาลัยและงานวิจัยทางวิชาการที่สำคัญอื่น ๆ

    เว็บไซต์มหาวิทยาลัยโคคุกักคุอิน (Kokugakuin University) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    มหาวิทยาลัยในโตเกียวนั้นมีสิ่งที่น่าสนใจให้คุณได้ค้นพบอย่างไม่รู้จบ แม้อาจจะไม่ได้อยู่ในเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยว แต่ก็มีความน่าหลงใหลทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มากมาย และยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พูดคุยกับชาวญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขามีความกระตือรือร้นในการฝึกฝนภาษาอังกฤษกับคนชาวต่างชาติมาก ๆ ดังนั้น หากใครต้องการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ แล้วล่ะก็ ลองแวะมาเดินเล่นในมหาวิทยาลัยทั้งสามแห่งที่เราแนะนำไปนะคะ!

    32 โรงแรมสุดหรูในโตเกียวประจำปี 2018!

    หากต้องการหาที่พักในโตเกียว สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!