ชวนดู “Sunny: วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป” ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่จะพาคุณย้อนสู่ความทรงจำวัยใสในยุค 90!

  • ทั่วประเทศ
  • เซเลบริตี้
  • แนะนำ
  • เมื่อพูดถึง J-dramas, J-movies เพื่อน ๆ นึกถึงอะไรเป็นอย่างแรกคะ?

    สำหรับฉันแล้วจะนึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์อันน่าจดจำ ภาพยนตร์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่ฉันเคยเห็นมักจะให้ความรู้สึกลึกลับ เช่น นวนิยายของ Haruki Murakami โลกแห่งจินตนาการที่มีแง่มุมของชีวิตจริงที่ทำให้คุณอยากเข้าไปผจญภัยโลกของพวกเขา หรือตัวละครที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเห็นตัวเองกำลังวางแผนการลึกลับ และบางครั้งภาพยนตร์ญี่ปุ่นมักจะบอกเล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งแบบมีนัยยะความหมายที่แฝงเอาไว้จนทำให้เราต้องเผลอเสียน้ำตา

    ภาพยนตร์ที่ผู้เขียนจะแนะนำในบทความนี้ คือ ภาพยนตร์ที่จะทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึก “คิดถึงอดีต” และให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวต่าง ๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้สนุกเกินความคาดหมายและทำให้ผู้เขียนประทับใจมาก ๆ ดังนั้น หวังว่ามันจะทำให้เพื่อน ๆ สนใจเช่นกันนะคะ

    Sunny: Tsuyoi Kimochi Tsuyoi Ai (Sunny: วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป)

    “Sunny: วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป” เข้าฉายเมื่อปี 2018 ในประเทศญี่ปุ่น สำหรับในบ้านเราก็เข้าฉายไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภาพยนตร์เกี่ยวกับมิตรภาพและการใช้ชีวิตเป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนมัธยมจากชมรมที่ใช้ชื่อว่า “Sunny” ที่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็แยกย้ายจากกันไป

    เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อนามิ (นำแสดงโดย เรียวโกะ ชิโนะฮาระ (Ryoko Shinohara) ปี 2018 และฮิโรเสะ ซึซึ (Hirose Suzu) ในยุค 90) ตัวละครหลักของเราที่ในปัจจุบันเป็นแม่บ้านวัย 40 ปีได้ไปพบกับเซริกะซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มของเธอ (นำแสดงโดย ยูตาอิตายะ (Yuta Itaya) ปี 2018 และไมกะ ยามาโมโตะ (Maika Yamamoto) ใน 90s) หลังจากที่ทั้งคุู่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี และเธอก็ได้มารู้ว่าเซริกะกำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและมีความปรารถนาสุดท้าย คือ การรวมตัวกับเพื่อน ๆ ของเธออีกครั้งก่อนที่เธอจะตายจากโลกนี้ไป เรื่องราวถูกนำเสนอควบคู่กันไประหว่างปัจจุบันกับอดีตที่หยิบเอาเรื่องราวของเด็กสาวมัธยมในปี 1990 และเรื่องในปัจจุบันซึ่งก็คือปี 2018 และบอกเล่าความพยายามของนามิในการรวมตัวกับเพื่อน ๆ เพื่อให้ความฝันสุดท้ายของเซริกะเป็นจริง

    นอกจาก Hirose Suzu, Ryoko Shinohara, Yuta Itaya และ Maiko Yamamoto, Miura Haruma, Naomi Watanabe, Lily Franky, Eiko Koike, Rie Tomosaka ยังมีนักแสดงญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงคนอื่น ๆ อีกมากมาย

    ถึงแม้ว่ามันจะเป็นยุค 90 ของประเทศญี่ปุ่น แต่ส่วนตัวแล้วเราก็สามารถอินกับความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ได้ไม่ยาก และยังทำให้รู้สึกโหยหาถึงอดีตสมัยที่เรียนพิเศษแถวสยาม เซ็นเตอร์พ้อยท์ (ที่ตอนนั้นแฟชั่นแบบญี่ปุ่นก็กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่น) เราจะได้ดูแฟชั่น ดนตรีที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุค 90 ของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ฉันรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกของพวกเขา ทั้งร้องไห้ หัวเราะ และมีอารมณ์ต่าง ๆ ร่วมไปด้วย มันเป็นการเดินทางย้อนยุคที่ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ

    หลังจากดูภาพยนตร์แล้ว ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและความคุ้นเคยที่เคยอยู่รอบ ๆ ตัว และยังรู้สึกได้รับการเตือนว่าการติดต่อกับเพื่อน ๆ ของคุณและคนที่คุณรักมันสำคัญกับคุณอย่างไร แม้ว่าเวลาจะผ่านไปและมีหลายสิ่งเกิดขึ้นระหว่างทาง ซึ่งอาจจะมีช่วงที่สุขบ้างเศร้าบ้าง หรืออาจจะต้องยุ่งกับงานและการสร้างครอบครัวก็ตาม เราก็ควรหันมาเริ่มจัดลำดับความสำคัญของสิ่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพที่เราอาจจะเผลอทิ้งมันไว้ การให้เวลากับคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรลืมเลย

    ฉันเชื่อว่าทุกคนสามารถเข้าใจภาพยนตร์เรื่องนี้และสามารถค้นพบประสบการณ์ที่ดีได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นบทเรียนแห่งชีวิตที่ครบทุกรสไม่ว่าจะเป็น ตลก ดราม่า หรือแม้แต่ดนตรีประกอบ และทุกสิ่งที่คุณปรารถนา ดังนั้น ฉันหวังว่าคุณจะพร้อมสำหรับการเดินทางไปสู่อดีตและอนาคตพร้อมกับสาว ๆ ชมรม “Sunny”

    และขอแถมให้อีกเรื่องสำหรับใครที่ติดใจอยากดูภาพยนตร์แนวนี้อีกซักเรื่อง

    Destiny: Kamakura Monogatari (มหัศจรรย์โลกแห่งความตาย)

    ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องโปรดของฉันเลย

    เป็นภาพยนตร์ที่ครบรสผสมผสานทุกแนวไว้ด้วยกันมีทั้งตัวกัปปะ, Shinigami, แฟนตาซี, คอมมาดี้, คามิซามะ (พระเจ้า), โรแมนติก, ลึกลับ, ทุกแนวที่คุณตามหาเลยทีเดียว การผสมผสานของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแฟนตาซีและความโรแมนติกที่คุณไม่ควรพลาด

    เรื่องราวของ มาซากะซึ อิชชิกิ (Masakazu Isshiki) (รับบทโดย มาซาโตะ ซาไก (Masato Sakai)) นักประพันธ์ลึกลับและนักสืบ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่คามาคุระกับภรรยาของเขาที่ชื่อว่า อากิโกะ ทั้งคู่คุ้นเคยกับสิ่งมีชีวิตและเทพเจ้าซึ่งมาจากเมืองหรือเดินทางผ่านเมือง

    มันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวของ “ตัวกัปปะ” และนวนิยายที่เขียนโดย Ryunosuke Akutagawa ถึงแม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเสียดสีของการคอรัปชั่น แต่องค์ประกอบจากนิทานพื้นบ้านและสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ปรากฏขึ้นนั้น ทำให้ฉันจำนวนิยายของ Akutagawa ได้

    นอกจาก Masato Sakai และ Mitsuki Takahata ยังมีนักแสดงญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงคนอื่น ๆ เช่น Sakura Ando, ​​Shin’ichi Tsutsumi, Jun Kunimura, Min Tanaka (ที่เล่นใน 47 Ronin) เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด!

    Namiya Zakkaten no Kiseki (ปาฎิหาริย์ร้านขายของชำนามิยะ)

    แรงบันดาลใจจากนวนิยายสุดแหวกแนวของ Keigo Higashino, Namiya Zakkaten no Kiseki (ปาฎิหาริย์ร้านขายของชำนามิยะ) เป็นภาพยนตร์ที่อบอุ่นกับคำพูดแห่งความกล้าหาญเพียงเล็กน้อยที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตและความรู้สึกที่ไม่เคยยอมแพ้ วัฏจักรแห่งการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นแก่นหลักของภาพยนตร์ เรื่องราวการเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน นอกจากนี้รายละเอียดของเนื้อเรื่องและตัวละครที่มีโครงสร้างดีทำให้หนังเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นเอก

    เรื่องราวเกี่ยวกับร้านค้าชื่อนามิยะที่ได้รับความนิยมหลังจากเจ้าของร้านที่ชื่อว่า ยูจิ นามิยะ (Yuuji Namiya) รับบทโดย โทชิยูกิ นิชิดะ (Toshiyuki Nishida) ได้รับจดหมายจากผู้คนที่กำลังมองหาคำแนะนำ ผู้คนมาที่ร้านแล้วส่งจดหมายผ่านช่องใส่จดหมาย เมื่อร้านปิดก็จะได้รับคำตอบที่อยู่ในกล่องนมที่แขวนอยู่ด้านนอก

    หลายปีต่อมาเด็กกำพร้าสามคน (แสดงโดย Yamada Ryosuke (จากค่าย Johnny และหนึ่งในสมาชิกของวง Hey Say Jump), Nijiro Murakami และ Kanichiro) ได้พบเจอกับร้านและใช้เป็นที่หลบภัย เมื่อเวลาผ่านไปได้มีคนใส่จดหมายในกล่องรับของร้าน แต่พวกเขาไม่สามารถมองเห็นใครรอบ ๆ นั้นได้เลย หนึ่งในเด็กหนุ่มเลยตัดสินใจที่จะตอบจดหมายและนั่นคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัย

    ฉันมั่นใจว่าใครที่ได้ดูภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องนี้จะต้องตกหลุมรักแน่นอน ถ้ามีเวลาในช่วงวันหยุดยาวลองหามาดูกันนะคะ