ต้อนรับฤดูซากุระปี 2019 กับตำนานอันยาวนานและอิทธิพลต่อชาวญี่ปุ่น

  • ทั่วประเทศ
  • ย่านต่างๆ
  • อาหาร
  • แนะนำ
  • เวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว! กับช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน ซึ่งก็ได้มีข้อมูลพยากรณ์ช่วงเวลาที่ดอกซากุระเริ่มบานจนถึงช่วงที่บานเต็มที่ ออกมาให้ทุกคนได้ติดตามตั้งแต่ต้นปี เป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิและอากาศที่อบอุ่น วมถึงดอกไม้สวย ๆ กำลังถูกปลุกให้ตื่นจากฤดูหนาวให้เราได้ชื่นชมกันแล้ว สำหรับปีนี้อากาศไม่หนาวเท่าปีที่แล้วและก็ดูจะอบอุ่นเร็วขึ้นอีกด้วย

    สำหรับคนต่างชาติแล้วดอกซากุระเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น แต่ทราบมั้ยคะว่าสำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วดอกซากุระนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งที่มากไปกว่าแค่ความงาม

    ซากุระ: สัญลักษณ์แห่งการมาถึงของเทพเจ้า

    1-1

    รูปของผู้เขียน

    ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ ความเชื่อนี้สามารถย้อนกลับไปในยุคโบราณเมื่อต้นซากุระถือว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศญี่ปุ่น

    ผู้คนมีความเชื่อว่าต้นซากุระเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งภูเขาที่เสด็จลงมายังเบื้องล่างที่หมู่บ้านของโลกมนุษย์ โดยทุก ๆ ฤดูใบไม้ผลิ เทพเจ้าจะเดินทางลงมายังทุ่งนาพร้อมกับกลีบดอกซากุระที่ร่วงหล่นและกลายร่างเป็นเทพเจ้าแห่งนาข้าว ซึ่งเป็นพืชที่สำคัญในประเทศญี่ปุ่น พระเจ้าจะอวยพรให้ผลผลิตของการเก็บเกี่ยวมีความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงช่วยขจัดปัดเป่าหายนะ เพื่อให้ชาวนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรได้ผลตอบแทนที่งอกงาม

    1-2

    รูปของผู้เขียน

    ด้วยเหตุผลนี้ คนญี่ปุ่นมากมายจึงเดินทางไปยังภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพื่อสักการะบูชาต้นไม้ จากนั้นชาวบ้านบางคนก็เริ่มปลูกต้นซากุระจากบริเวณภูเขาและมาสู่หมู่บ้าน และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “ฮานามิ” หรือ “การชมดอกซากุระ” ซึ่งมีที่มาจากความเชื่อในพิธีกรรมทางศาสนา และในปัจจุบันกลายมาเป็นกิจกรรมแห่งความสุขที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลินได้

    สถานที่ชมซากุระที่น่าสนใจในประเทศญี่ปุ่น
    เกาะมิยาจิมะ

    1-3

    รูปของผู้เขียน

    มุ่งหน้าสู่เกาะมิยาจิมะ เดินทางจากฮิโรชิม่าใช้เวลา 30 นาทีโดยรถไฟไปลงสถานี Miyajimaguchi จากตรงนี้ก็ต่อด้วยเรือเฟอร์รี่ที่จะออกเดินทางทุก 10 นาที การเดินทางทั้งหมดนี้ครอบคลุมด้วยบัตร JR Pass

    สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็คือ ศาลเจ้าอิซึกุชิมะชินโตที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกและประตูโทริอิลอยน้ำสีแดงที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เป็นภาพวิวที่น่าทึ่งสมกับที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสามวิวที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในปี 1643

    นอกจากศาลเจ้าและประตูเสาโทริอิแล้ว เกาะมิยาจิมะยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น การเดินเล่นในยามเช้าผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวไปยังเจดีย์ 5 ชั้นและสวนสาธารณะที่อยู่ติดกันเพื่อชมทิวทัศน์ของบ้านเรือนในเมืองที่มีสีสันด้วยดอกซากุระ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการมาเที่ยวช่วงกลางวันในสวนสาธารณะ แถมนักท่องเที่ยวไม่แออัดอีกด้วย

    1-7

    รูปของผู้เขียน

    ภูเขามิเซนเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของมิยาจิมะ สามารถเลือกปีนขึ้นไปหรือขึ้นกระเช้าเพื่อชมวิวสวย ๆ ในวันที่อากาศแจ่มใส ภูเขามีเส้นทางเดินป่า 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง Momijidani, เส้นทาง Daisho-in และ Omoto

    เส้นทาง Momijidani เป็นเส้นทางที่สูงและสั้นที่สุด ซึ่งจะพาเดินตัดผ่านป่าที่อุดมสมบูรณ์และให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าจากเรื่อง Princess Mononoke เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร หรือในเรื่อง Totoro และยังมีภาพหมอกที่เกิดจากละอองฝนทำให้ยิ่งดูเหมือนป่าแห่งฝันที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

    1-8

    รูปของผู้เขียน

    หมอกจะบดบังทำให้มุมมองของทิวทัศน์แตกต่างไปจากวันที่อากาศแจ่มใส และมีภาพกวางป่ากระจัดกระจายอยู่บนยอดเขากับฉากหลังเป็นต้นซากุระเหมือนภาพจากฉากในภาพยนตร์แอนิเมชั่นของฮายาโอะ มิยาซากิแห่งสตูดิโอ Ghibli

    1-10

    รูปของผู้เขียน

    เราสามารถเดินลงมาจากภูเขามิเซนโดยใช้เส้นทาง Daisho-in ซึ่งง่ายกว่ามากแต่ก็อาจไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เส้นทางนี้จะนำเรามาสู่วัดไดโชอิน วัดแห่งนี้มีแรงบันดาลใจอย่างน่าประหลาดเหมือนอิซึกุชิมะ ดังนั้น หากคุณอยู่ในมิยาจิมะเพื่อชมวัดโทริอิและเจดีย์แล้ว อย่าลืมเดินทางมายังวัดไดโชอินแห่งนี้ด้วย

    เว็บไซต์มิยาจิมะ *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    ซากุระ: สัญลักษณ์แห่งนักรบ

    รูปของผู้เขียน

    ภูมิประเทศของญี่ปุ่นมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของพุทธศาสนานิกายเซนที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน โดยตระหนักถึงความไม่เที่ยงของการดำรงอยู่ ปรัชญานี้สะท้อนในความคิดของนักรบญี่ปุ่นและถูกนำไปใช้โดยขุนนางและคนทั่วไป

    ดอกซากุระยังแสดงให้เห็นถึงปรัชญาของชีวิตมนุษย์ที่บอบบางและไม่แน่นอน โดยเฉพาะกับนักรบอาศัยที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าชีวิตของเขาจะจบลงและถูกจู่โจมอย่างกะทันหันเมื่อไหร่ เช่นเดียวกับซากุระที่อาจโดนลมพายุฝนพัดพาให้ร่วงโรยจากต้นได้เร็วขึ้น

    ซากุระยังเป็นสัญลักษณ์ของนักบินคามิกาเซ่ ซึ่งเป็น “กองกำลังพิเศษโจมตี” ของเครื่องบินซีโร่ในสงครามโลกครั้งที่สอง เชื่อกันว่ากลีบดอกซากุระเป็นตัวแทนของเหล่าทหารที่ทำหน้าที่นี้

    2-2

    รูปของผู้เขียน

    ในทางกลับกัน ต้นซากุระก็เป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติก ด้วยสีชมพูที่สวยงามและโดยเฉพาะเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางดอกซากุระกับคนรัก

    พิพิธภัณฑ์สันติภาพสำหรับนักบินคามิกาเซ่ (Chiran Peace Museum): คาโกชิมะ

    เดินทางไปทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Chiran เป็นเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดคาโกชิมะบนเกาะคิวชู ประมาณ 35 กม. หรือ 1 ชั่วโมงจากใจกลางเมือง

    สนามบินตั้งอยู่นอก Chiran ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงท้ายของสงครามเมื่อประเทศญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในคาบสมุทรแปซิฟิก Chiran ได้กลายเป็นฐานของนักบินคามิกาเซ่ ในปัจจุบันเมืองนี้เป็นหัวเรือหลักในการตั้งประเด็นโต้เถียงต่าง ๆ และมี พิพิธภัณฑ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่านักบิน เป็นการเปิดกว้างให้เข้าใจถึงเบื้องลึกของสงครามโลกในมุมมองของคนญี่ปุ่น

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตายของนักบินคามิกาเซ่ 1,036 คน จัดเรียงตามลำดับเหตุการณ์ตามเวลาที่ตายของพวกเขา รวมถึงเครื่องแบบ, อาวุธ, สายคาดศีรษะ hachimaki, ขวดน้ำ, ประวัติครอบครัว, ตัวอักษรอำลา และธง Hinomaru (ธงญี่ปุ่น) ที่จารึกด้วยคำพูดที่ให้กำลังใจจากครอบครัวและเพื่อน

    เว็บไซต์ Chiran Peace Museum *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    ซากุระนิกุ (Sakura Niku) (เนื้อม้า)

    ในประเทศญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่การกินเนื้อสัตว์เป็นเรื่องที่เข้มงวดมากในสมัยโบราณ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางสังคมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ชาวญี่ปุ่นใช้ชื่อพืชเพื่อเป็นตัวแทนของการเรียกชื่อเนื้อสัตว์ เช่น – butan (ดอกโบตั๋น) สำหรับเนื้อหมู, momiji (เมเปิ้ลญี่ปุ่น) เป็นเนื้อกวาง และซากุระเป็นเนื้อม้า

    ซากุระนิกุได้รับแรงบันดาลใจจากสีของเนื้อม้าที่คล้ายกับดอกซากุระสีชมพู รวมถึงลักษณะของดอกซากุระที่โรยราอย่างรวดเร็วเหมือนเนื้อม้าที่ทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์อย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับอากาศเลยทำให้ต้องรีบทานเพื่อจะได้สัมผัสกับเนื้อที่สดใหม่

    เนื้อม้าสามารถบริโภคได้หลายแบบ เช่น ซาชิมิ, นาเบะ, ซูชิ หรือนัตโตะ ในประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ไม่กี่แห่งที่มีชื่อเสียงด้านเนื้อม้าหนึ่งในนั้นคือ คุมาโมโต้ในเกาะคิวชูมีเมนู “Sakura natto” ซึ่งทำจากเนื้อม้าผสมกับนัตโตะและราดด้วยไข่

    จังหวัดนากาโน่เป็นอีกสถานที่ที่มีเมนูจากเนื้อม้า มีการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นประจำจนคนในท้องถิ่นบอกเล่าถึงเคล็ดลับการมีอายุขัยที่ยืนยาวมาจากการบริโภคเนื้อม้า ซึ่งผู้ชายในจังหวัดนี้มี อายุขัยที่ยืนยาวที่สุด ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1990 ในขณะที่ผู้หญิงญี่ปุ่นเข้ามาติดอันดับสูงสุดในปี 2013

    สถานที่ชมซากุระในนากาโน่

    ปราสาทมัตสึโมโตะ

    3-3

    รูปของผู้เขียน

    ฮิระจิโร่เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นบนที่ราบแทนที่จะเป็นยอดเขา ปราสาทมัตสึโมโต้สามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยการเดิน 15 นาทีจากสถานีมัตสึโมโต้ในจังหวัดนากาโน่ หรือจะลองมาเดินเล่นในเมืองเพื่อลองหาร้านอร่อย ๆ สำหรับเมนู Sakura Niku!

    ปราสาทมัตสึโมโต้เป็นหนึ่งในปราสาทแบบดั้งเดิมที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

    3-4

    รูปของผู้เขียน

    การตกแต่งภายในทำจากไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งค่อนข้างหายากเนื่องจากปราสาทเก่าแก่หลายแห่งได้รับการตกแต่งใหม่และสร้างด้วยเฟอร์โรคอนกรีตตลอดหลายปีที่ผ่านมา

    ในประเทศญี่ปุ่น ปราสาทส่วนใหญ่มักจะเป็นสีดำหรือสีขาว โดยมีปราสาทมัตสึโมโต้เป็นปราสาท “สีดำ” ซึ่งตรงข้ามกับปราสาทฮิเมจิที่เป็นปราสาท “สีขาว” สาเหตุของการรักษาปราสาทในโทนสีเดียวนั้น น่าจะเป็นสุนทรียะอย่างแท้จริง แต่ก็มีเรื่องราวตำนานและประวัติศาสตร์ของอาคารที่งดงามเหล่านี้ รวมถึงการเดินในสวนหรือตามคูเมืองท่ามกลางต้นซากุระที่สวยงามบานสะพรั่ง

    3-5

    รูปของผู้เขียน

    ปราสาทดำถูกสร้างขึ้นโดยผู้ติดตามของ ฮิเดโยชิ โทโยโทมิ (Hideyoshi Toyotomi) ในขณะที่สีขาวเป็นที่ชื่นชอบของผู้สนับสนุนฝ่ายของโทคุงาวะ อิเอะยะสุ พวกเขาเป็นขุนศึกที่โดดเด่นสองคนของญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่รับผิดชอบในการทำลายปราสาทของราชอาณาจักร มีปราสาทดั้งเดิมเพียง 12 แห่งที่ถูกสร้างขึ้นก่อนสิ้นยุคเอโดะ (1868) และยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ปราสาทมัตสึโมโต้

    เว็บไซต์ปราสาทมัตสึโมโต้

    การเดินทาง

    หลังจากชื่นชมซากุระมามากแล้ว ทุกคนคิดอย่างไรกับความสำคัญของดอกซากุระต่อชาวญี่ปุ่น?

    ส่วนตัวแล้วดอกซากุระเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความไม่ยั่งยืนของความงามและชีวิต นับว่าเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของประเทศญี่ปุ่น ขณะที่เรากำลังเดินทางผ่านหลายส่วนของประเทศนี้ บางครั้งก็คิดว่าทิวทัศน์ที่สวยงามรอบตัวนี้ สามารถถูกทำลายได้ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ จากแผ่นดินไหว สึนามิ หรือพายุไต้ฝุ่น

    คนญี่ปุ่นต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงในแต่ละวันและเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์จากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

    คนญี่ปุ่นมองว่าซากุระมีอิทธิพลต่อทัศนคติ ต่อชีวิต และความสัมพันธ์กับผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบตัวพวกเขา เช่นเดียวกับที่ซากุระมาและไปอย่างรวดเร็ว ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากมองว่าการพบปะกับผู้คน (แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ) ก็เป็นความงดงามที่เกิดขึ้นในชีวิต ดังนั้นเมื่อถึงเวลาร่ำลาก็ควรจากกันด้วยความทรงจำที่ดี