จริงหรือไม่! ทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่นั่งข้างชาวต่างชาติ?

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • ชาวต่างชาติหลายคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเคยเจอประสบการณ์อาจเคบประสบกับเหตุการณ์เหล่านี้? ในช่วงเวลา 8 โมงเช้าที่คุณกำลังเดินทางไปทำงานโดยรถไฟสาย Tozai Line ซึ่งหนาแน่นไปด้วยผู้คน และยืนชิดกันมาก บางคราวรู้สึกเหมือนเราถูกติดด้วยกาวกับใครสักคน ก็เหมือนดั่งยุงที่ไม่สามารถหาพื้นที่ที่จะบินได้ แต่บางครั้งคุณอาจโชคดี เมื่อมีผู้โดยสาร 2 คนลุกขึ้นยืนจากที่นั่งเพื่อลงจากรถไฟพร้อมกัน แต่แล้วที่นั่งข้าง ๆ กลับไม่มีใครนั่งและเลือกที่จะยืนเว้นโดยเว้นว่างไว้แบบนั้น ทั้งที่ในชั่วโมงเร่งด่วนที่รถไฟหนาแน่นไปด้วยผู้คนแบบนี้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น

    ทั้งนี้ความรู้สึกต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นส่วนบุคคล เหมือนที่ชาวต่างชาติเองก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับสิ่งนี้แล้วหลังจากที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมานานหลายปีแล้วก็ตาม

    การถกเถียงไม่รู้จบ

    “ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงไม่นั่งข้างฉัน??? แม้ว่าจะไม่มีที่นั่งอื่นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนอย่างนี้” คำถามนี้เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งในบทสนทนาระหว่างชาวต่างชาติ การถกเถียงกันว่าการกระทำเช่นนั้นถือเป็นการเหยียดเชื้อชาติหรือไม่ หรือว่าผู้พูดนั้นได้สร้างเรื่องให้มันใหญ่กว่าความเป็นจริง

    สำหรับคนส่วนใหญ่ที่พบเจอสิ่งนี้ทุกวัน ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงโรคหวาดกลัวชาวต่างชาติของประเทศที่ประชากรมีความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ เพื่อนของผู้เขียนหลายคนที่หน้าตาดูออกชัดเจนว่าเป็นชาวต่างชาติต่างก็บ่นเรื่องนี้กัน และท่ามกลางความไม่พอใจต่าง ๆ พวกเขาระบุว่าไม่มีใครนั่งถัดจากพวกเขาเลย สิ่งนี้เองที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นคนนอกอยู่เสมอ ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นมานานเท่าไหร่ และสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ดีมากแค่ไหนก็ตาม

    สำหรับบางคนคำถามทั้งหมดนั้นอาจดูไร้สาระ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบกับเรื่องแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงที่มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ว่ามาจากไหน ก็สามารถมองหาเลือกตำแหน่งที่นั่งและคนนั่งข้าง ๆ ได้ มันสามารถแก้เผ็ดกลับได้ โดยถ้าไม่มีคนมานั่งข้างฉัน ฉันก็จะแสดงกลับให้เห็นว่าฉันก็ไม่ต้องการที่จะนั่งถัดจากพวกเขาเช่นกัน ท้ายที่สุดมีแนวโน้มที่จะกระทำทั้ง 2 แบบ

    การเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจ

    การเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจ (Microaggressions) เป็นการกระทำและการใช้คำพูดที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเหมือนถูกโจมตี หรือการดูถูก เนื่องจากเชื้อชาติ เพศ ศาสนา ฯลฯ แม้ว่าการกระทำนั้นไม่ได้ทำโดยเจตนา แต่แน่นอนว่าถือเป็นสิ่งที่ซับซ้อน เนื่องจากขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของตัวบุคคล ดังนั้น จึงมีการถกเถียงกันว่าบางทีคนที่คิดว่าตัวเองถูกกระทำอาจจะมีความอ่อนไหวมากเกินไปเอง หรือเป็นผู้ถูกกระทำจริง ๆ

    การเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจ เกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม และยังสามารถแพร่หลายทั้งในสถานที่ทำงานและโรงเรียนอีกด้วย

    ในประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในการกระทำที่คนส่วนใหญ่ไม่พอใจกันก็คือ เมื่อชาวญี่ปุ่นถามชาวต่างชาติว่า “ใช้ตะเกียบเป็นมั้ย?” ฉันรู้สึกว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยจนทำลายสถิติเลยทีเดียว แต่การตอบสนองต่อคำถามนั้นจะแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล บางคนก็มองว่ามันก็แค่คำถามทั่วไป แค่ตอบไปว่า “ใช้เป็น” หรือ “ใช้ไม่เป็น” แต่สำหรับบางคนอาจจะมองว่าคำถามนี้เป็นการเหยียดเชื้อชาติก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นการสร้างกำแพงกั้นระหว่าง “ชาวต่างชาติ” และ “ชาวญี่ปุ่น” มาโดยตลอด

    ในทำนองเดียวกัน คนที่รู้สึกแย่เวลาไม่มีใครนั่งถัดจากพวกเขา จะเห็นว่ามองว่านี่คือ การโดนเหยียดแบบไม่ได้ตั้งใจ การกระทำที่ไม่ชัดเจนดูเป็นนัย และการทำอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่สิ่งนี้จะมีผลกระทบระยะยาวต่อไป

    ในหัวข้อนี้ เราสรุปได้ 2 ข้อ คือ เป็นการกระทำของผู้ที่เป็นโรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ หรือ คนต่างชาติที่คิดมากเกินความเป็นจริง จากสิ่งนี้ จะพบว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของคนจะกลายเป็นการเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจได้ง่าย แล้วเราจะแยกแยะได้อย่างไร? ขอบอกตามตรงว่าเราไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากบทความนี้ เมื่อถามถึงเรื่องนี้ ชาวญี่ปุ่นบางคนสามารถโต้แย้ง และหาข้อแก้ตัวสำหรับพฤติกรรมนี้ แน่นอนว่าการแสดงออกดังกล่าวสามารถสนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่า ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการเหยียดเชื้อชาติของผู้คน อย่างไรก็ตามมีอีกสิ่งหนึ่งที่บางคนอาจนึกไม่ถึง คือ Homophily หรือความคล้ายคลึงกัน

    ความคล้ายคลึงกัน

    ความคล้ายคลึงกัน หรือ homophily คืออะไร?

    ความคล้ายคลึงกัน (Homophily) หมายถึง บุคคลจะมีแนวโน้มในการคบหาสมาคมกับบุคคลที่มีความเหมือนคล้ายกับตัวเอง ความคล้ายคลึงกันสามารถสังเกตได้ในหลายด้านของสังคม เพราะคนจะชอบอยู่กับคนที่มีอุดมการณ์ ศาสนา เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ และสถานะทางสังคมคล้ายกับตัวเอง ดังคำกล่าวที่ว่า คนแบบเดียวกันมักจะดึงดูดกันและกัน

    ความคล้ายคลึงกันนั้นได้มีการสังเกตเป็นเวลาหลายทศวรรษ และมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับสิ่งนี้

    เป็นเรื่องง่ายที่จะมีการเหมารวมกันว่าประเทศที่ประชากรมีความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างประเทศญี่ปุ่น จะมีการแสดงออกที่คล้ายๆ กันในหลายๆ สถานการณ์ และการไม่นั่งข้างชาวต่างชาติก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น เพราะในท้ายที่สุด คนเราก็มักจะเลือกนั่งข้างคนที่มีลักษณะคล้ายตนเอง อย่างไรก็ตามผู้ที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย มีโอกาสน้อยที่จะประพฤติตนในลักษณะเช่นนี้ มันไม่ยุติธรรมที่เราจะถือเอาความคล้ายคลึงกันแบบนี้ไปใช้กับเรื่องเชื้อชาติ เนื่องจากมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันมากที่เป็นเรื่องบอบบางซึ่งสามารถกระทบกับความรู้สึกได้ง่าย

    บทสรุป

    นี่อาจเป็นเรื่องยุ่งยากที่นำไปสู่บทสนทนาที่มีความเห็นแตกต่างมากมายโดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ในขณะที่บางคนอาจจะคิดง่าย ๆ ว่า เมื่อชาวญี่ปุ่นไม่นั่งถัดจากชาวต่างชาติ พวกเขาอาจเป็นโรคหวาดกลัวชาวต่างชาติโดยผ่านทางการเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจ และบางคนอาจจะเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ร้ายแรงใด ๆ และไม่มีความหมายที่ซ่อนเร้นใด ๆ หรือ อาจจะไม่ได้มีอะไรเลย พวกเขาแค่ไม่ได้อยากจะนั่งและอาจจะใกล้ถึงสถานีที่ต้องการจะลงแล้วเลยเลือกที่จะยืนแทน