สุดยอด 5 บริการในร้านสะดวกซื้อของประเทศญี่ปุ่น

  • SHOPPING
  • ทั่วประเทศ
  • ทุกคนที่เคยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและเคยเข้าร้านสะดวกซื้อหรือคอนบินิ คงพบว่านอกเหนือจากสินค้ามากมายที่มีให้เลือกซื้อแล้ว ยังมีบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอีกด้วย และนี่คือ 5 บริการที่ผู้เขียนประทับใจแบบสุด ๆ ในขณะอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

    1. เครื่องถ่ายเอกสาร

    บริการนี้ช่วยชีวิตผู้เขียนมาแล้วหลายครั้ง นั่นก็คือ เครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งมีอยู่ในร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง และสามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นการชั่วคราว การลงทุนซื้อพรินเตอร์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก แต่คุณสามารถใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสารได้ลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องมีคนคอยช่วยเหลือแต่อย่างใด ไม่ว่าจะพิมพ์เอกสารหรือรูปถ่าย ทำสำเนาเอกสารหรือแม้แต่ส่งแฟกซ์ ก็ทำได้อย่างง่ายดายเพียงเลือกคำสั่งพิมพ์หรือถ่ายสำเนาเท่านั้น ซึ่งสามารถสั่งพิมพ์ได้จากอุปกรณ์หลายชนิด ตั้งแต่ไดรฟ์ USB และ SD การ์ดไปจนถึงอุปกรณ์ไร้สาย หรือหากไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ก็สามารถสร้างบัญชีส่วนตัวได้บนเว็บไซต์ของทางร้าน (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) และเพียงแค่อัพโหลดเอกสารเข้าระบบเท่านั้น จากนั้นก็ไปที่ร้าน ล็อคอินเข้าบัญชีที่เครื่องถ่ายเอกสาร แล้วเอกสารที่อัพโหลดไว้ก็จะปรากฏอยู่บนนั้น หลังจากเลือกตัวเลือกต่าง ๆ ตามต้องการแล้ว เครื่องจะคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมา โดยคุณแค่หยอดเงินลงไปในช่องจ่ายเงินเท่านั้น และยังสามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์ใบเสร็จออกมาได้อีกด้วย

    2. ตู้เอทีเอ็ม

    เคยเจอปัญหาลืมกดเงินสดในวันหยุดสุดสัปดาห์และดันเป็นวันที่ธนาคารหรือไปรษณีย์ปิดทำการหรือไม่ โดยคุณไม่มีของกินเหลือในตู้เย็นและยังไม่มีเงินสดไปซื้อของอีกด้วย หมดกังวลเรื่องนี้ได้หากอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เพราะร้านสะดวกซื้อทุกแห่งมีตู้เอทีเอ็ม (เหมือนกับที่ประเทศไทย) และสามารถใช้บริการได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับผู้ที่มีบัญชีเงินฝากในประเทศญี่ปุ่นนั้น ปกติจะสามารถถอนเงินได้จากร้านสะดวกซื้อได้ทุกแห่ง แต่สำหรับผู้ที่มีเฉพาะบัญชีเงินฝากในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว อาจยากสักหน่อย เนื่องจากบางแห่งไม่รับบัตรเครดิตระหว่างประเทศ และโปรดทราบว่าปกติตู้เอทีเอ็มจะคิดค่าธรรมเนียมในการถอนเงินด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่ถอนเงินจากต่างธนาคาร ซึ่งค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จะแตกต่างกันไปตามประเภทบัญชีและช่วงเวลาที่ถอนเงิน (ปกติช่วงเช้าจะคิดค่าธรรมเนียมต่ำกว่าช่วงบ่าย) แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนจริง ๆ ตู้เอทีเอ็มนี้ก็สามารถช่วยชีวิตคุณได้ แม้จะต้องยอมเสียค่าธรรมเนียมสักสองสามร้อยเยนก็ตาม

    3. ระบบชำระเงินที่แคชเชียร์

    inside-convenience-store

    หนึ่งในบริการที่ผู้เขียนชอบมากที่สุด สังเกตว่าผู้เขียนไม่ได้ใช้คำว่า “ระบบชำระบิล (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการมือถือ)” เพราะไม่ได้มีแต่บิลเท่านั้นที่สามารถชำระได้ที่แคชเชียร์ของร้านสะดวกซื้อ แต่ที่ญี่ปุ่นเมื่อคุณซื้อของผ่านระบบออนไลน์ คุณสามารถเลือก “ชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ” โดยจะมีคำอธิบายขั้นตอนและวิธีการใช้งานมาให้ ซึ่งไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมแต่อย่างใด (ต่างกับกรณีที่เลือก “ชำระเป็นเงินสดเมื่อได้รับสินค้า”) โดยสามารถชำระได้ตั้งแต่ค่าช้อปปิ้งออนไลน์ไปจนถึงค่าตั๋วรถบัสหรือตั๋วเครื่องบิน หรือบริการอื่น ๆ เช่น โรงแรมและโปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถเติมเงินในบัตรหรือชำระบิลต่าง ๆ ได้อีกด้วย สะดวกดีใช่ไหมล่ะ?

    4. ตู้ Loppi

    A post shared by tkns (@raiseisyou) on

    นี่คือ บริการที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง เครื่องนี้เป็นตู้สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อตั๋วชมกีฬาหรือการแสดง ตั๋วเข้าสวนสนุกหรืออีเว้นท์ต่าง ๆ รวมถึงการเติมเงินโทรศัพท์ ยืนยันการช้อปปิ้งออนไลน์ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีหลักการทำงานดังนี้:

    ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หากคุณเลือก “ชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ” จะมีคำอธิบายขั้นตอนการชำระเงินขึ้นมาให้ ซึ่งแต่ละร้านจะมีวิธีการแตกต่างกันออกไป แต่หลัก ๆ ที่ต้องทำก็คือ ไปที่ตู้ Loppi เลือกวิธีชำระเงิน และกรอกรหัสประจำตัว (ตามที่ระบุไว้ในอีเมล์ยืนยันการช้อปปิ้งออนไลน์) พร้อมกรอกหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นจะปรากฏชื่อผู้ใช้ บริการที่ใช้ และจำนวนเงินที่ต้องชำระบนหน้าจอ หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าข้อมูลเหล่านี้ถูกต้อง เครื่องจะพิมพ์ใบเสร็จออกมา และขั้นตอนสุดท้ายเพียงแค่นำใบเสร็จนี้ไปชำระเงินที่แคชเชียร์ภายใน 30 นาทีหลังจากที่เครื่องพิมพ์ออกมา โดยหลังจากชำระเงินแล้วจะได้รับใบเสร็จอีกใบที่แคชเชียร์ ในกรณีที่คุณชำระเงินไม่ทันเวลาที่กำหนดก็ไม่ต้องกังวล เพราะคุณสามารถกลับไปทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำที่ตู้ Loppi ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้สำหรับร้านสะดวกซื้อบางแห่ง คุณสามารถใช้ QR code ที่ได้รับทางอีเมล์ โดยนำมือถือของคุณไปสแกนที่หน้าตู้ Loppi ระบบก็จะพิมพ์ใบเสร็จออกมาโดยอัตโนมัติ ง่ายสุด ๆ ไปเลยใช่ไหม!

    5. รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

    สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอพูดถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พบได้จากร้านสะดวกซื้อทุกแห่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้ชีวิตประจำวันที่นี่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในวันที่แสนเหน็ดเหนื่อยและยาวนาน ทั้งฝนตกและอากาศหนาว พอกลับไปถึงบ้านก็มีแต่ความว่างเปล่า แถมท้องก็หิว แต่ก็ยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาทำกับข้าว ถ้าเป็นแบบนี้ก็เพียงแค่ไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ตรงไปที่ชั้นวางของแล้วหยิบชาร้อนมาหนึ่งขวด เมื่อก้าวเข้ามาในร้านก็จะได้ยินคำทักทายจากพนักงานว่า “อิรัชชายมาเสะ (irasshaimase แปลว่า ยินดีต้อนรับ)!” หลังจากนั้นเมื่อหยิบอาหารปรุงสำเร็จอย่างลาซานญ่าหรือแฮมเบอร์เกอร์พร้อมแวะหยิบร่มก่อนตรงไปที่แคชเชียร์ พนักงานผู้แสนใจดีก็จะถามว่าต้องการอุ่นอาหารหรือไม่? หากตอบตกลง เขาก็จะนำอาหารไปอุ่นให้ในเตาไมโครเวฟหลังแคชเชียร์ และไม่ลืมที่จะใส่ช้อนส้อมหรือตะเกียบลงในถุงให้ด้วย (ขึ้นอยู่กับว่าซื้ออาหารชนิดใด) หรือถ้าหากซื้อนมกล่องก็จะได้รับหลอดดูดมาด้วย (แต่บางทีถ้าพนักงานเห็นว่าลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ก็อาจถามก่อนว่าจะรับส้อมหรือตะเกียบดี หรืออาจใส่ส้อมมาให้โดยไม่ถามเลยก็ได้) ทั้งนี้บริการอุ่นอาหารรวมถึงช้อนส้อมพลาสติกนั้น ไม่มีการคิดค่าบริการแต่อย่างใด หากฝนกำลังตก พนักงานร้านก็จะถามว่าต้องการใช้ร่มที่จะซื้อเลยหรือไม่ หากจะใช้เลยก็จะตัดป้ายราคาออกให้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้ทันที และเมื่อออกจากร้าน พนักงานก็จะกล่าวขอบคุณและทิ้งท้ายว่าโอกาสหน้าเชิญใหม่ (ซึ่งแม้ลูกค้าจะไม่ซื้ออะไรเลยก็จะพูดแบบนี้เช่นเดียวกัน) และในที่สุดคุณก็มีพร้อมทั้งร่ม อาหาร และชาร้อน เพื่อใช้ชีวิตของวันนี้ที่ดีกว่าเดิม!

    นี่คือบริการ 5 อย่างที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจที่สุดในร้านสะดวกซื้อ แต่สิ่งที่สะดวกที่สุด คือ การที่สามารถใช้บริการเหล่านี้ได้ตลอดเวลา เมื่อใดที่ต้องเจอวันหนัก ๆ หากลองแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น อาจจะพอสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าให้คุณได้บ้าง ดังนั้นหากมีโอกาสไปญี่ปุ่นก็อย่าลืมหาโอกาสสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง