รู้จักกับ “ภาษีบ้านเกิด (Furusato Nozei)” ระบบช่วยพัฒนาบ้านเกิดในประเทศญี่ปุ่น

  • การทำงาน
  • ชีวิตและการทำงาน
  • สำหรับผู้ที่มีรายได้คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจ่ายภาษีได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญสำหรับชีวิตทำงานเลยทีเดียว ในประเทศญี่ปุ่นมีภาษีที่ผู้มีรายได้ต้องรับผิดชอบอยู่หลายประเภทและหนึ่งในรูปแบบที่น่าสนใจอย่าง “ระบบภาษีแบบสมัครใจ หรือที่เรียกว่า ภาษีบ้านเกิด Furusato Nouzei (ふるさと納税)” ที่เรียกร้องให้ผู้คนจ่ายภาษีด้วยความสมัครใจและก็มีคนจำนวนมากที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวเรื่องราวของภาษีอีกแบบหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นกัน!

    ภาษีบ้านเกิด หรือ Furusato Nouzei (ふるさと納税)

    “ภาษีบ้านเกิด (Furusato Nouzei/ ふるさと納税)” ซึ่งหมายถึง การจ่ายภาษีให้กับบ้านเกิด เป็นระบบภาษีแบบสมัครใจในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มต้นในปี 2008 ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลท้องถิ่น ส่วนใหญ่ผู้เสียภาษีจะเลือกบ้านเกิดของตนเพื่อรับเงิน โดยไม่มีการกำหนดว่าจะต้องเป็นของเมืองใดหรือเขตใด และผู้จ่ายภาษีสามารถเลือกผู้รับได้ตามที่ต้องการ ในทางกลับกันผู้เสียภาษีจะได้รับสิ่งตอบแทน เช่น จะได้รับส่วนลดภาษีและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นที่ส่งโดยรัฐบาลท้องถิ่นที่ได้รับเงินภาษีบ้านเกิด

    Furusato Nouzei เป็นวิธีที่ผู้คนจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยดูแลบ้านเกิดของตัวเอง แม้ว่าพวกเขาจะย้ายไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ต่างเมืองแล้วก็ตาม ชาวญี่ปุ่นหลายคนเกิดและเติบโตในเขตชานเมืองหรือในต่างจังหวัด และได้รับบริการด้านการศึกษาและการแพทย์จากรัฐบาลท้องถิ่นที่ตัวเองอาศัยอยู่ แต่เมื่อพวกเขาย้ายออกจากบ้านเกิดไปยังเมืองใหญ่เพื่อการศึกษาและการทำงาน ภาษีากรายได้ของพวกเขาจะต้องถูกจ่ายไปยังรัฐบาลในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ในปัจจุบันแทนที่จะกลับไปยังเมืองบ้านเกิด เมื่อรวมกับจำนวนประชากรที่ลดลงในเขตชานเมือง ทำให้เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในการพัฒนา ภาษีนี้จึงมีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาและช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินระหว่างตัวเมืองและชนบท ด้วยระบบภาษี Furusato Nouzei ทำให้ผู้จ่ายภาษีสามารถเลือกได้ว่าต้องการจ่ายเงินเท่าไรไปยังหน่วยงานใด ด้วยเงินภาษีจากระบบนี้ทำให้พื้นที่ตามชานเมืองและชนบทสามารถได้รับการสนับสนุนทางการเงินและการพัฒนาที่จำเป็นด้วยความช่วยเหลือจากผู้ที่เกิดและเติบโตมาจากที่นั่น

    แม้ว่าจะใช้คำว่า “nouzei (納税)” ที่แปลว่า ภาษี แต่วิธีการก็คล้ายกับเป็นการบริจาคเงิน โดยสามารถระบุในภาษีเงินได้ประจำปีในส่วนของการขอคืนภาษี ซึ่งส่วนหนึ่งของจำนวนเงินจากภาษีบ้านเกิดจะถูกชดเชยกับรายได้และภาษีท้องถิ่น โดยอนุญาตให้หักยอดภาษีขั้นต่ำ 2,000 เยน เพื่อชดเชยกับภาษีที่คุณต้องจ่าย แต่สิ่งนี้ยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่กำหนดโดยระดับรายได้และโครงสร้างครอบครัว

    รัฐบาลญี่ปุ่นได้แนะนำมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านระบบนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2015 จำนวนการคืนภาษีที่พวกเขาจะได้รับคือสองเท่าจาก 10 เปอร์เซ็นต์เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ หากคุณมอบให้รัฐบาลท้องถิ่นน้อยกว่า 5 แห่งในปีเดียว คุณไม่จำเป็นต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้สำหรับแต่ละครั้งที่มีการบริจาค

    แม้ว่าระบบภาษีบ้านเกิดนี้จะเน้นไปที่ตัวบุคคล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หน่วยงานที่ได้รับบริจาคเงินภาษีจะไม่ต้องทำอะไรเป็นการตอบแทน โดยหน่วยงานท้องถิ่นที่ได้รับเงินภาษีบ้านเกิดจะต้องมอบสิ่งตอบแทนไปยังผู้จ่ายภาษีที่จะแตกต่างกันไปตามจำนวนเงินที่จ่าย

    สิ่งตอบแทนผู้จ่ายภาษีคืออะไร?

    ในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่บริจาค สิ่งตอบแทนที่ผู้เสียภาษีได้รับแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น เมืองยามานาชิในจังหวัดยามานาชิ ถ้าจ่ายภาษีมากกว่า 10,000 เยน คุณจะได้รับกล่องลูกพีช 6 ถึง 8 กล่องจากหน่วยงานของจังหวัด ซึ่งจังหวัดยามานาชิเป็นผู้ผลิตลูกพีชอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้จะมีผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไป เช่น เนื้อ ผัก อาหารทะเล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บะหมี่ ขนม และเครื่องปรุงอาหาร รวมถึงยังมีใบประกาศเกียรติคุณ คูปองส่วนลดสำหรับใช้ในโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น สินค้าความงาม สินค้าต่าง ๆ เสื้อผ้า หรืองานฝีมือแบบดั้งเดิม

    จะเห็นได้ว่าสิ่งของตอบแทนนั้นมีมากมายเพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้จ่ายภาษีเป็นการแลกเปลี่ยนสำหรับภาษีที่ได้รับ แต่ในกรณีของเมืองเล็ก ๆ และหมู่บ้านเล็ก ๆ อาจจะไม่ได้ให้ของขวัญล้ำค่าหรือมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่

    อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจของระบบภาษีบ้านเกิดก็คือ การส่งของที่เป็นผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นนี้ไปยังผู้บริจาค ถือเป็นการช่วยผู้ผลิตและธุรกิจของท้องถิ่นในการโปรโมทสินค้าไปในตัวโดยเฉพาะสินค้าที่บางคนอาจจะไม่รู้ว่ามีอยู่และไม่เคยได้ลองใช้ ซึ่งมีผู้เสียภาษีหลายคนที่ได้กลายเป็นลูกค้าประจำที่ซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเหล่านี้ ดังนั้นจึงถือเป็นการช่วยให้ท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากระบบภาษี Furusato Nouzei ในทางอ้อม

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่น่ากังวลที่ว่า บางคนที่ได้รับของขวัญภายใต้ระบบภาษี Furusato Nouzei เอาของที่ได้ไปขายประมูลออนไลน์ แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายที่บอกว่าพวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แต่เจ้าหน้าที่กำลังเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำสิ่งนี้ เนื่องจากของขวัญเหล่านี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แห่งการขอบคุณจากรัฐบาลท้องถิ่นและไม่ควรกลายเป็นสิ่งของสำหรับนำไปขายต่อ

    วิธีการเลือกหน่วยงานที่จะจ่ายภาษีบ้านเกิดให้


    นอกจากการเลือกหน่วยงานที่ต้องการจ่ายเงินภาษีไปให้แล้ว ยังสามารถเลือกจ่ายเงินสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ได้บริหารโดยหน่วยงานของบ้านเกิดโดยตรงได้เช่นกัน ที่ เว็บไซต์ภาษีบ้านเกิด (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) มีรายชื่อโครงการต่าง ๆ ซึ่งกำลังระดมทุนผ่านระบบภาษีบ้านเกิด Furusato Nouzei เพื่อให้ผู้บริจาคสามารถเลือกโครงการที่ต้องการช่วยเหลือ

    ซึ่งนี่คือ ตัวอย่างของรายชื่อโครงการที่เป็นทางเลือกในการจ่ายภาษีบ้านเกิด:

    1. เมืองอิซุมิซาโนะ จังหวัดโอซาก้า ต้องการสร้าง ลานไอซ์สเกต (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) ใกล้กับสนามบินนานาชาติคันไซ เพื่อให้นักเล่นไอซ์สเกตและนักเล่นไอซ์ฮอกกี้มีสถานที่สำหรับฝึกซ้อมมากขึ้นในภูมิภาคคันไซ เพราะในปัจจุบันจำนวนผู้เล่นไอซ์สเกตในพื้นที่นั้นลดลงและมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถผ่านไปถึงมาตรฐานการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งการพัฒนาลานเล่นไอซ์สเกตนี้ยังเป็นการส่งเสริมการกีฬาในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย เพราะทางเมืองต้องการจะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานแข่งขันระดับประเทศอย่าง NHK Trophy การระดมทุนดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้น จึงบรรลุเป้าหมายเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่ต้องการ ในสิ้นเดือนสิงหาคม 2016 ทางเมืองยังได้ว่าจ้างนักเล่นสเก็ตน้ำแข็งมืออาชีพอย่าง ทากาฮาชิ ไดสุเกะ (Takahashi Daisuke) มาเป็นที่ปรึกษาโครงการนี้

    2. คิบิโจ จังหวัดโอคายามะ ต้องการระดมทุนสร้าง บ้านพักหลังเกษียณของม้าแข่ง (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) โดยทั่วไปแล้ว ม้าตัวหนึ่งจะมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 ปี แต่ม้าจะมีอายุที่สามารถลงแข่งขันในสนามจำกัดอยู่ที่ประมาณ 4-8 ปี ดังนั้น ทางเมืองจึงต้องการสร้างสถานที่สำหรับให้ม้าเหล่านี้ได้พักอาศัย นอกจากนี้ยังมีแผนในการสร้างรีสอร์ทสำหรับอาชาบำบัดแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นสถานที่ให้ม้าที่เกษียณอายุจากการแข่งขันได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการขี่เล่น, อาชาบำบัด และเข้าร่วมทีมฝึกอบรมสำหรับทีมขี่ม้าของญี่ปุ่น

    3. จินเซคิโคเก็น (Jinsekikogen) ในจังหวัดฮิโรชิม่า ได้มีโครงการระดมทุน เพื่อช่วยเหลือสุนัขที่ต้องถูกวางยาให้ตาย (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) และเพื่อจะให้วัตถุประสงค์ลุล่วง จึงต้องมีการสร้างที่อยู่ใหม่ และเปิดศูนย์รับเลี้ยงสุนัขเพื่อหาเจ้าของใหม่ไปรับอุปการะ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและจ้างพนักงานเพื่อดูแลสุนัขเหล่านี้ การตอบสนองต่อโครงการนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างดี เนื่องจากได้บรรลุเป้าหมายมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์

    การบริจาค vs. ภาษีบ้านเกิด

    ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เราจะพบเจอกับการรับบริจาคให้กับรัฐบาลของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อการฟื้นฟูและบรรเทาต่าง ๆ อย่างไรก็ตามจะไม่มีการระบุว่าจำนวนเงินที่ได้รับจะนำไปใช้งานอย่างไรและตัวผู้บริจาคเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ สำหรับระบบภาษีบ้านเกิด ผู้จ่ายภาษีสามารถเลือกพื้นที่ที่ต้องการจ่ายเงินและช่วงเวลา รวมถึงวิธีการที่จะนำเงินไปใช้และประเภทของโครงการที่ต้องการช่วยเหลือ ในกรณีตัวอย่างคือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะได้มี รายชื่อรัฐบาลท้องถิ่นที่รับเงินภาษีบ้านเกิด (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) ในนามของจังหวัดคุมาโมโตะทั้งหมดหรือบางส่วนของจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เงินจะถูกส่งต่อไปยังผู้รับโดยรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งรับภาระในการออกใบเสร็จรับเงินภาษีให้กับผู้เสียภาษีแทนที่จะปล่อยให้ผู้รับในคุมาโมโตะจัดการเอกสารเอง

    แต่ถึงอย่างนั้น วิธีการบริจาคเงินภายใต้ระบบภาษีบ้านเกิด (Furusato Nouzei) ก็ทำให้เกิดปัญหาแบบที่คาดไม่ถึง สำหรับจำนวนคนที่จ่ายภาษีบ้านเกิดระหว่างปี 2008 ถึง 2010 ค่อนข้างคงที่ประมาณ 33,000 คน แต่หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคมในปี 2011 ทำให้จำนวนผู้เสียภาษีเพิ่มขึ้นสูงถึง 741,667 คน ในขณะที่จำนวนที่จ่ายคือ 64.91 พันล้านเยนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าจากปีที่แล้ว โดยใช้ระบบภาษีบ้านเกิดนี้บริจาคเงินให้แก่ สามจังหวัด คือ อิวาเตะ, มิยางิ และฟุคุชิมะที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้การคืนเงินภาษีจำนวนมากถึง 21.01 พันล้านเยนจะต้องเป็นภาระของรัฐบาลท้องถิ่นที่ผู้เสียภาษีอาศัยอยู่

    สิ่งที่เกิดขึ้นจากระบบภาษีบ้านเกิด

    นับตั้งแต่ก่อตั้งระบบภาษีบ้านเกิด ได้มีการพูดถึงการแบ่งสัดส่วนและประเด็นที่ถกเถียงกัน ดังตัวอย่างด้านล่าง:

    • เมืองฮิราโดะ ในจังหวัดนางาซากิ เป็นรัฐบาลท้องถิ่นแห่งแรกที่ได้รับเงิน 1 พันล้านเยนภายใต้ระบบภาษีนี้ในปีงบประมาณ 2014
    • เมืองโทจิงิ จังหวัดโทจิงิ มีการจ่ายภาษีบ้านเกิดเพิ่มขึ้น 7 เท่าตัวในปี 2014 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากผลไม้ท่องถิ่นอย่างสตรอว์เบอร์รี่ Tochiotome ที่มอบให้กับผู้จ่ายภาษีเป็นการตอบแทน
    • DMM.com ได้จัดตั้งแคมเปญในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2015 ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเมืองคากะ ในจังหวัดอิชิกาวะ โดยเสนอเงิน DMM ให้ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ชำระ ซึ่งสามารถใช้ในระบบออนไลน์ได้ และเนื่องจากการตอบสนองอย่างท่วมท้นของผู้เสียภาษีถึง 1,700 คนเป็นจำนวนเงินมากกว่า 53 ล้านเยนภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ของปีนั้น ทำให้แคมเปญต้องถูกยกเลิกก่อนกำหนด (4 มีนาคม) แม้ว่าวันที่สิ้นสุดแคมเปญจะเป็น 31 มีนาคม
    • จังหวัดกุมมะ ได้เกิดปัญหาที่ผู้เสียภาษีนำคูปองที่ได้รับเป็นของตอบแทนไปประมูลต่อบนอินเทอร์เน็ตมากมายจนกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารขอร้องให้ทางรัฐบาลจังหวัดออกมาตรการเพื่อหยุดยั้งและป้องกันการขายนำของขวัญไปขายต่อ
    • เมืองนาบาริ จังหวัดมิเอะ ของขวัญอย่างด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสที่อาจจะถูกมองว่าเป็นการตอบแทนที่น้อยเกินไปสำหรับผู้จ่ายภาษีบ้านเกิดเมื่อเดือนเมษายน 2016 และภายใน 6 วัน ด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสได้ขาดตลาด เนื่องจากมีคนรักแมลงจ่ายภาษีช่วยเหลือน้ำท่วมกันอย่างมากมายเพื่อจะได้รับของขวัญเป็นด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส
    ข้อดีข้อเสียของระบบ

    แม้จุดประสงค์เริ่มต้นของภาษีนี้จะเป็นการช่วยฟื้นฟูพื้นที่ตามชานเมืองและชนบท โดยให้คนที่เติบโตมาจากพื้นที่เหล่านั้นได้มีส่วนร่วมในการดูแลบ้านเกิดของพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ไม่ค่อยเห็นด้วย ผู้ที่ชื่นชอบระบบนี้รู้สึกว่ารัฐบาลท้องถิ่นสามารถ “ได้รับเงินคืนบางส่วนจากการลงทุน” สำหรับคนที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นตั้งแต่เกิดและย้ายไปอยู่เมืองใหญ่เพื่อทำงาน ด้วยระบบภาษี Furusato Nouzei รัฐบาลท้องถิ่นสามารถใช้เงินที่จำเป็นในการดูแลผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันและอนาคตต่อไป นอกจากนี้ผู้เสียภาษียังมั่นใจได้ว่าเงินของพวกเขาจะถูกนำไปใช้อย่างไรและได้รับผลผลิตในท้องถิ่นจากบ้านเกิดของพวกเขาเป็นการตอบแทน

    ในอีกด้านหนึ่งก็มีความกังวลเกี่ยวกับระบบนี้ เช่น การทำงานเอกสารที่เพิ่มขึ้นสำหรับการชำระเงินและเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนในระดับเดียวกับเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า นอกจากนี้ตัวของขวัญที่มีราคาแพงและมีมูลค่าสูงขึ้นก็ดูเหมือนจะผิดเพี้ยนไปจากจุดประสงค์ในการมอบของขวัญเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความทราบซึ้งและช่วยโปรโมทผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งทำให้หลายคนจ่ายภาษีเพราะแค่ต้องการของตอบแทน แต่ไม่ได้มาจากความรู้สึกสำนึกรักในบ้านเกิดตัวเอง จะเห็นได้จากข้อมูล 10 รัฐบาลท้องถิ่นที่ได้รับเงินบริจาคมากที่สุดในปี 2015 (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) ล้วนแต่เป็นเมืองที่ให้ของขวัญมูลค่าสูงเป็นการตอบแทน เช่น โชจู, ผลไม้, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อาหารทะเล และ iPad (ซึ่ง iPad ไม่เข้าพวกแบบสุด ๆ เพราะไม่ใช่ของจากท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นแน่นอน!)

    หลังจากได้อ่านแล้ว ทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับภาษีท้องถิ่น และคิดว่าน่าจะนำไปใช้ในประเทศของเรา เพื่อช่วยพัฒนาถิ่นทุรกันดารจากคนที่เติมโตมาในพื้นที่นั้น ๆ จะเป็นความคิดที่ดีรึเปล่า?

    เว็บไซต์ภาษีท้องถิ่น (Furusato Nouzei Website) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    *Featured Image: furusato-nouzei.com/