“หัวขโมยรุ่นใหญ่” ปัญหาผู้สูงวัยในญี่ปุ่น: ยอมนอนคุกดีกว่าอยู่อย่างโดดเดี่ยว?

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • การก่ออาชญากรรมเล็กๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การขโมยของโดยกลุ่มผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่นได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลัง ๆ นี้ เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้ นักวิจัยและนักประชากรศาสตร์ก็ต่างพากันประหลาดใจเมื่อพวกเขาพยายามหาเหตุผลสำหรับแรงจูงใจที่เกิดขึ้นในการอธิบายสถิติเหล่านี้

    ในฐานะที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีความเหลื่อมล้ำทางการเงินของประชากรในระดับต่ำ แต่นักประชากรศาสตร์กลับพบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุที่ขโมยของในร้านค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาต้องค้นหาข้อมูลจากสถาบันของญี่ปุ่น เพื่อดูว่ามีช่องโหว่หรือปัญหาใด ๆ ที่ผู้สูงอายุเหล่านี้กำลังเผชิญอยู่

    การไขปริศนา

    ประเทศญี่ปุ่นมีระบบกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวดมากและศาลจะไม่ปล่อยให้เหล่าหัวขโมยหลบหนีจากการกระทำผิดของพวกเขาได้ง่าย ๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้คนขโมยของในร้าน เหล่าหัวขโมยอาจต้องเผชิญกับการสอบสวนและความกดดันอย่างรุนแรงจากการขโมยของที่ถูกที่สุดในร้านค้า และทำให้คนส่วนใหญ่กลัวการถูกลงโทษจากกฎหมายอย่างเช่น การจำคุก แต่! ผู้สูงอายุบางกลุ่มอาจไม่ได้กลัวการเข้าคุก แต่ตรงกันข้ามนี่คือ สิ่งที่พวกเขาต้องการ…

    เนื่องจากระบบการจ่ายเงินบำนาญหรือเน็นกิงของญี่ปุ่นนั้นไม่มากพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และถ้าคนในวัยเกษียณไม่ได้มีรายได้จากทางอื่นรองรับ พวกเขาก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากค่าเช่าบ้าน ค่าแก๊ส น้ำ ค่าประกันสุขภาพ และค่าอาหาร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวผู้ที่อายุเลย 60 ปีจะแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ฟังดูน่าตกใจอย่างเช่น การลักเล็กขโมยน้อย เพื่อที่จะได้โดนจับเข้าคุก ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาจะได้รับอาหารครบสามมมื้อ การรักษาพยาบาล คล้าย ๆ กับเป็นการถูกรางวัล!

    นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ “ความเหงา”

    ความเหงาเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้สูงอายุอาจหันไปก่ออาชญากรรม บางคนก็ไม่มีครอบครัวจากสาเหตุของการเสียชีวิตของคู่สมรสหรือไม่ได้แต่งงาน พวกเขาพยายามรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ความอ้างว้างทำให้สิ้นคิดและกระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คาดไม่ถึงเหล่านี้ได้

    ชีวิตในเรือนจำ

    เรือนจำในประเทศญี่ปุ่นกำลังมีจำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ชีวิตในคุกนั้นไม่ได้สนุกสนาน เพราะนักโทษต้องทำกิจกรรมบางอย่างและผู้สูงอายุเองก็ไม่ได้มีอิสระทำทุกอย่างได้อย่างใจ นอกจากนี้เรือนจำยังมีกฎที่เข้มงวดมากที่อาจเพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยว แต่สิ่งที่จะทำให้คลายเหงาได้ก็คือ การที่ได้คุยกับผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ในบางช่วงเวลาโดยใช้เสียงเบา ๆ

    อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้สูงอายุแล้วข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย เพราะอย่างน้อยก็มีอาหารและได้รับการดูแลสุขภาพแบบครบถ้วน

    เมื่อพวกเขาเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับรู้สึกว่าที่นี่คือ ชีวิตในแบบเดียวที่พวกเขาจะมีได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับไปอยู่ข้างนอกแบบเดิม และภายในกำแพงคอนกรีตนี้แหละ คือ บ้านใหม่ของพวกเขา

    อนาคตที่ถูกกัดกิน

    การตระหนักถึงความเจ็บปวดใจที่ผู้สูงอายุรวมถึงผู้ยากไร้กำลังเผชิญอยู่และทำให้ต้องก่ออาชญากรรมเพื่อแค่ให้มีเตียงนอนที่อบอุ่นและอาหารเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งภายในปี 2026 คาดว่า 40% ของประชากรญี่ปุ่นจะประกอบไปด้วยผู้สูงอายุที่อาจกลายเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบันสำหรับสถาบันต่าง ๆ และกลุ่มคนวัยทำงาน

    อัตราการฆ่าตัวตายที่น่าตกใจในหมู่ผู้รับบำนาญเหล่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้เกษียณอายุ หลายคนมีความฝันหรือความคิดเกี่ยวกับชีวิตหลังเกษียณอยู่ แต่ในความเป็นจริงสิ่งต่าง ๆ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด อย่างเช่น ความฝันที่จะเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งผู้สูงอายุอาจไม่สามารถเดินทางได้มากเท่าที่พวกเขาปรารถนาเนื่องจากอายุที่มาก ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้แผนต่าง ๆ ต้องหยุดลง และยังต้องคอยบริหารจัดงานเงินในบัญชีออมทรัพย์และบำนาญที่ได้รับในแต่ละเดือน การเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเครียด ความยากลำบากในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลให้มีการฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมากดังที่เราเห็นในปัจจุบัน

    บทสรุป

    แนวโน้มล่าสุดของจำนวนผู้สูงอายุในการขโมยของตามร้านค้าเป็นสิ่งที่น่าจับตามองเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ ประเทศญี่ปุ่นกำลังลงทุนในโครงการและสถาบันต่าง ๆ เพื่อบรรเทาปัญหาของประเทศที่เกี่ยวข้องกับประชากรสูงอายุ อย่างไรก็ตามเราก็ต้องคอยดูผลของการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคตที่หวังว่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น