อัปเดตสถานการณ์ Covid-19 : ผู้ว่าโตเกียวย้ำหากสถานการณ์เลวร้าย อาจต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน!

  • ข่าว
  • โตเกียว
  • สถานการณ์ในช่วงของแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวจากรัฐบาล “GO TO Campaign” 「GO TO キャンペーン」 ทำให้เป็นที่น่ากังวลว่าจะทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นได้เตรียมรับมือมาตรการต่าง ๆ และขอความร่วมมือเอกชนและประชาชนในระมัดระวังการรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด

    มาตรการสำหรับ Go To Campaign VS ยกเลิกแคมเปญ

    อย่างที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยออก https://jpninfo.com/thai/19324 เป็นแผนการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศที่เรียกว่า “GO TO Campaign” 「GO TO キャンペーン」 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดมากมายและนี่อาจจะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หลังจากยกเลิกสภาวะฉุกเฉินในประเทศญี่ปุ่นได้มีผู้ติดเชื้อรายวันสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการสำหรับควบคุมการท่องเที่ยวดังนี้

    ตามที่กระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวของโตเกียวได้ทำแผ่นพับเพื่อให้ข้อมูลที่แผนกต้อนรับสำหรับมาตรการต่าง ๆ

    – ตรวจวัดอุณหภูมิสำหรับแขกทุกคน
    – การจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการในสถานที่ รวมถึงระยะเวลาการใช้งาน เช่น โรงอาบน้ำและห้องอาหาร
    – มาตรการป้องกันการติดเชื้อ เช่น อุปกรณ์การใช้งานต่าง ๆ ในอาหารแบบบุฟเฟ่ต์

    หากคุณอยู่ในสถานที่ที่ไม่ผ่านการอนุมัติจะไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการเดินทาง รายละเอียดจะประกาศอีกครั้งในวันที่ 17 กรกฎาคม

    สำหรับ 「GO TO キャンペーン」 มีแผนจะเริ่มต้นในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ เป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมร้านอาหารซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดนจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ รวมถึงคูปองที่สามารถใช้กับร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือการฟื้นตัวของผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยออกค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งของการเดินทางภายในประเทศ (สูงถึง 20,000 เยนต่อคืน) และออกคูปองที่สามารถใช้ที่ร้านขายของที่ระลึก

    แม้รัฐบาลได้ออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่นะบาดสำหรบการท่องเที่ยง แต่ว่าในส่วนของความคิดเห็นของชาวญี่ปุ่นต่อแคมเปญนี้ก็มีหลากหลายมาก ๆ โดยเฉพาะการที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่การระบาดในช่วงที่สองแบบนี้ ทางรัฐบาลยังคงเดินหน้าที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อไป ซึ่งขัดต่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค “มันเป็นสิ่งที่โอเคจริง ๆ หรือ?” ถึงกับมีแฮชแท็ค #go to キャンペーン中止 ให้ยกเลิกไปซะ! เพราะทั้งงานอีเว้นท์ กิจกรรมทัศนศึกษาของโรงเรียน และอีกมากมายกลับถูกยกเลิกไป แต่สนับสนุนให้คนเดินทางท่องเที่ยว? หลายคนกังวลว่าแคมเปญนี้จะยิ่งทำให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น เพราะจากล่าสุดที่มีการแพร่ระบาดในการแสดงของโรงละครที่ชินจูกุ

    ประชาชนบางส่วนก็ให้ความเห็นว่าแคมเปญนี้ควรจะเลื่อนออกไปก่อนจะดีกว่า นอกจากนี้เป็นช่วงที่เกิดอุทกภัยจากฝนแบบนี้เอางบประมาณไปช่วยน้ำท่วมและการแพร่ระบาดของโรคดีกว่า

    อัปเดตสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศญี่ปุ่น

    รายงานตัวเลขหลังจากการยกเลิกภาวะฉุกเฉิน แน่นอนว่าการทำให้ผู้ติดเชื้อเหลือศูนย์เป็นเรื่องที่ยาก สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือ การเฝ้าระวังและรักษาระยะทางสังคมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนคนหนุ่มสาวที่ทำงานในย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืนและลูกค้าที่ใช้บริการมีอยู่ที่ประมาณ 30% ในหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ได้ทำการปลดล็อก ทางรัฐบาลของกรุงโตเกียวจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการพิเศษ Tokyo Alert มีการเปิดไฟสีแดงที่สะพานเรนโบว์และตึกที่ว่าการกรุงโตเกียวเพิ่มความระวังเป็นพิเศษควบคุมสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการรวมตัวของผู้คนเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันการระบาดระลอก 2

    รัฐบาลกรุงโตเกียวได้ปลดล็อคให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติและปรับระดับการเฝ้าระวังสู่ Stage 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการให้ร้านคาราโอเกะ ปาจิงโกะ ร้านอาหารหลายแห่งสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามเวลาปกติ

    หลังจากการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในโตเกียว จำนวนผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน บาร์โฮสและคาบาเร่ได้เพิ่มขึ้น จากข้อมูลของทางการพบว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของ coronavirus ที่ได้รับการยืนยันจากโตเกียวในวันที่ 30 มิถุนายน มี 54 คน และวันที่ 1 กรกฎาคมมี 67 คน เรียกได้ว่าเป็นจำนวนที่มากกว่า 50 คนติดต่อกันหลายวันมาตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ตัวเลขผู้ติดเชื้อได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและได้แต่หลัก 100 ในที่สุด และจนถึงวันนี้ได้มีผู้ติดเชื้อเกิน 100 คนติดต่อกันเกิน 5 วันแล้ว โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อมีทั้งคนหนุ่มสาวไปจนถึงคนชราในวัย 80 ปี นอกจากนี้กลุ่มผู้ติดเชื้อเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน เช่น ทำงานเป็นโฮสต์ ซึ่งทำให้แพร่ระบาดกันภายในนั้น

    วันที่ 22 กรกฎาคม พบผู้ป่วยใหม่จำนวน 200 กว่ารายที่ได้รับการยืนยันในโตเกียว ผู้ว่าราชการจังหวัดยูริโกะ โคอิเกะเปิดเผยต่อสื่อมวลชนในวันเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในโตเกียวเกิน 10,000 คนและจำนวนผู้ติดเชื้อในเดือนกรกฎาคมสูงกว่าในเดือนเมษายน จำนวนผู้ติดเชื้อในโตเกียวเกิน 100 คนเป็นเวลา 14 วันติดต่อกันแล้ว ในเดือนกรกฎาคมจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตามจำนวนการตรวจที่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ผู้ว่าราชการยูริโกะจะจัดงานแถลงข่าวในตอนเย็นของวันที่ 22 กกรฎาคมและจะเรียกร้องให้ชาวโตเกียวงดเว้นการออกไปเที่ยวโดยไม่จำเป็นระหว่างวันหยุดติดต่อกันสี่วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม

    ในวันที่ 30 กรกฎาคม ในกรุงโตเกียวมีผู้ป่วยใหม่ 367 รายเพิ่มขึ้น ผู้ว่าโตเกียว Yuriko Koike ประกาศว่าจะขอลดเวลาทำการสำหรับร้านอาหารและร้านคาราโอเกะที่ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโตเกียว เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยให้ทำการตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 ทุ่ม ช่วงเวลาคือ ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 สิงหาคม และจะจ่ายค่าความร่วมมือ 200,000 เยนให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อยที่ให้ความร่วมมือ

    ผู้ว่าวางแผนการที่มีชื่อว่า “การแจ้งเตือนการแพร่กระจายของเชื้อแบบพิเศษ” เป็นการแจ้งเตือนการแพร่กระจาย นอกจากนี้ผู้ว่าการโคอิเกะยังกล่าวอีกว่า “เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องออกแถลงการณ์ฉุกเฉินฉบับเดิมหากสถานการณ์แย่ลง”

    “Universal Studios Japan (USJ)” ในโอซาก้าประกาศว่า พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานในร้านค้าในสวนสาธารณะติดเชื้อโควิด จากข้อมูลของ USJ พนักงานคนนี้ที่รับผิดชอบด้านการขายที่ร้านขายผลิตภัณฑ์ “Back Lot Accessories” ในสวนสาธารณะต้องได้รับการทดสอบ PCR ในวันที่ 28 กรกฎาคมและกลายเป็นผลบวกเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ทำงานตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมและเขาบอกว่าตัวเองสวมหน้ากากและล้างมือให้สะอาดและฆ่าเชื้อระหว่างการทำงาน นอกจากนี้ ยังไม่มีพนักงานคนใดที่อาจมีการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับพนักงานคนนี้ สำหรับการฆ่าเชื้อโรคของร้านค้าได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

    ข่าวดีสำหรับวัคซีนโควิดในประเทศญี่ปุ่น

    ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้พยายามคิดค้นวัคซีนเพื่อให้สงครามไวรัสนี้ได้จบลงอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งถือได้ว่ากลายเป็นการแข่งขันระดับทางการแพทย์ของทั่วโลกไปแล้ว ในส่วนของประเทศไทยเองได้มีการทดลองกับลิงไปและมีแผนที่จะเริ่มทดลองกับคนในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

    ล่าสุดในประเทศญี่ปุ่นได้มีข่าวอัปเดตเกี่ยวความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนโควิดโดยบริษัทยา Anges (เมืองอิบารากิ จังหวัดโอซาก้า) ที่จะเริ่มทดลองให้ยาแก่มนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติระดับประเทศ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการทดลองทางการรักษา โดยมีแผนที่จะฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัคร 30 คนที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเมืองโอซาก้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานจริงหลังฤดูใบไม้ผลิ 2021 การฉีดวัคซีนเมื่อฉีดวัคซีนจะสร้างแอนติบอดีที่ยับยั้งการทำงานของไวรัสในร่างกายและป้องกันการติดเชื้อและทำให้รุนแรงขึ้น

    ยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ !

    ผลจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสใหม่ที่ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีการขอความร่วมมือไม่ให้ผู้คนออกจากบ้าน แต่ก็ยังไม่ได้ผล จนสุดท้ายทางรัฐบาลต้องเริ่มใช้ยาแรงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนจึงทำให้ไม่สามารถบังคับในลักษณะของการลงโทษได้ในกรณีฝ่าฝืน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ State of emergency ทั่วประเทศเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประชาชนตระหนักถึงการระวังป้องกันโรค

    หลังจากหลังจากมีการประกาศภาวะฉุกเฉินไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2020 สถานการณ์แพร่ระบาดในประเทศญี่ปุ่่นมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้นและด้วยความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการล็อคดาวน์ ทำให้รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยสถานที่ต่าง ๆ จะค่อย ๆ กลับมาเปิดดำเนินการ (ขั้นตอนที่ 1) เช่น พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด สวนสัตว์ การแข่งขันกีฬาแบบไม่มีผู้ชมในสนาม ฯลฯ ดำเนินการ สำหรับในขั้นตอนต่อไป (Stage 2) ติดตามการยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นเวลา 2 สัปดาห์และทำการตัดสินใจตามจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล

    เพียงแค่มีแนวโน้มว่าจะมีการประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ไม่อาจอดทนรอได้ เริ่มออกมารวมตัวกันในวันที 24 พฤษภาคม 2020 เช่น ที่ชายฝั่งคาตาเสะของเมืองฟูจิซาวะ จังหวัดคานางาวะ ที่ทำให้การจราจรติดขัดและมีผู้คนมากมายบริเวณชายหาด ผู้คนบางส่วนไม่ได้ใส่หน้ากากและนั่งรวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ และมีการสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความกังวลของประชาชนหลายคนที่จะต้องกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมโดยต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อให้มากขึ้น มีความเห็นของชาวญี่ปุ่นจากทวิตเตอร์เกี่ยวกับการผ่อนคลายการล็อคดาวน์นี้

  • หลายคนยังคงกังวลว่า นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นการระบาดครั้งที่สองก็เป็นได้ เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่าก็ยังไม่หมดไปจากโลกนี้ อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค
  • บางคนก็ให้ความเห็นว่า รู้สึกโล่งใจเหมือนกับว่าจบลงซักที แต่ลึก ๆ ก็ยังคงกังวลในการระวังตัวเหมือนเคย ดังนั้น ควรมีมาตรการณ์ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • ผลสำรวจในโพลบางแห่งดูเหมือนประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าการคลายล็อคดาวน์ของรัฐบาลอาจจะเร็วเกินไป

  • มาตรการสำหรับร้านคาราโอเกะและยิม เตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดให้บริการ
  • หลังจากวันหยุดโกลเด้นวีคสองสัปดาห์ มีความเป็นไปได้ที่จะมีจำนวนผู้คิดเชื้อเพิ่มขึ้นได้อีก
  • ทางรัฐบาลโตเกียวได้เพิ่มมาตรการที่เข้มงวดให้กับสถานประกอบการคาราโอเกะและยิมออกกำลังกาย เพื่อเป็นการยกระดับในการป้องกันการแพร่ระบาด

    ร้านคาราโอเกะเป็นสถานประกอบการที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นและเป็นกิจกรรมที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมาก ได้เตรียมพร้อมสำหรับมาตรการในการควบคุมการติดเชื้อไวรัส โดยต้องมีการติดตั้งงานอุปกรณ์ระบายอากาศในห้องและจำกัดจำนวนของผู้ใช้งาน และในระหว่างร้องเพลงต้องรักษาระยะห่าง 2 เมตรออกจากกัน รวมถึงขอร้องให้สวมหน้ากากด้วย

    มาตรการเยียวยาในช่วงโรคระบาด

    ทางรัฐบาลได้ออกมาตรการมากมายเพื่อช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการขอเงินเยียวยา รวมถึงการแจกเงิน 100,000 เยนให้กับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแบบถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ในวันที่ 12 พฤษภาคม ทางพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยยังเตรียมออกมาตรการสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ประสบปัญหาเนื่องจากการแพร่ระบาดของ coronavirus ที่ทำให้ยากต่อการหางานพาร์ททาร์มอยู่ที่ 100,000 เยนต่อนักเรียน และสามารถรับเงินได้สูงถึง 200,000 เยนในกรณีที่ประสบปัญหาอย่างรุนแรง โดยคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 20% ของนักเรียนทั้งหมดที่จะมีสิทธิได้รับเงินครั้งนี้

    มาตรการเยียวยานี้จะเน้นไปที่นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา รวมถึงนักเรียนต่างชาติที่เรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นด้วย การระดมทุนจะครอบคลุมถึงความไม่แน่นอนของงบประมาณ FY2020 รวมถึงงบประมาณเพิ่มเติมที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว

    ยกเลิกการแข่งขันโคชิเอ็งฤดูร้อนปีนี้!

    โคชิเอ็ง (甲子園) เป็นการแข่งขันเบสบอลในระดับมัธยมปลายที่เป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดสำหรับฝันของเด็กหนุ่มจากทั่วประเทศ โดยปกติจะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนโดยโรงเรียนมัธยมในญี่ปุ่น การแข่งขันครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับนักเล่นเบสบอลระดับชาติของญี่ปุ่น ดังนั้น จึงมีความสำคัญมากกว่าในการแข่งขันเบสบอล สำหรับใครที่เป็นแฟน ๆ อนิเมะญี่ปุ่นน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้กัน

    ด้วยผลกระทบจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส แม้ว่าจะเคยมีไอเดียการจัดการแข่งขันแบบไร้ผู้ชมที่สนาม แต่ด้วยผลกระทบจากการระบาดของโคโรน่าไวรัสที่โรงเรียนทั่วประเทศยังคงปิดทำการ ส่งผลให้ขาดความเตรียมพร้อมในหลายด้าน รวมถึงด้วยความกังวลในส่วนของที่พักและการเดินทางที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดไวรัสเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันเบสบอลระดับประเทศครั้งที่ 102 ซึ่งถูกกำหนดให้จัดขึ้นที่โคชิเอ็งตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม การตัดสินใจทำในการประชุมคณะกรรมการ สำหรับการยกเลิกการแข่งขันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 1918 จากผลกระทบจากความวุ่นวายในสหรัฐอเมริกา และ 1940 หลังสงครามโลก และนี่ถือเป็นอีกครั้งในประวัติศาสตร์ที่การยกเลิกการแข่งขันและการคัดเลือกได้ถูกยกเลิกไป รวมถึงการประชุมในระดับท้องถิ่นก็ตัดสินใจให้ถูกยกเลิกเช่นกัน

    ประกาศภาวะฉุกเฉินในญี่ปุ่น (ทำไมถึงคุมคนญี่ปุ่นไม่ได้?)

    ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ผู้คนในประเทศญี่ปุ่น เราจะเห็นว่ามีภาพถ่ายที่โชว์สถานที่ต่าง ๆ ในเมือง เช่น ชินจูกุ ชิบูย่า หรือเมืองใกล้เคียงอย่างโยโกฮาม่าที่ใน Minato mirai เกือบจะร้างได้เลย เพราะห้างสรรพสินค้าและหลายร้านค้าได้ปิดทำการลง แม้ว่าในห้างร้านจะเริ่มมีการตระหนักถึงการป้องกันและเพิ่มความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น การนำแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่มาปิดกั้นตรงแคชเชียร์, การติดเทปเว้นระยะห่างในตอนเข้าคิวจ่ายเงิน

    นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคนดังศิลปินดารามากมายที่ทำคลิปออกมารณรงค์และสนันสนุนให้ทุกคนอยู่บ้าน รวมถึงสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เริ่มคิดคอนเทนต์การอยู่บ้านแบบสนุก ๆ มีแฮชแท็คในภาษาญี่ปุ่นเช่น #家でできる楽しい (อยู่บ้านก็สนุกได้) #家で踊ろう (มาเต้นกันที่บ้าน) แต่ถึงอย่างนั้นก็มิอาจต้านทานให้คนญี่ปุ่นบางส่วนที่ยังคงพยายามหาทางออกไปเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่าน (ในวันอาทิตย์) ที่มีอากาศอุ่นขึ้นและแดดจ้า

    มีข่าวลงในช่วงค่ำของวันอาทิตย์ ว่ามีผู้คนจากจังหวัดอื่นเดินทางมายังคามาคุระและเอโนชิมะ มีภาพรถยนต์ที่ขับเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนาแน่นและมีผู้คนไปรวมตัวกันในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงสถานที่ช้อปปิ้งในแถบชานเมืองบางแห่งก็ยังมีผู้คนมาเดินเที่ยวเล่นกันอยู่ สวนทิวลิปในจังหวัดชิบะถึงขั้นต้องลงทุนตัดดอกไม้ทิ้งเพื่อไม่ให้คนมารวมตัวเที่ยวชมสวนเลยทีเดียว ทำให้เกิดการวิพากย์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์ถึงความกังวลว่าสถานการณ์ของโรคระบาดนี้ไม่น่าจะควบคุมได้อย่างที่คาดหวัง!

    สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามก็คือ ทำไมประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีระเบียบวินัยและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่ในสถานการณ์โรคระบาดนั้น การควบคุมประชาชนถึงได้ทำได้ยากและผู้คนก็ดูไม่ค่อยแยแสกับคำพูดของรัฐบาลเท่าไหร่?

    เสรีภาพของประชาชน ทำให้ยากต่อการควบคุมโรค?

    ในขณะที่หลายประเทศใช้กฎหมายเข้ามาบังคับประชาชนให้อยู่บ้าน มีเคอร์ฟิว การปรับเงิน แต่ญี่ปุ่นไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ สิ่งที่ทำได้คือ แค่ขอความร่วมมือเท่านั้น

    ย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลก กองกำลังสัมพันธมิตรได้ร่างรัฐธรรมนูญให้กับญี่ปุ่นที่เป็นการบังคับให้ยึดหลัก 3 ประการ คือ อำนาจอธิปไตยของประชาชน, การเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และสันตินิยม สิ่งเหล่านี้เป็นการควบคุมเพื่อไม่ให้ก่อสงครามอีกและเน้นเรื่องของสันติภาพเป็นหลัก ดังนั้น การห้ามประชาชนออกจากบ้านหรือเดินทางจึงถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นไม่สามารถออกกฎที่เข้มงวดแบบในหลายประเทศได้

    สำหรับเงื่อนไขที่ได้กลายมาเป็นปัญหาในช่วงโรคระบาดแบบนี้เป็นความท้าทายว่าญี่ปุ่นจะมีมาตรการที่รุนแรงขึ้นได้หรือไม่? จากเหตุการณ์ที่ผู้คนยังไปรวมตัวกันตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ การควบคุมโรคระบาดครั้งนี้จะหวังพึ่งแต่รัฐบบาลคงไม่ได้ ถ้าประชาชนในประเทศไม่ให้ความร่วมมือ ปัญหาการคุมโรคระบาดในญี่ปุ่นอาจจะอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงมาก ๆ ในอนาคตนับไปอีกสองสัปดาห์!

    ย่านธุรกิจของโตเกียว

    เมืองหลวงที่วุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟชินจูกุ ห้าแยกชิบุย่า ย่านธุรกิจอย่างชินากาวะ สถานีโตเกียว เป็นแหล่งรวมมนุษย์เงินเดือนและผู้นที่เดินทางด้วยรถไฟมาทำงานกันมากมายในแต่ละวัน ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

    สำหรับในเช้าวันที่ 8 เมษายนของการประกาศภาวะฉุกเฉิน หลายพื้นที่ในโตเกียวมีผู้คนบางตาลงไปมากอย่างห้าแยกชิบุย่า สถานีรถไฟชินจูกุ สำหรับในย่านธุรกิจบางแห่งอย่างเช่น เขตมารุโนะอุจิ ชินากาวะที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญของโตเกียวในช่วงเช้ายังมีผู้คนเดินทางมาทำงาน สิ่งที่ท้าทายที่สุดของช่วงเวลานี้ก็คือ ระบบการทำงานที่เคร่งครัดในหลายบริษัทที่อาจจะตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้ยาก รวมถึงลักษณะของงานที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้จากที่บ้าน ด้วยเหตุนี้ทำให้ในช่วงเวลาก่อนเข้างานจะยังคงมีผู้คนเดินทางมาทำงานอยู่ (แต่ก็น้อยลงกว่าปกติ) สำหรับหลายคนที่ต้องทำงานจากที่บ้านถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมของหลาย ๆ องค์กร

    จากรายงานล่าสุดของ JR East หลังจากการประกาศภาวะฉุกเฉินจำนวนผู้ใช้บริการตรง JR Shibuya ด้วยบัตรโดยสารประเภทอื่นนอกจากบัตรโดยสารประเภทพาสในวันเสาร์ที่ 11 เมษายนลดลงถึง 98% เมื่อเทียบกับวันเสาร์ของปีที่แล้ว และในช่วงวันธรรมดาลดลง 76% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สำหรับสถานีใหญ่อื่น ๆ ในโตเกียวก็ลดลงเช่นกัน รวมถึงในเขตชานเมืองและปริมณฑลอย่างสถานีโยโกฮาม่า โอมิยะ และสถานีชิบะก็ลดลงมากกว่าปกติ

    Starbucks บางสาขากลับมาให้บริการและหลายร้านรับเฉพาะ Take Away

    เพื่อตอบสนองต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลหลังจากการแพร่กระจายของ coronavirus ใหม่ มีภาคธุรกิจหลายแห่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหลายแห่งได้ปิดทำการ แต่ในส่วนที่จำเป็นอย่างเช่นการขายอาหาร ธุรกิจที่ปิดอื่น ๆ ได้แก่ โรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง และร้านค้าภายในอาคารสถานี

    ก่อนหน้านี้ร้านกาแฟดังอย่าง Starbucks ที่มีสาขาอยู่มากมายในเมืองใหญ่ ๆ ได้ประกาศปิดให้บริการ 850 สาขาในจังหวัดที่ประกาศภาวะฉุกเฉินตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน ในขณะนี้หลายสาขาได้กลับมาเปิดให้บริการในจังหวัดฮอกไกโด, ไซตามะ, ชิบะ, โตเกียว, คานากาว่า, เกียวโต, โอซาก้า และเฮียวโงะ: รองรับเฉพาะการซื้อกลับบ้าน โดยจะเปิดบริการถึงเวลา 19:00 และจะมีการจัดระเบียบในร้านเพื่อความปลอดภัยทางร้านได้ทำการแพร่กระจายของน้ำลาย เชื้อโรค ลดการสัมผัสใกล้ชิดของผู้คน เช่น ติดตั้งเครื่องป้องกันการกระเซ็นในร้านค้า การลดจำนวนของเก้าอี้ เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างลูกค้าและลดความแออัด นอกจากนี้ธุรกิจร้านอาหารอื่น ๆ เริ่มปรับตัวเพื่อความอยู่รอดตัวอย่างเช่น ร้าน โอโตยะที่ได้เริ่มห้บริการอาหารแข่งแข็ง รวมถึงอีกหลายร้านที่เน้นบริการแบบ Take Away สำหรับห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่ยังไม่เปิดให้บริการในช่วงนี้ก็ได้มีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นการช้อปปิ้งออนไลน์ให้กับผู้ที่ถือบัตรสะสมแต้มของทางห้าง เป็นต้น