อัปเดตสถานการณ์ Covid-19: ผลกระทบจากโควิด ญี่ปุ่นยกเลิกการแข่งขันเบสบอลโคชิเอ็งฤดูร้อนปีนี้!

  • ข่าว
  • โตเกียว
  • หลังจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสใหม่ที่ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีการขอความร่วมมือไม่ให้ผู้คนออกจากบ้าน แต่ก็ยังไม่ได้ผล จนสุดท้ายทางรัฐบาลต้องเริ่มใช้ยาแรงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนจึงทำให้ไม่สามารถบังคับในลักษณะของการลงโทษได้ในกรณีฝ่าฝืน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ State of emergency ทั่วประเทศ เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประชาชนตระหนักถึงการระวังป้องกันโรค

    ยกเลิกการแข่งขันโคชิเอ็งฤดูร้อนปีนี้!

    โคชิเอ็ง (甲子園) เป็นการแข่งขันเบสบอลในระดับมัธยมปลายที่เป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดสำหรับฝันของเด็กหนุ่มจากทั่วประเทศ โดยปกติจะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนโดยโรงเรียนมัธยมในญี่ปุ่น การแข่งขันครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับนักเล่นเบสบอลระดับชาติของญี่ปุ่น ดังนั้น จึงมีความสำคัญมากกว่าในการแข่งขันเบสบอล สำหรับใครที่เป็นแฟน ๆ อนิเมะญี่ปุ่นน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้กัน

    ด้วยผลกระทบจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส แม้ว่าจะเคยมีไอเดียการจัดการแข่งขันแบบไร้ผู้ชมที่สนาม แต่ด้วยผลกระทบจากการระบาดของโคโรน่าไวรัสที่โรงเรียนทั่วประเทศยังคงปิดทำการ ส่งผลให้ขาดความเตรียมพร้อมในหลายด้าน รวมถึงด้วยความกังวลในส่วนของที่พักและการเดินทางที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดไวรัสเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันเบสบอลระดับประเทศครั้งที่ 102 ซึ่งถูกกำหนดให้จัดขึ้นที่โคชิเอ็งตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม การตัดสินใจทำในการประชุมคณะกรรมการ สำหรับการยกเลิกการแข่งขันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 1918 จากผลกระทบจากความวุ่นวายในสหรัฐอเมริกา และ 1940 หลังสงครามโลก และนี่ถือเป็นอีกครั้งในประวัติศาสตร์ที่การยกเลิกการแข่งขันและการคัดเลือกได้ถูกยกเลิกไป รวมถึงการประชุมในระดับท้องถิ่นก็ตัดสินใจให้ถูกยกเลิกเช่นกัน

    อัปเดตสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศญี่ปุ่น

    A post shared by エックス (@iwasawax) on

    หลังจากวันหยุดยาวโกลเด้นวีคที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าชาวญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความร่วมมือในการอยู่บ้านกันมากขึ้น ทางสื่อต่าง ๆ ทั้งคนดังต่างพากันทำกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้คนญี่ปุ่นอยู่บ้านกันไม่ว่าจะเป็นเวิร์คช็อปและการไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ ซึ่งในหลายวันที่ผ่านมาจำนวนผู้ติดเชื้อในโตเกียวได้ลดลงต่ำกว่าหลักร้อยแสดงให้เห็นถึงสถานกรณ์ที่มีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ส่วนหนึ่งเพราะในช่วงวันหยุดยาวทำให้การใช้บริการขนส่งสาธารณะนั้นลดลงด้วย

    หลังจากหยุดยาวโกลเด้นวีคและยังคงอยู่ในช่วงการประกาศภาวะฉุกเฉิน ในเช้าวันทำงานมีพนักงานออฟฟิศที่ยังคงต้องเดินทางไปออฟฟิศ จำนวนคนดูเหมือนจะลดลงจาก แม้ว่าจำนวนผู้คนจะน้อยกว่าช่วงเวลาปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่ในบริเวณที่เป็นที่สัญจรไปมาของผู้คนอย่างสถานนีโตเกียวก็ยังมีคนเดินพลุกพล่านในช่วง rush hour หลายคนมีความกังวลถึงผลกระทบจากโรคโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจ ซึ่งได้ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทที่บางคนให้ความเห็นว่าคงไม่สามารถคาดหวังในส่วนของโบนัสได้ นอกจากนี้ยังมีบางคนให้ความเห็นว่าการทำงานจากที่บ้านก็ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเขาลดลงอีกด้วย

    ล่าสุดได้มีข่าวดีสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่ตอนนี้ในหลายจังหวัดดูเหมือนว่าจะเริ่มควบคุมการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสได้ ทำให้ทางรัฐบาลได้พิจารณายกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินใน 39 จังหวัด (ไม่รวมจังหวัดที่ยังต้องเฝ้าระวัง) นอกจากนี้ยังจะต้องคำนึงผลกระทบจากการเปิดการดำเนินงานของธุรกิจต่าง ๆ รวมไปถึงการแพร่ระบาดระลอกสองที่อาจะเกิดขึ้นได้ การที่รัฐบาลต้องการผ่อนมาตรการเนื่องจากมีความเป็นห่วงในเรื่องของเศรษฐกิจจากการที่ธุรกิจหลายแห่งต้องปิดเป็นระยะเวลายาวนาน

    สำหรับโตเกียว วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพียง 5 คน ถือเป็นจำนวนที่ต่ำกว่า 10 คนมา 4 วันติดต่อกันแล้ว รัฐบาลมีแผนจะยกเลิกภาวะฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอีกโดยดูจากสถานการณ์ในโตเกียวและโอซาก้า

    สำหรับการยกเลิกภาวะฉุกเฉินในเขตการปกครอง 39 แห่ง ภาคธุรกิจหลายแห่งได้กลับมาดำำเนินธุรกิจอย่างเช่น ห้าง Takashimaya ได้เปิดให้บิรการในส่วนของร้านขายเสื้อผ้าวมถึงร้านค้าในโตเกียวและโอซาก้า แม้ในพื้นที่ของโตเกียวยังคงอยู่ในช่วงประกาศภาวะฉุกเฉินก็ตาม แต่ทางห้างต้องการให้ธุรกิจและการจ้างงานได้ดำเนินต่อไป ในหลายสาขาได้กลับมาเปิดทำการ เช่น Nihonbashi Takashimaya Shopping Center, Takashimaya Times Square (Shinjuku), Takashimaya Osaka, Yokohama และอื่น ๆ ทั้งนี้จะกำหนดช่วงเวลาให้บริการถึง 18:00 น.

    มาตรการเยียวยาในช่วงโรคระบาด

    ทางรัฐบาลได้ออกมาตรการมากมายเพื่อช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการขอเงินเยียวยา รวมถึงการแจกเงิน 100,000 เยนให้กับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแบบถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ในวันที่ 12 พฤษภาคม ทางพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยยังเตรียมออกมาตรการสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ประสบปัญหาเนื่องจากการแพร่ระบาดของ coronavirus ที่ทำให้ยากต่อการหางานพาร์ททาร์มอยู่ที่ 100,000 เยนต่อนักเรียน และสามารถรับเงินได้สูงถึง 200,000 เยนในกรณีที่ประสบปัญหาอย่างรุนแรง โดยคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 20% ของนักเรียนทั้งหมดที่จะมีสิทธิได้รับเงินครั้งนี้

    มาตรการเยียวยานี้จะเน้นไปที่นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา รวมถึงนักเรียนต่างชาติที่เรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นด้วย การระดมทุนจะครอบคลุมถึงความไม่แน่นอนของงบประมาณ FY2020 รวมถึงงบประมาณเพิ่มเติมที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว

    ประกาศภาวะฉุกเฉินในญี่ปุ่น (ทำไมถึงคุมคนญี่ปุ่นไม่ได้?)

    ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ผู้คนในประเทศญี่ปุ่น เราจะเห็นว่ามีภาพถ่ายที่โชว์สถานที่ต่าง ๆ ในเมือง เช่น ชินจูกุ ชิบูย่า หรือเมืองใกล้เคียงอย่างโยโกฮาม่าที่ใน Minato mirai เกือบจะร้างได้เลย เพราะห้างสรรพสินค้าและหลายร้านค้าได้ปิดทำการลง แม้ว่าในห้างร้านจะเริ่มมีการตระหนักถึงการป้องกันและเพิ่มความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น การนำแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่มาปิดกั้นตรงแคชเชียร์, การติดเทปเว้นระยะห่างในตอนเข้าคิวจ่ายเงิน

    นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคนดังศิลปินดารามากมายที่ทำคลิปออกมารณรงค์และสนันสนุนให้ทุกคนอยู่บ้าน รวมถึงสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เริ่มคิดคอนเทนต์การอยู่บ้านแบบสนุก ๆ มีแฮชแท็คในภาษาญี่ปุ่นเช่น #家でできる楽しい (อยู่บ้านก็สนุกได้) #家で踊ろう (มาเต้นกันที่บ้าน) แต่ถึงอย่างนั้นก็มิอาจต้านทานให้คนญี่ปุ่นบางส่วนที่ยังคงพยายามหาทางออกไปเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่าน (ในวันอาทิตย์) ที่มีอากาศอุ่นขึ้นและแดดจ้า

    มีข่าวลงในช่วงค่ำของวันอาทิตย์ ว่ามีผู้คนจากจังหวัดอื่นเดินทางมายังคามาคุระและเอโนชิมะ มีภาพรถยนต์ที่ขับเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนาแน่นและมีผู้คนไปรวมตัวกันในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงสถานที่ช้อปปิ้งในแถบชานเมืองบางแห่งก็ยังมีผู้คนมาเดินเที่ยวเล่นกันอยู่ สวนทิวลิปในจังหวัดชิบะถึงขั้นต้องลงทุนตัดดอกไม้ทิ้งเพื่อไม่ให้คนมารวมตัวเที่ยวชมสวนเลยทีเดียว ทำให้เกิดการวิพากย์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์ถึงความกังวลว่าสถานการณ์ของโรคระบาดนี้ไม่น่าจะควบคุมได้อย่างที่คาดหวัง!

    สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามก็คือ ทำไมประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีระเบียบวินัยและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่ในสถานการณ์โรคระบาดนั้น การควบคุมประชาชนถึงได้ทำได้ยากและผู้คนก็ดูไม่ค่อยแยแสกับคำพูดของรัฐบาลเท่าไหร่?

    เสรีภาพของประชาชน ทำให้ยากต่อการควบคุมโรค?

    ในขณะที่หลายประเทศใช้กฎหมายเข้ามาบังคับประชาชนให้อยู่บ้าน มีเคอร์ฟิว การปรับเงิน แต่ญี่ปุ่นไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ สิ่งที่ทำได้คือ แค่ขอความร่วมมือเท่านั้น

    ย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลก กองกำลังสัมพันธมิตรได้ร่างรัฐธรรมนูญให้กับญี่ปุ่นที่เป็นการบังคับให้ยึดหลัก 3 ประการ คือ อำนาจอธิปไตยของประชาชน, การเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และสันตินิยม สิ่งเหล่านี้เป็นการควบคุมเพื่อไม่ให้ก่อสงครามอีกและเน้นเรื่องของสันติภาพเป็นหลัก ดังนั้น การห้ามประชาชนออกจากบ้านหรือเดินทางจึงถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นไม่สามารถออกกฎที่เข้มงวดแบบในหลายประเทศได้

    สำหรับเงื่อนไขที่ได้กลายมาเป็นปัญหาในช่วงโรคระบาดแบบนี้เป็นความท้าทายว่าญี่ปุ่นจะมีมาตรการที่รุนแรงขึ้นได้หรือไม่? จากเหตุการณ์ที่ผู้คนยังไปรวมตัวกันตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ การควบคุมโรคระบาดครั้งนี้จะหวังพึ่งแต่รัฐบบาลคงไม่ได้ ถ้าประชาชนในประเทศไม่ให้ความร่วมมือ ปัญหาการคุมโรคระบาดในญี่ปุ่นอาจจะอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงมาก ๆ ในอนาคตนับไปอีกสองสัปดาห์!

    ย่านธุรกิจของโตเกียว

    เมืองหลวงที่วุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟชินจูกุ ห้าแยกชิบุย่า ย่านธุรกิจอย่างชินากาวะ สถานีโตเกียว เป็นแหล่งรวมมนุษย์เงินเดือนและผู้นที่เดินทางด้วยรถไฟมาทำงานกันมากมายในแต่ละวัน ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

    สำหรับในเช้าวันที่ 8 เมษายนของการประกาศภาวะฉุกเฉิน หลายพื้นที่ในโตเกียวมีผู้คนบางตาลงไปมากอย่างห้าแยกชิบุย่า สถานีรถไฟชินจูกุ สำหรับในย่านธุรกิจบางแห่งอย่างเช่น เขตมารุโนะอุจิ ชินากาวะที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญของโตเกียวในช่วงเช้ายังมีผู้คนเดินทางมาทำงาน สิ่งที่ท้าทายที่สุดของช่วงเวลานี้ก็คือ ระบบการทำงานที่เคร่งครัดในหลายบริษัทที่อาจจะตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้ยาก รวมถึงลักษณะของงานที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้จากที่บ้าน ด้วยเหตุนี้ทำให้ในช่วงเวลาก่อนเข้างานจะยังคงมีผู้คนเดินทางมาทำงานอยู่ (แต่ก็น้อยลงกว่าปกติ) สำหรับหลายคนที่ต้องทำงานจากที่บ้านถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมของหลาย ๆ องค์กร

    จากรายงานล่าสุดของ JR East หลังจากการประกาศภาวะฉุกเฉินจำนวนผู้ใช้บริการตรง JR Shibuya ด้วยบัตรโดยสารประเภทอื่นนอกจากบัตรโดยสารประเภทพาสในวันเสาร์ที่ 11 เมษายนลดลงถึง 98% เมื่อเทียบกับวันเสาร์ของปีที่แล้ว และในช่วงวันธรรมดาลดลง 76% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สำหรับสถานีใหญ่อื่น ๆ ในโตเกียวก็ลดลงเช่นกัน รวมถึงในเขตชานเมืองและปริมณฑลอย่างสถานีโยโกฮาม่า โอมิยะ และสถานีชิบะก็ลดลงมากกว่าปกติ

    Starbucks บางสาขากลับมาให้บริการและหลายร้านรับเฉพาะ Take Away

    เพื่อตอบสนองต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลหลังจากการแพร่กระจายของ coronavirus ใหม่ มีภาคธุรกิจหลายแห่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหลายแห่งได้ปิดทำการ แต่ในส่วนที่จำเป็นอย่างเช่นการขายอาหาร ธุรกิจที่ปิดอื่น ๆ ได้แก่ โรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง และร้านค้าภายในอาคารสถานี

    ก่อนหน้านี้ร้านกาแฟดังอย่าง Starbucks ที่มีสาขาอยู่มากมายในเมืองใหญ่ ๆ ได้ประกาศปิดให้บริการ 850 สาขาในจังหวัดที่ประกาศภาวะฉุกเฉินตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน ในขณะนี้หลายสาขาได้กลับมาเปิดให้บริการในจังหวัดฮอกไกโด, ไซตามะ, ชิบะ, โตเกียว, คานากาว่า, เกียวโต, โอซาก้า และเฮียวโงะ: รองรับเฉพาะการซื้อกลับบ้าน โดยจะเปิดบริการถึงเวลา 19:00 และจะมีการจัดระเบียบในร้านเพื่อความปลอดภัยทางร้านได้ทำการแพร่กระจายของน้ำลาย เชื้อโรค ลดการสัมผัสใกล้ชิดของผู้คน เช่น ติดตั้งเครื่องป้องกันการกระเซ็นในร้านค้า การลดจำนวนของเก้าอี้ เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างลูกค้าและลดความแออัด นอกจากนี้ธุรกิจร้านอาหารอื่น ๆ เริ่มปรับตัวเพื่อความอยู่รอดตัวอย่างเช่น ร้าน โอโตยะที่ได้เริ่มห้บริการอาหารแข่งแข็ง รวมถึงอีกหลายร้านที่เน้นบริการแบบ Take Away สำหรับห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่ยังไม่เปิดให้บริการในช่วงนี้ก็ได้มีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นการช้อปปิ้งออนไลน์ให้กับผู้ที่ถือบัตรสะสมแต้มของทางห้าง เป็นต้น