“Fukushima 50” ครบ 9 ปี แผ่นดินไหวสึนามิโทโฮคุกับเรื่องราวของฮีโร่ที่ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์

  • วัฒนธรรม
  • “Fukushima 50” ได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชน เพื่อให้เกียรติคนงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ (福島第一原子力発電所) หลังจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดหลายครั้งหลังแผ่นดินไหวโทโฮคุและสึนามิ

    Fukushima 50

    ในระดับสากลผู้คนมองว่า Fukushima 50 เป็นวีรบุรุษ แต่ในประเทศญี่ปุ่นเรื่องราวของพวกเขายังคงเป็นปริศนา ไม่ค่อยมีใครรู้จักเกี่ยวกับพวกเขาและแม้กระทั่งชื่อเพราะพวกเขาเลือกที่จะไม่เปิดเผย อัตสีฟุมิ โยชิซาวะ (Atsufumi Yoshizawa) วิศวกรนิวเคลียร์ผู้เป็นส่วนหนึ่งของ Fukushima 50 ได้เข้าร่วมและตอบคำถามในการสัมภาษณ์สองสามครั้งเพื่อให้ผู้คนเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 2011 และหลายเดือนหลังจากนั้น การสัมภาษณ์ของเขาทำให้เราได้ทราบถึงสิ่งที่ Fukushima 50 ได้เผชิญมาก

    โศกนาฏกรรม

    เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ที่กระทบชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น น้อยกว่าหนึ่งร้อยไมล์จากที่นั่นมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิตั้งอยู่ โยชิซาวะซึ่งอยู่ในอาคารในเวลานั้นกล่าวว่า ผลกระทบของแผ่นดินไหวไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยเห็นมาก่อน อาคารสั่นสะเทือนจนผู้คนต้องก้มลงอยู่ในท่าคุกเข่า ท่อถูกฉีกออกจากเพดานและรถที่จอดอยู่ด้านนอกก็เด้งขึ้นมาจากพื้นได้เหมือนกับรถของเล่น

    คนงานอยู่ในโรงงานมุ่งหน้าไปยังอาคารอพยพและเข้าไปในห้องที่ป้องกันแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม แผ่นดินไหวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่โยชิซาวะและคนงานที่เหลือจะต้องเผชิญ

    เพียงไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้นได้มีคลื่นสึนามิที่สูงถึง 15 เมตรเข้าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กำแพงหินขนาด 5.7 เมตรของอาคารก็ไม่สามารถต้านทานได้ คลื่นได้โถมไปในอาคารของเครื่องปฏิกรณ์และทำลายทุกอย่างตั้งแต่หน่วยเปลี่ยนไฟฟ้าไปจนถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง

    เมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าไม่สามารถทำงานได้ ไม่มีวิธีสูบน้ำให้กับแกนกลางซึ่งจำเป็นต้องทำให้แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เย็นลงและป้องกันไม่ให้แท่งหลอมละลายและปล่อยสารกัมมันตรังสีที่เป็นอันตรายออกมา ซึ่งสามารถส่งไปได้ไกลจากฟุคุชิมะ

    ความกล้าหาญของพวกเขา

    สิบห้าชั่วโมงหลังจากแหล่งจ่ายไฟถูกทำลายไป แท่งเชื้อเพลิงหนึ่งในหกเครื่องปฏิกรณ์ที่โรงงานหลอมละลาย มีเตาปฏิกรณ์อีกสองเครื่องที่ตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน เกิดการระเบิดขึ้นสองครั้งในอาคารเครื่องปฏิกรณ์ เมื่อถึงจุดนี้โยชิซาวะก็อยู่นอกสถานที่ แต่เขาพร้อมกับเพื่อนร่วมงานหลายคนอาสาที่จะกลับเข้าไป โยชิซาวะจำได้ว่าคนที่เห็นพวกเขามุ่งหน้าไปที่โรงงานมีสีหน้าคล้ายกัน ไม่มีใครคาดหวังว่าพวกเขาจะสามารถรอดชีวิตกลับออกมาได้

    เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ผู้คนในโรงงานทำงานเป็นเวลานานและต้องนอนบนพื้นเย็น ๆ ของบังเกอร์ป้องกันรังสี การส่งมอบอุปกรณ์ฉุกเฉินหยุดชะงักเพราะทหารเองก็ต้องปฏิบัติหน้าที่กู้จากซากปรักหักพังและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่อยู่นอกโรงงาน ซึ่งอีกปัญหาที่กลุ่มคน Fukushima 50 ต้องเจอคือเสบียงอาหารที่มีจำกัด พวกเขาต้องกินบิสกิตและอาหารแห้งเท่านั้น และผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนถูกจำกัดให้ดื่มน้ำในขนาด 500 มล. ที่สามารถใช้ดื่มได้เป็นเวลาเพียงสองวันเท่านั้น

    ในเดือนธันวาคม 2011 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าเครื่องปฏิกรณ์ที่เสียหายอยู่ในระหว่างการปิดระบบเย็น ซึ่งหมายความว่าเครื่องอยู่ในสภาพเสถียร ในที่สุดโยชิซาวะและส่วนที่เหลือของฟูกูชิม่า 50 ก็สามารถกลับมาสู่สภาพการทำงานปกติ

    ในปี 2020 เรื่องราวของพวกเขาได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สู่สายตาชาวโลกในชื่อเดียวกับคือ Fukushima 50 เป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรระลึกถึงความกล้าหาญของพวกเขา เพราะถ้าไม่มีพวกเขาความเสียหายก็จะเกิดขึ้นมากไปกว่านี้จากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์