จริงหรือ?? ประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นอาจหายไปในอนาคต

  • วัฒนธรรม
  • หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวทฤษฎีของมอลธัส (Malthus) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษที่ได้กล่าวไว้ว่า ประชากรโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มอย่างรวดเร็วกว่าปริมาณอาหารที่โลกจะผลิตได้! ทฤษฎีนี้เสนอถึงวิธีการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลระหว่างเพิ่มประชากรกับการเพิ่มการผลิตอาหาร คือ ปัจจัยทางธรรมชาติที่จะหยุดการเพิ่มของประชากร (Positive Checks or Natural Checks) และกลไกที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อควบคุมไม่ให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น (Preventative Checks) แต่สองศตวรรษต่อมาเรามีเหตุผลเพียงพอที่จะหักล้างทฤษฎีของมอลธัส เพราะปัญหาของโลกในปัจจุบันนี้ คือ ปัญหาการลดลงของประชากร! ซึ่งเป็นปัญหาที่น่าตกใจอย่างยิ่งสำหรับสังคมแบบยั่งยืน ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งยังคงต่อสู้กับปัญหาการเพิ่มขึ่นของประชากร แต่ในประเทศพัฒนาแล้วกลับเผชิญกับการลดลงของประชากรอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ “ประเทศญี่ปุ่น” นั่นเอง กราฟการเปลี่ยนผ่านทางประชากร (Demographic Transition Graph) ของดินแดนอาทิตย์อุทัยนี้ อยู่ในขั้นที่ 5 คือ ขั้นที่เริ่มมีการเปลี่ยนผ่านจากอัตราการเกิดและอัตราการตายต่ำ ไปสู่อัตราการเกิดต่ำกว่าอัตราการตาย ซึ่งสาเหตุนี้เองที่จะนำไปสู่การลดลงของจำนวนประชากรอย่างช้า ๆ

     

    View this post on Instagram

     

    A post shared by @chasing_sunsets__ on

    ความกังวลสำหรับการกำหนดนโยบาย

    ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นเลวร้ายขนาดไหน? นักวิจัยยืนยันว่าแม้ประเทศพัฒนาจะเผชิญกับการลดลงของจำนวนประชากร แต่เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนประชากรจะเกิดการฟื้นตัวและเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หนึ่งในข้อมูลที่นำมาสนับสนุนก็คือ รูปแบบการเปลี่ยนแปลงประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกาที่จำนวนประชากรได้มีการเพิ่มขึ้นหลังจากผ่านช่วงการลดลงของประชากร อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสถานการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของธนาคารโลกอัตราการเติบโตของประชากรญี่ปุ่นในปี 2017 อยู่ที่ -0.2% ในขณะที่อัตราการเกิดของประชากรในปี 2018 เท่ากับ 1.42 คนต่อผู้หญิง 1 คน อัตราการเติบโตลดลงเกินกว่าอัตราทดแทนที่ 2.1% ดังนั้น การฟื้นตัวแบบที่กล่าวในข้างต้นจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ ทำให้เกิดคำถามใหญ่ที่ว่า การลดลงของอัตราการเกิดของประชากรเป็นปัญหาสังคมในปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของประเทศจะยั่งยืนได้อย่างไร หากการเติบโตของประชากรไม่ยั่งยืน?

    *Featured Image: www.worldbank.org/

    เพราะประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนเป็นทั้ง ผู้ผลิต แรงงาน ผู้บริโภค และลูกค้า ประชากรในปัจจุบันก็เริ่มมีอายุมากขึ้นและน่าเสียดายที่ประชากรกลุ่มใหม่ซึ่งต้องมาทดแทนที่การสูญเสียแรงงานนั้นไม่เพียงพอ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาการลดลงของจำนวนประชากรอย่างรุนแรง คุณมาสึดะได้เขียนรายงานไว้ว่า เนื่องจากการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่น ส่งผลให้เทศบาลครึ่งหนึ่งในญี่ปุ่นมีความเสี่ยงที่จะหายไปภายในอีกสองทศวรรษ และ “สังคมผู้สูงอายุ” คือ ความกังวลหลักในสังคมญี่ปุ่นจากอัตราการเกิดของประชากรต่ำ ทำให้จำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวมีไม่เพียงพอที่จะถ่วงดุลเมื่อประชากรวัยทำงานเริ่มชราลง เมื่อไม่มีการแก้ไขปัญหานี้ ปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคมและความปลอดภัยของชาติก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

    ปัจจัยต่ออัตราการเกิดต่ำ

    มีหลายปัจจัยที่นำไปสู่อัตราการเกิดต่ำในประเทศญี่ปุ่น สาเหตุหลัก คือ การแต่งงานช้า การศึกษาแสดงให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นบางคนกำลังหลีกเลี่ยงการแต่งงาน ทำให้บุคคลที่มีสถานะโสดมีจำนวนสูงมากขึ้น การแต่งงานล่าช้ามีผลโดยตรงต่ออัตราการเกิดของประชากร เนื่องจากผู้หญิงอาจจะเลยช่วงอายุที่เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์หรือช่วงภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญพันธุ์ไป ซึ่งปัจจัยที่เป็นแรงกดดันทางสังคมนั้นได้กระทบต่อบทบาทของภรรยาและแม่ รายได้ที่หยุดนิ่งไม่เพิ่มขึ้นอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลต่อการตัดสินใจมีลูก เพราะการดูแลเด็กมีค่าใช้จ่ายสูง

     

    View this post on Instagram

     

    A post shared by VIAJEMOS A JAPÓN 🇯🇵 (@viajemos_a_japon) on

    เมื่อประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอาจเป็นเรื่องยากสำหรับครอบครัวที่จะดูแลเด็กและผู้สูงอายุไปพร้อม ๆ กัน การศึกษาล่าสุดโดย OECD แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายญี่ปุ่นทำงานหนักหลายชั่วโมงและไม่ช่วยงานบ้านสักเท่าไหร่ ดังนั้น ผู้หญิงจึงรู้สึกเหนื่อยและท้อเป็นอย่างมากที่จะต้องดูแลทั้งงานบ้าน ดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ และทำงานนอกบ้าน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่เป็นสาเหตุของอัตราการเกิดต่ำ

    นโยบายเพิ่มอัตราการเกิด

    นโยบายจำนวนมากที่ประเทศญี่ปุ่นได้กำหนดและดำเนินการเพื่อเพิ่มอัตราการเกิด โดยครอบครัวส่วนใหญ่ที่ทั้งพ่อและแม่ทำงานกันทั้งคู่นั้น พวกเขากังวลว่าจะไม่สามารถให้เวลากับลูกได้มากพอ รัฐบาลญี่ปุ่นได้กระตุ้นให้ประชากรวัยหนุ่มสาวแต่งงาน โดยให้ความมั่นคงในงาน เนื่องจากความไม่มั่นคงในการจ้างงานก็เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุที่ประชากรเกิดความลังเลในการแต่งงาน บทความใน Japan Times กล่าวว่า รัฐบาลกำลังขยายความพยายามในการจับคู่ผ่านทางเทศบาล เพื่อเผชิญหน้ากับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของคนโสด

     

    View this post on Instagram

     

    A post shared by BBC (@bbc) on

    “Ikumen” คือ “ikemen” คือ การรณรงค์ที่เริ่มโดยรัฐบาลเพื่อส่งเสริมให้คนญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบในบทบาทของการเป็นพ่อแม่ ให้เห็นว่าการเป็นพ่อแม่นี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เพื่อต้องการเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่ รัฐบาลกำลังดำเนินการลดชั่วโมงการทำงานสำหรับผู้ชาย เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เวลากับงานบ้านมากขึ้น ในความคิดของผู้เขียน รัฐบาลควรกำหนดนโยบายในการเพิ่มจำนวนทารกและสถานพยาบาลเด็ก ซึ่งสิ่งนี้ควรได้รับความช่วยเหลือด้านการเงิน และควรเข้าถึงประชากรทุกประเภทโดยไม่แยกกลุ่มรายได้ นโยบายเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี อย่างไรก็ตามมาดูว่าประเทศพัฒนาแล้วจะแก้ปัญหาอัตราการเกิดของประชากรต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด