เที่ยวญี่ปุ่นแบบ Low Cost ในราคา 2,370 เยนต่อวัน! กับ “ตั๋ว Seishun 18” !

  • เคล็ดลับ
  • ก่อนออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ทุกคนก็ต้องเริ่มทำเช็คลิสต์ให้พร้อมเป็นอย่างแรกเลยใช่มั้ยคะ เริ่มจาก ตั๋วพร้อม! ที่พักพร้อม! อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง ตอนนี้ทุกคนก็พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย คือ การวางแผนการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งจะช่วยทำให้เราค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ได้แบบทุกซอกทุกมุม

    ในประเทศญี่ปุ่นก็มีรถไฟอยู่หลายประเภทตั้งแต่ local, rapid express limited express หรือ ชิินคันเซ็น ซึ่งก็ครอบคลุมประเทศญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ ๆ เช่น โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต แม้ว่าราคาตั๋วรถไฟค่อนข้างสูงมาก แต่ยังโชคดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีตั๋วของ JAPAN RAIL (JR) PASS ให้สามารถใช้บริการรถไฟ JR และ JR Bus ได้แบบไม่จำกัด

    ตั๋ว Seishun 18 หรือ Seishun 18 Kippu

    ตั๋ว Seishun 18 ช่วยให้คุณสามารถใช้บริการรถไฟของ JR ทั้งแบบ Local และ Rapid ได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น (แต่ไม่รวมที่นั่งแบบจอง) คุณสามารถเดินทางจากฮอกไกโดไปยังคิวชูทางใต้ในราคาเดียวกัน

    แต่โปรดทราบว่า Seishun 18 ไม่สามารถกับรถไฟชินคันเซ็นและรถไฟด่วนพิเศษ (Express)

    แพ็คเกจตั๋วรวมค่าเดินทางสำหรับ 5 วันในราคาเพียง 2,370 เยนต่อวัน เท่ากับว่า 5 วัน ในราคา 11,850 เยน

    โดยหนึ่งคนสามารถใช้ตั๋วได้เป็นเวลาห้าวัน หรือสามารถแยกใช้โดยแบ่งกับเพื่อนรวมเป็น 5 คนได้อีกด้วย ค่อนข้างสะดวกและเป็นวิธีที่ดีในการประหยัดเงินค่าเดินทางมาก ๆ

    นอกจากนี้ บริการยังรวมถึงเรือเฟอร์รี่ JR Miyajima (จากแผ่นดินใหญ่สู่อิซึกุชิมะ) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ เกาะมิยาจิมะ!

    12ecaf750c40de89ff5c0d823b1e7b09_m

    คุณสามารถซื้อตั๋วได้ในฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน หรือฤดูหนาวในช่วงวันที่แสดงไว้ด้านล่าง
    ฤดูใบไม้ผลิ: ระยะเวลาใช้งานตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม ถึง วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2019
    และคุณสามารถซื้อได้ตั้งแต่วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2019

    ฤดูร้อน: ระยะเวลาใช้งานตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม ถึง วันอังคารที่ 10 กันยายน 2019
    และคุณสามารถซื้อตั๋วได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2019

    ฤดูหนาว: ระยะเวลาใช้งานตั้งแต่วันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2019 ถึงวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2020
    และคุณสามารถซื้อตั๋วได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม ถึง วันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2019

    สถานที่จำหน่ายตั๋ว?

    สามารถซื้อตั๋วได้ที่ออฟฟิศจำหน่ายตั๋วของรถไฟ JR (JR Midori no Madoguchi), Travel Service Center (View Plaza) หรือที่สถานีรถไฟของ JR เส้นตะวันออก

    ถ้าใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจำเป็นต้องมี JR Pass รึเปล่า (คุณสามารถสั่งซื้อและซื้อนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น) ดังนั้น ถ้าใครต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตั๋วรถไฟที่สุดแสนจะวิเศษนี้ ลองอ่านข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ด้านล่างนี้เลนจ้า!

    1. ผู้ที่สามารถใช้งานบัตรได้

    ต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ ผู้ที่ถือวีซ่าชั่วคราวระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน

    2. ทุกคนจำเป็นต้องมี JR Pass มั้ย?

    6f54092f5b1b6843be3a6c9ddb3e9294_t

    หากคุณวางแผนที่จะเดินทางจากเมืองใหญ่ไปยังอีกเมืองหนึ่ง (เช่น ฮิโรชิม่าไปยังโอซาก้า หรือโอซาก้าไปโตเกียว) ตั๋วเดินทางแบบเที่ยวเดียวจากสถานีฮิโรชิม่าถึงชินโอซาก้า ราคา 10,440 เยน ส่วนรถไฟชินคันเซ็นจากชินโอซาก้าไปโตเกียวราคา 14,450 เยน และบัตร JR Pass แบบปกติ 7 วันสำหรับผู้ใหญ่ราคา 29,110 เยน ดังนั้น เมื่อพิจารณาแบบรวม ๆ แล้วตั๋ว JR Pass ดูจะคุ้มค่ากว่าเยอะเลย

    3. การเลือกประเภทให้เหมาะกับการเดินทาง

    ce8bacc58197f6a7bf95b6eca4a95fad_t

    JR Pass มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเดินทาง มีตัวเลือกแบบ 7 วันและ 14 วัน (46,390 เยน) และ 21 วัน (59,350 เยน) และมีบริการที่นั่งแบบ Green Car (First class ของรถไฟ) ราคาสูงกว่าบัตรโดยสารธรรมดา แต่มีให้เลือกแบบ 7, 14 และ 21 วัน

    4. ตั๋ว Regional pass vs. ตั๋วแบบ nationwide pass

    72a55b7a54cf7b13d3fc952c3d3663c8_m

    ถ้าคุณต้องการใช้เวลา 7 วัน เดินทางไปภูมิภาคคันไซ (โอซาก้า, เกียวโต, นารา) หรือ โตเกียวและเมืองรอบ ๆ (โยโกฮาม่า, นาริตะ) ก็ควรซื้อบัตรผ่านแบบ regional pass บัตร JR Kansai WIDE Area Pass (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ราคาอยู่ที่ 8,500 เยนสำหรับ 5 วัน ส่วน บัตร JR TOKYO Wide Pass (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ราคา 10,000 เยนใช้ได้ 3 วัน ข้อดีของบัตรไม่ใช่แค่ราคาที่ถูกเท่านั้น แต่คุณสามารถซื้อได้เมื่ออยู่ในประเทศญี่ปุ่น

    5. ซื้อ JR Pass voucher

    jr-pass-voucher

    รูปของผู้เขียน

    มีวิธีซื้อด้วยกัน 2 แบบ:
    (1) ทาง online
    (2) ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋วตามบริษัททัวร์ในประเทศของคุณ

    ราคาจะแตกต่างกันไปตามเว็บไซต์หรือตัวแทนต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่จะมีคุู่มือการท่องเที่ยวและตารางเวลารถไฟให้มาด้วย

    6. สถานที่ซื้อในประเทศญี่ปุ่น

    เมื่อคุณมาถึงประเทศญี่ปุ่นและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่สำนักงานขายตั๋วที่กำหนดในสนามบินที่คุณอยู่ คุณสามารถเลือกวันที่เริ่มต้นจริงของบัตรผ่านได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่มาถึง

    7. การใช้ JR Pass ครั้งแรก และการใช้ครั้งต่อไป

    การใช้ JR Passes สามารถใช้ได้เฉพาะบนรถไฟของบริษัท JR เท่านั้น และรถไฟที่ไม่ใช่ชินคันเซ็น Nozomi และ Mizuho)

    ในส่วนของวิธีการใช้งานนั้น แตกต่างจากการใช้ตั๋วแบบเที่ยวเดียวหรือบัตร IC เนื่องจากคุณจะต้องเดินไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจเวลาเดินผ่านประตูของสถานี JR เพื่อตรวจสอบว่าบัตรของคุณถูกต้องหรือไม่และจะอนุญาตให้คุณเข้าหรือออกตามนั้น

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของรถไฟจะทำการประทับตราวันที่ใช้งานครั้งแรกที่มุมซ้ายล่างของบัตร

    8. “ที่นั่งแบบ Shitei-seki (指定席)” vs. “jiyuseki (自由席)”

    reserved-seat-ticket

    รูปของผู้เขียน

    ในส่วนของที่นั่งมีสองแบบให้เลือก คือ ที่นั่งแบบจอง (reserved seat/ shitei-seki) และที่นั่งแบบไม่ระบุ (non-reserved seat/ jiyuseki) ซึ่งเป็นบริการที่จะมีเฉพาะในชินคันเซ็นและรถไฟแบบ limited express โดยผู้ถือบัตร JR Pass สามารถจองที่นั่งได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมโดยไม่ต้องแย่งชิงที่นั่งในรถโดยสารแบบที่ไม่มีการสำรองเอาไว้

    เพียงแค่มองหา JR Ticket Office ตามสถานีรถไฟ หรือ Midori no Madoguchi (みどりの窓口) สำหรับการจองที่นั่ง

    9. ประโยชน์ของ JR Pass

    นอกจากสิทธิประโยชน์ที่กล่าวถึงข้างต้น JR Pass ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายโดยไม่ต้องต่อคิวที่เครื่องขายตั๋วทุกครั้งที่คุณต้องการนั่งรถไฟ JR และยังช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็นกับการลองผิดลองถูกอีกด้วย

    10. แล้วข้อเสียล่ะ ?

    ข้อเสียเปรียบหลักของ JR Pass คือ จำกัดการใช้งานแค่เฉพาะรถไฟ JR และไม่สามารถใช้กับรถไฟใต้ดินในโตเกียว (Tokyo Metro) หรือโอซาก้า (Osaka Municipal Subway) ค่าใช้จ่ายที่สูงของบัตร JR Pass ทำให้ต้องระมัดระวังอย่าให้บัตรสูญหาย

    บริการ JAPAN RAIL PASS เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับให้คุณเดินทางไปทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยไม่ต้องใช้งบประมาณที่มากเกินความจำเป็น จากคาโกชิมะ, คิวชูทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นไปถึงฮอกไกโดทางตอนเหนือ คุณสามารถเยี่ยมชมเกือบทุกส่วนของประเทศด้วยการวางแผนที่เหมาะสมด้วย JR Pass

    เว็บไซต์ JAPAN RAIL PASS *เฉพาะภาษาอังกฤษ