5 งานเทศกาลประจำปีที่ห้ามพลาด ในเกียวโต

  • งานเทศกาล/อีเว้นท์
  • เกียวโต
  • เมืองเกียวโตเป็นจุดหมายปลายทางแสนวิเศษที่จะได้สัมผัสบรรยากาศของเทศกาลที่หลากหลายตามฤดูกาลต่างๆของญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือนเวลาเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่น เกียวโตเป็นเมืองที่เงียบสงบและน่าค้นหามากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เนื่องจากแวดล้อมไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและประเพณีอันเก่าแก่ ซึ่งหากคุณมีแผนจะเดินทางไปยังเมืองเกียวโต นี่คือ 5 งานเทศกาล ที่คุณห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

    1. เทศกาลโอวคะไซ – เทศกาลดอกซากุระ (Oukasai)

    เทศกาลโอวคะไซ – เทศกาลดอกซากุระ (Oukasai) จัดขึ้นทุกวันที่ 10 เมษายนของทุกปี ณ ศาลเจ้าฮิราโนะ (Hirano jinja) ในเมืองเกียวโต ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ถูกสถาปนาขึ้นโดย จักรพรรดิคันมุ (Kanmu ten’nō) ในปี 794 โดยเป็นสถานที่ประดิษฐานเทพเจ้าซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ 4 พระองค์ ได้แก่ เทพเจ้าอิมากิโนะ (Imakinosume Okami), เทพเจ้าคุโดโนะ (Kudono Okami), เทพเจ้าฟุรุอะคิโนะ (Furuakino Okami) และ เทพเจ้าฮิเมโนะ (Himeno Okami) กล่าวกันว่าพื้นที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับขนาดพื้นที่ของพระราชวังอิมพีเรียล และเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับปลูกต้นซากุระ อีกทั้งยังมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,000 ปี ตั้งแต่ต้นซากุระได้ถูกปลูกลง และกลายเป็นสถานที่ชมดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งในพื้นที่มีต้นซากุระมากกว่า 400 ต้น จำแนกได้ราว 60 ชนิด ดอกซากุระเหล่านี้จะบานสะพรั่งที่สุดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม

    เทศกาลโอวคะไซ ประกอบไปด้วยขบวนแห่ที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 250 คน ซึ่งแต่ละคนจะสวมชุดโบราณเดินขบวนไปทั่วพื้นที่ ซึ่งในยุคสมัยเอโดะ (Edo jidai) ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกเรียกขานในภาษาญี่ปุ่นว่า “ฮิราโนะ โนะ โยซากุระ” (Hirano – no Yozakura) ซึ่งแปลได้ว่า “ซากุระยามค่ำคืนแห่งฮิราโนะ” ศาลเจ้าแห่งนี้ ยังเคยถูกเรียกว่า “ศาลเจ้าสำหรับดอกไม้และผู้หญิง” ดังนั้น สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่นิยมในการมาขอพร สำหรับสำหรับหญิงสาวที่ต้องการตั้งครรภ์ หรือต้องการมีโชคในการหาคู่ที่สมบูรณ์แบบ

    เว็บไซต์ของศาลเจ้าฮิราโนะ (Hirano Jinja Website) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. เทศกาลอาโออิ (Aoi Matsuri)

    เทศกาลโออิ หนึ่งในเทศกาลประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเกียวโต จัดขึ้นทุกวันที่ 15 พฤษภาคมของทุกปี เป็นเทศกาลเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยความสง่างามจากขบวนแห่อันหรูหราอลังการซึ่งได้จำลองเหตุการณ์เมื่อ 1,000 ปีก่อน ชื่อของเทศกาลมาจากคำในภาษาญี่ปุ่นว่า “อาโออิ” (Aoi) เป็นใบไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ปรากฏอยู่บนลวดลายของเครื่องแต่งกายของผู้เข้าร่วมขบวนเท่านั้น แต่ยังอยู่บนเครื่องประดับอีกด้วย โดยผู้เข้าร่วมประมาณ 500 คน จะสวมเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมตามประเพณี และเดินขบวนไปตามท้องถนน เส้นทางการเดินขบวนของเทศกาลนี้ เริ่มต้นที่พระราชวังอิมพีเรียลเกียวโต (Kyōto Gose) ไปยังศาลเจ้าชิโมงาโมะ (Shimogamojinja) และขบวนนี้จะไปสิ้นสุดที่ศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamikamojinja)

    กล่าวกันว่าเทศกาลนี้เริ่มขึ้นในระหว่างยุคเฮอัน ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูของสังคมชนชั้นสูงในประเทศ ความน่าสนใจของเหตุการณ์ในอดีต คือ การจำลองช่วงเวลาที่ประชาชนแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายอันงดงามอัญเชิญพระราชสาสน์ และเครื่องสักการบูชา เพื่อถวายแก่ศาลเจ้าชิโมงาโมะ และคามิกาโมะ

    อีกหนึ่งสีสันของขบวนแห่ คือผู้ส่งสารขี่ม้าสะพายดาบทองไว้ที่ด้านข้าง ตามด้วยขบวนแห่ของบรรดาหญิงโสดที่คัดเลือกมาจากเมืองเกียวโต ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของขบวนแห่นี้ พวกเธอจะแต่งตัวตามแบบมาตรฐานราชสำนัก ซึ่งก็คือ การสวมใส่ชุดกิโมโนที่มีการซ้อนกันของผ้าถึง 12 ชั้น (Junihitoe)

    เว็บไซต์ของเทศกาลโออิ (Aoi Festival Website) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    3. เทศกาลกิอง ( Gion Matsuri)

    อีกเทศกาลที่มีชื่อเสียงในเกียวโต คือ งานเทศกาลกิอง (Gion Matsuri) ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปีร่วมกับการจัดขบวนแห่หลัก ในวันที่ 17 และ 24 ถือเป็นประเพณีของศาลเจ้ายาซากะ (Yasakajinja) ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และมีความเชื่อว่า เป็นการจัดขึ้นเพื่อป้องกันภัยพิบัติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม และแผ่นดินไหว

    สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนการจัดงานใหญ่ บริเวณใจกลางเมืองเกียวโตจะถูกกั้นพื้นที่ไว้เพื่อการสัญจรทางเท้าเป็นเวลา 3 คืน ก่อนวันงานแห่ขบวนอันยิ่งใหญ่ ซึ่ง 3 คืนนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป คือ โยอิยามะ (Yoiyama) จัดขึ้นในวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม, โยอิโยอิยามะ (yoiyoiyama) จัดขึ้นในวันที่ 15 และ 22 กรกฎาคม และ โยอิโยอิโยอิยามะ (yoiyoiyoiyama) จัดขึ้นในวันที่ 14 และ 21 กรกฏาคม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวบนถนนจะเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอย และร้านขายอาหารหลากหลายชนิด เช่น ทาโกยากิ (Takoyaki), โอโคโนะมิยากิ (Okonomiyaki), ยากิโทริ (Yakitori) และอื่น ๆ อีกมากมาย

    บรรดาเด็กสาวที่เข้ามาร่วมงานเทศกาลจะสวมชุดกิโมโนในช่วงฤดูร้อน (Kimono) และยูกาตะ (Yukata) นอกจากนี้บ้านสไตล์ญี่ปุ่นแบบโบราณหลายแห่งได้ถูกเปิดให้เข้าชม เพื่อเป็นการแสดงมรดกตกทอดของครอบครัว ดังนั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นแบบพื้นเมือง และซึมซับบรรยากาศบ้านเมืองดั้งเดิมแบบเกียวโต

    เว็บไซต์ของเทศกาลกิอง (Gion Festival Website) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    4. เทศกาลโกซัน โนะ โอคุริบิ (Gozan no Okuribi) / เทศกาลไดมงจิ โนะ โอคุริบิ (Daimonji no Okuribi)

    A post shared by hirohito hara (@hirohito2230) on

    โกซาน โนะ โอคุริบิ (Gozan no Okuribi) หรือ ไดมงจิ โนะ โอคุริบิ (Daimonji no Okuribi) เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม ณ เมืองเกียวโต โดยดวงไฟโอคุริบิ (Okuribi) อันน่าตื่นเต้นนี้จะถูกจุดบนภูเขาของเกียวโต เป็นดังสัญญาณถึงการสิ้นสุดของฤดูร้อน โดยดวงไฟจะถูกจุดขึ้นให้มีลักษณะเป็นตัวอักษรจีนขนาดใหญ่ ปรากฏเป็นภาพประทับใจของคืนฤดูร้อนในเมืองเกียวโต

    ต้นกำเนิดของเทศกาลนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ทั้งยังมีเรื่องเล่าที่หลากหลาย สำหรับชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าบรรพบุรุษที่จากไปแล้วจะกลับมา เพื่อเยี่ยมพวกเขาในช่วงเทศกาลโอบง (Obon) ณ ยอดเขาไดมงจิ (Daimonji) จุดที่สูงที่สุดสำหรับไฟโอบง (Obon) พวกเขาเชื่อว่าแสงที่ถูกจุดขึ้นและส่องสว่างไปยังประตู เป็นดังสัญญาณแห่งการส่งดวงวิญญาณบรรพบุรุษของพวกเขา เพื่อรักษาประเพณีที่ดีงามนี้เอาไว้จะมีครอบครัวที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ดูแลจัดการกองไฟต่าง ๆ โดยเฉพาะ และกองไฟแต่ละกองจะถูกทิ้งไว้นาน 30 นาทีหรือนานกว่านั้น

    เว็บไซต์ของเทศกาลโกซัน โนะ โอคุริบิ (Gozan no Okuribi Website) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง (หมายเหตุ: กองไฟพบได้จากสถานที่ต่าง ๆ รอบเมืองเกียวโต แต่ที่นี่คือที่แรกที่เริ่มจุดไฟ)

    5. เทศกาลจิได (Jidai Matsuri)

    หากคุณกำลังวางแผนที่จะไปเยือนเมืองเกียวโตในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อีกหนึ่งงานเทศกาลที่ขอแนะนำว่าคุณไม่ควรพลาด นั่นคือ เทศกาลจิได (Jidai) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 22 ของเดือนตุลาคม คุณจะได้พบกับขบวนพาเหรดที่ไล่เรียงตามเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีผู้คนทุกเพศ ทุกวัย แต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายโบราณ จากยุคสมัยที่ประเทศญี่ปุ่นยังถูกปกครองด้วยระบบศักดินา ผู้เข้าร่วมบางคนแต่งกายเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองเกียวโต เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลเหล่านั้น

    ขบวนพาเหรดเริ่มต้นในตอนเช้า นำด้วยขบวนแห่ศาลเจ้าขนาดเล็กไปยังพระราชวังอิมพีเรียล เมืองเกียวโต ตามด้วยขบวนแห่ยาว 3 ชั่วโมงในช่วงบ่าย คุณจะได้เห็นนักแสดง 2,000 คน ที่แต่งตัวเป็นซามูไร ชาวบ้าน ทหารและอื่น ๆ และขบวนนี้จะสิ้นสุดที่ศาลเจ้าเฮอัง (Heian Jingū) ซึ่งเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น

    เว็บไซต์ของเทศกาลจิได (Jidai Matsuri Website) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    สัมผัสความงามของเกียวโต โดยการเข้าชมเทศกาลเหล่านี้ ซึ่งถูกจัดขึ้นในแต่ละช่วงฤดูกาลที่แตกต่างกันออกไปตลอดทั้งปี แน่นอนว่า คุณเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเหล่านี้ได้ไม่ยากเลย