เคล็ดลับตะลุยญี่ปุ่นสำหรับมือใหม่!

  • ท่องเที่ยว
  • สำหรับคนที่ยังไม่เคยมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น การวางแผนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะต้องตัดสินใจว่าจะไปตอนไหนดี? สถานที่ไหนที่น่าสนใจ ที่พัก รวมถึงวิธีการไปเที่ยว ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้งที่อยู่รอบสถานที่เหล่านั้น ไม่ว่าจะงบเยอะหรืองบน้อย แต่การมาเที่ยวแต่ละครั้งก็มีเวลาเพียงแค่จำกัดเท่านั้น ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาช่วยมือใหม่จัดการกับปัญหาต่าง ๆ และสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพื่อการวางแผนการเดินทางที่ดีที่สุดในโตเกียว!

    1. ชมสวนดอกไม้หรือสวนสาธารณะ

    รู้หรือไม่ว่านักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น สามารถเดินได้มากกว่า 50 ไมล์หรือประมาณ 80 กิโลเมตร ใน 7 วัน? สิ่งนี้อาจทำให้คุณตกใจ แต่เมื่อมาถึงแล้วคุณจะเข้าใจเหตุผล เพราะการสำรวจตรอกซอกซอยและถนนที่คึกคักของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่สนุกสนานและไม่เคยทำให้เบื่อเลยจริง ๆ สำหรับการเยี่ยมชมสวนต่าง ๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการผ่อนคลายและพักผ่อนร่างกายในยามที่เมื่อยล้าจากการเดินไกล ๆ ในเมือง

    ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่ตั้งของสวนธรรมชาติและสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายพันแห่ง ไม่ว่าจะเป็นท่ามกลางเมืองอันวุ่นวายอย่างโตเกียว หรือแม้แต่เขตชานเมืองและย่านที่อยู่อาศัย สวนหลายแห่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยในอดีตของซามูไร ทำให้มีการจัดแต่งภูมิทัศน์ที่ดูสง่างาม สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน บางแห่งมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและบางแห่งก็เปิดให้เข้าชมฟรี ภายในมีม้านั่งมากมายสำหรับการผ่อนคลายเท้าของคุณเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงหรือจะนั่งยาว ๆ เพลินและถ่ายรูปไปด้วยก็ได้

    2. เยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ระหว่างเดินทาง

    มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากมายที่จะทำในญี่ปุ่น แต่บางสถานที่อาจใช้เวลาในการเดินทางยาวนานกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง! ซึ่งการที่จะทำให้การเดินทางที่ยาวนานนี้ไม่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ (ในเคสที่ไม่ได้รีบ) วิธี่ง่าย ๆ คือ การเยี่ยมชมที่เที่ยวที่ไกลที่พักที่สุดก่อนและค่อย ๆ เก็บที่เที่ยวในระหว่างทางกลับไป

    ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ Edo-Tokyo เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม หลายคนอาจจะข้าามไปเพราะต้องใช้เวลานั่งรถไฟไปหนึ่งชั่วโมงจากใจกลางเมือง แต่จริิง ๆ แล้วตลอดเส้นทางเราสามารถแวะชมพิพิธภัณฑ์ Ghibli และ Nakano Broadway ในระหว่างทางกลับได้ด้วย ซึ่งถือว่าคุ้มค่าในการเก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้คุ้มในครั้งเดียว

    เว็บไซต์ Edo-Tokyo Open Air Museum *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    3. บริหารการเดินทาง

    การนั่งรถไฟที่แสนซับซ้อนนั้น อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าได้ ลองมองหาจุดหมายปลายทางอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ โดยการเยี่ยมชมสถานที่ที่น่าสนใจในพื้นที่เดียวกันกับที่คุณพัก เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและเพิ่มความสนุกมากขึ้นในการเดินทาง ศูนย์กลางของโตเกียวแต่ละแห่งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เราอาจจะลืมไป อย่างเช่นเฉพาะในอุเอโนะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่สามารถเดินไปได้หรือแค่นั่งรถไฟไปสถานีเดียว เช่น พระราชวังอิมพีเรียล, สวนสัตว์อุเอโนะ, สวนอุเอโนะ, พิพิธภัณฑ์, สถานีโตเกียว (ที่อยู่ถัดไปป้ายเดียวเท่านั้น)

    4. เปลี่ยนโรงแรมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในการแวะแต่ละเมือง

    ตามเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศญี่ปุ่นจะถูกแบ่งออกเป็นเมืองต่าง ๆ อยู่ภายใน (เช่น จังหวัดคานากาว่ามี เมืองคาวาซากิ, โยโกฮาม่า, คามาคุระ หรือจังหวัดฮอกไกโดแบ่งเป็นเมืองซัปโปโร, ฮาโกดาเตะ) ซึ่งแม้จะอยู่จังหวัดเดียวกัน แต่ระยะทางในการเดินทางไปแต่ละเมืองอาจต้องใช้เวลานาน ดังนั้น การเปลี่ยนโรงแรมเวลาแวะไปเมืองต่าง ๆ จะช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ใส่ของมากมาย หรือหากคุณเดินทางคนเดียวหรือเป็นเป็นกลุ่มเล็กก็สามารถนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ในการเดินทางเพื่อแวะในแต่ละเมือง!

    5. แพลนเวลาว่างเมื่อใกล้จบทริป

    หมดเวลาสนุกแล้วสิ! แน่นอนว่าไม่มีอะไรจะเลวร้ายยิ่งไปกว่าการสิ้นสุดการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น และไม่มีเวลาเพียงพอที่จะกลับไปเยี่ยมชมสถานที่น่าสนใจ ดังนั้น ลองวางแผนเวลาว่างสำหรัยช่วงเวลาอิสระอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนกลับบ้าน คุณสามารถกลับไปที่สถานที่ท่องเที่ยวก่อนหน้านี้หรือแก้ไขสิ่งที่พลาดไปในทริปในวันที่ผ่านมาได้ เป็นการเก็บตกสถานที่หรือซื้อของ รวมถึงแวะไปกินร้านอร่อยอีกซักครั้ง!

    6. หาข้อมูลกิจกรรมที่ “ต้องจอง” หรือ “ไม่ต้องจองล่วงหน้า”

    สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น เช่น พิพิธภัณฑ์ Ghibli คอนเสิร์ต และร้านอาหารมิชลินระดับ 3 ดาวที่ต้องจองล่วงหน้า แต่รู้หรือไม่ว่า มีร้านอาหารระดับมิชลินราคาไม่แพงที่ไม่ต้องจองล่วงหน้า มีการแสดงดนตรีสดที่เราสามารถจ่ายเงินค่าเข้าได้เลยและร้าน Ghibli ที่มีของฝากที่สามารถซื้อได้ที่พิพิธภัณฑ์ Ghibli ถ้าเตรียมหาข้อมูลเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าจะทำให้วางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ร้านอาหารระดับมิชลินในโตเกียว *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    เคล็ดลับเพลิดเพลินไปกับโลกแฟนตาซีในพิพิธภัณฑ์ Ghibli

    7. ร้านปลอดภาษี Tax-free

    รู้หรือไม่ว่า สามารถหาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้าสุดเก๋ได้ในราคาที่ถูกกว่า เพราะการยกเว้น ภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ที่ร้านค้าใหญ่และท้องถิ่นหลายแห่ง ดังนั้น อย่าลืมพกหนังสือเดินทางติดไว้ตลอดเวลาเพื่อรับส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการ!

    8. จัดกระเป๋าให้เบาที่สุด (ขามา)

    การเผื่อที่ไว้ในกระเป๋าตั้งแต่แรกจะช่วยให้เราขนของกลับมาได้สบาย! แต่ยังช่วยให้การเดินทางเบาสบายมากขึ้นด้วยในการขึ้นลงรถฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเดินทางด้วยสาย Keisei Main Line ที่อาจจะใช้เวลานาน สำหรับทางเลือกอื่นในการเดินทางจากสนามบินนาริตะก็มี JR East Narita Express หรือ Keisei Skyliner

    นอกจากนี้ การแพ็คกระเป๋าน้อยชิ้นยังช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้ไปสร้างความรำคาญให้ผู้อื่นอีกด้วย บางครอบครัวที่มีกระเป๋าเดินทางหลายใบอาจไปกีดขวางผู้โดยสารคนอื่น ๆ บนรถไฟได้

    หากต้องการหาที่พักในโตเกียว สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!

    *Featured Image: PhotoAC