ปัญหาที่พบจากการสมัครรับเงิน 100,000 เยนจากรัฐบาลญี่ปุ่น: การทำเครื่องหมายไม่รับเงิน, ระบบออนไลน์ทำสำนักเขตคิวยาวเหยียด

  • ข่าว
  • วัฒนธรรม
  • รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าจะจ่ายเงิน 100,000 เยนให้กับคนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น (รวมถึงชาวต่างชาติ) การสมัครใช้งานออนไลน์ได้เปิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม แต่สถานการณ์ก็ได้เกิดความวุ่นวาย! ในสำนักงานเขตเกิดปัญหาคิวที่ต้องรอยาวนานทุกวัน ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร?

    ค้นหาวิธีการสมัครที่ง่ายรวดเร็วและสะดวกสบาย

    มาตรการชำระเงินฉุกเฉิน 100,000 เยน เป็นมาตรการที่ไม่จำกัดเป้าหมายและสัญชาติ ทารกแรกเกิดและชาวต่างชาติจะถูกนับรวมด้วย ตราบใดที่พวกเขาปฏิบัติตามข้อกำหนดของ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน การสมัครมีสองวิธี:

    แบบที่ 1: การกรอกเอกสาร
    1. รัฐบาลท้องถิ่นจะส่งแบบฟอร์มใบสมัครไปที่บ้าน
    2. หลังจากกรอกแบบฟอร์มคุณจะต้องแนบใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น ใบขับขี่หรือบัตรประกัน หรือบัตรไซริวและสำเนาบัญชีธนาคารแล้วส่งกลับไปทางไปรษณีย์
    3. หากคุณอาศัยอยู่กับครอบครัว ให้ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าบ้านเป็นคนเขียนชื่อสมาชิกทุกคนลงไปเพื่อขอรับเงิน

    แบบที่ 2: ใบสมัครออนไลน์
    1. หากคุณมีบัต Mynumber สามารถสมัครออนไลน์ได้ จะต้องใช้ลายเซ็นแบบอิเล็กทรอนิกส์
    2. ต้องสแกนหรือถ่ายรูปไฟล์บัญชีธนาคารที่ต้องการจะให้โอนเงินเข้าไป

    วิธีการถอน:
    1. หากคุณมีบัญชีธนาคารเพียงกรอกข้อมูลบัญชีในแบบฟอร์ม หมายเลขบัญชีจะต้องเป็นชื่อของตัวเองและชื่อหมายเลขบัญชีและชื่อบัญชีของสถาบันการเงินจะต้องได้รับการยืนยันในเอกสาร หรือสำเนาบัตร ATM หรือหน้าจออินเทอร์เน็ต

    2. ผู้ที่ต้องการรับเงินสด ควรไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เขต เพื่อส่งแบบฟอร์มใบสมัครและรอการแจ้งเพื่อรับเงิน

    ระยะเวลาการชำระเงิน:
    ภายในสามเดือนนับจากวันที่รับใบสมัคร

    เริ่มระยะเวลาการรับสมัครและวันที่ชำระเงิน:
    เริ่มในเดือนพฤษภาคม ระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละเขต

    การชำระเงินนี้ไม่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้

    วิธีการสมัครดูเหมือนง่าย แต่มีปัญหามากมาย

    จากตัวอย่าง ในใบสมัครจะมีข้อมูลพื้นฐานไว้ให้ เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด เป็นต้น ดังนั้น ข้อมูลที่เหลือจะต้องกรอกโดยผู้สมัคร

    ระวัง! อย่าเผลอทำเครื่องหมาย “ไม่รับเงิน”

    ถือว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในการกรอกใบสมัครรับเงิน มีหลายคนที่ทำผิดพลาดและทำเครื่องหมาย X ที่ช่อง “ไม่ต้องการรับเงิน” (เครื่องหมายจะอยู่หลังชื่อทางกรอบสี่เหลี่ยมขวามือ) เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนที่มีความประสงค์จะไม่รับเงิน 100,000 เยนนี้ จึงทำให้ทางรัฐบาลต้องมีช่องสำหรับให้เลือกไม่รับเงินอยู่ด้วย ซึ่งกลายมาเป็นปัญหาสำหรับคนที่เผลอไปกากบาทเลือกช่องนั้น ในกรณีที่ทำพลาดแล้วให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตที่คุณอาศัยอยู่ ทางการยังไม่ได้ยืนยันว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ดังนั้น ในการกรอกข้อมูลรับเงิน 100,000 เยน รัฐบาลท้องถิ่นได้เรียกร้องให้มีความระมัดระวังทุกครั้งในกรอกแบบฟอร์มและเรื่องนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นร้อนให้ถกเกถียงกันในวงกว้าง ดังนั้น ทุกครั้งก่อนที่จะทำการเขียนใบสมัครและส่งใบสมัครทางเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องให้อ่านและตรวจทานให้ดีเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

    แม้ว่าใบสมัครอิเล็กทรอนิกส์ที่มีหมายเลข My number ได้เริ่มต้นก่อนหน้านี้ แต่พบว่ามีปัญหามากมาย เนื่องจากบางคนลืมรหัสผ่านหรือรหัสผ่านถูกล็อคมากกว่า 5 ครั้งและบัตรหมดอายุ (ระยะเวลาที่ถูกต้อง คือ 5 ปี) พวกเขาจะต้องไปที่สำนักงานเขตด้วยตนเองเพื่อสมัครใหม่ซึ่งทำให้สำนักงานเขตต้องมีการต่อคิวยาวทุกวัน

    และผู้ที่สมัครกับโทรศัพท์มือถือก็เจอปัญหาเช่นกัน สิ่งแรก คือ โทรศัพท์มือถือจะต้องเป็นโทรศัพท์มือถือใหม่ที่เปิดตัวในสองปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น iPhone ต้องเป็น iPhone7 ขึ้นไป

    นอกจากปัญหาเกี่ยวกับรหัสผ่านและอุปกรณ์แล้ว จำนวนของพนักงานในสำนักงานเขตก็พบกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน ตัวอย่างเช่น เขตชินากาว่า ได้รับ 10,000 ใบสมัครออนไลน์ในวันที่ 11 พฤษภาคม ข้อมูลจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันว่าเนื้อหานั้นถูกต้องหรือไม่ และหากข้อมูลนั้นผิดจะต้องทำการแก้ไข สามารถดำเนินการรายการได้สูงสุด 100 รายการต่อหนึ่งวัน เขตเซตากายะที่มีผู้อยู่อาศัย 920,000 คน ก็มีการร้องเรียนว่าทำงานล่าช้าเกินไป! FACEBOOK อย่างเป็นทางการของเขตชิบูย่าได้เขียนว่า “โปรดรอสมัครผ่านทางจดหมายในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม หากการใช้งานแอปพลิเคชันออนไลน์มีปัญหา ทางเขตจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งจะดีกว่าถ้ารอการสมัครผ่านทางจดหมาย สำนักงานเขตได้ขอโทษต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการใบสมัครออนไลน์

    วิธีการสมัครคนไร้บ้านและผู้รับผลประโยชน์?

    สำหรับคนไรบ้านที่นอนข้างถนน มาตรการของรัฐบาลในปัจจุบัน คือ แม้ว่าหลังจากวันที่พวกเขายังสามารถสมัครได้ตราบใดที่พวกเขาลงทะเบียนผู้อยู่อาศัยและรับบัตรพำนักถิ่นที่อยู่ในเขตเทศบาลที่อาศัยอยู่ ศูนย์สนับสนุนอิสระในท้องถิ่นสามารถใช้เป็นที่อยู่สำหรับการลงทะเบียนได้ หากอาศัยอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานก็สามารถสมัครได้ หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีสัญญาระยะยาวกับร้านอินเทอร์เน็ตหรือถ้าร้านค้ายินดีที่จะให้ที่อยู่แก่อีกฝ่ายเพื่อใช้ลงทะเบียน ในปัจจุบันรัฐบาลจะไปยังที่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และมีกลุ่มคนไร้บ้านรวมตัวกันเพื่อแจกใบปลิวและเสริมสร้างการประชาสัมพันธ์

    ผู้ที่ออกจากบ้านเนื่องจากความรุนแรงในครอบครัวสามารถขอ “ศูนย์ช่วยเหลือ” และองค์กรอื่น ๆ ที่จะออกใบรับรองหรือ “จดหมายยืนยันการเป็นเหยือที่ถูกกระทำ” ที่ออกโดยเทศบาล หรือ คำสั่งศาลผู้สมัครสามารถย้ายถิ่นที่อยู่ได้

    ในส่วนของยากุซ่าก็มีการออกมาปฏิเสธที่จะไม่รับเงิน 100,000 เยน เพราะการรับเงินจำนวนนี้เท่ากับว่าเป็นการจำนนที่จะอยู่ภายใต้รัฐบาล

    คุณต้องการใช้ 100,000 เยนทำอะไรบ้าง

    หลังจากได้รับ 100,000 เยนนี้ ผู้คนจะต้องการใช้มันอย่างไร? ได้มีการทำสำรวจสอบถามผู้คนจำนวน 2,500 คน ที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 69 ปี จากรายงานพบว่า 70% ของคนตอบว่า ใช้ในรายการค่าอาหารมากที่สุดประมาณ 53%, 37% สำหรับสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน, 22% สำหรับค่าสาธารณูปโภค และ 18% สำหรับอินเทอร์เน็ตบนมือถือ เกือบทั้งหมดเป็นรายการที่จำเป็นในชีวิต

    ที่น่าสนใจ คือ ในบรรดาคนที่ตอบรับนี้เป็นผู้หญิงในวัย 20 มากกว่าครึ่งหนึ่ง ทุกคนตระหนักถึงวิกฤติในอนาคตอย่างมากและเตรียมพร้อมในกรณีที่รายได้ลดลง คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่บ้านและค่าใช้จ่ายในการเช่าและค่าอาหารก็มาจากพ่อแม่ของพวกเขา เพื่อให้คนหนุ่มสาวสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น!

    แผนการที่มีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

    ทันทีที่มีการจัดตั้งเงินช่วยเหลือฉุกเฉินของรัฐบาล เพิ่มงบประมาณ 8.88 ล้านล้านเยนและขนาดของมาตรการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจทั้งหมดต่อไวรัสจะสูงถึง 11.71 ล้านล้านเยน เดิมมีงบประมาณมากกว่า 4 ล้านล้านเยนในแผนดั้งเดิม “แต่ละครัวเรือนสามารถสมัครได้ 300,000 เยน” แต่ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปในทันที?

    เหตุผลหลักคือ กฎการสมัครของ “คนในครอบครัวแต่ละคนสามารถสมัครได้ 300,000 เยน” นั้นไม่คอยเป็นเหตุเป็นผล! มีความจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ว่ารายได้ต่อเดือนของหัวหน้าครอบครัวลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับก่อนที่จะมี coronavirus แต่สิ่งนี้จะมีช่องโหว่ทางกฎหมาย ตัวอย่างเช่น หากสามีเป็นหัวหน้าครอบครัวแม้ว่ารายได้ต่อเดือนจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่รายได้จากการทำงานของภรรยายังไม่ลดลงและสามารถสมัครได้ ถ้าสามีเป็นหัวหน้าครอบครัว แม้ว่ารายได้ต่อเดือนจะลดลง แต่หากไม่ถึงครึ่ง แต่ภรรยาไม่มีรายได้พิเศษและครอบครัวไม่สามารถสมัครได้

    อีกเหตุผลหนึ่งคือ การชะลอการตัดสินใจของรัฐบาลในช่วงเวลานี้ ทำให้ประชาชนขาดความอดทน ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะทำการเปลี่ยนแผน อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเชื่อว่า สิ่งนี้จะทำให้สถานะทางการเงินลดลง แม้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่การเงินจะไม่กลับสู่ภาวะปกติ

    การแจกหน้ากากของรัฐบาล

    นอกจากความต้องการของรัฐบาลที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อเอาใจประชาชนแล้ว รัฐบาลท้องถิ่นก็มีมาตรการของตนเองเช่นกัน ตัวอย่างเช่น รัฐบาลจังหวัดฟุคุอิเตรียมหน้ากากมาสก์ 300,000 กล่อง “หน้ากากอนามัย” ออกให้แก่ผู้ดูแลแต่ละเขต ด้วยบัตรกำนัลนี้ผู้คนสามารถซื้อหน้ากากได้ที่ร้านขายยา “GENKI” ในเขตต่าง ๆ 50 กล่อง หน้ากากแต่ละกล่องสามารถซื้อคูปองได้สูงสุดสองกล่อง

    ตรงกันข้ามกับ “アベノマスク」(abenomasuku) ของนายกรัฐมนตรีอาเบะ ไม่เพียงแต่จะได้รับเพียงสองชิ้นแต่ครอบครัวเท่านั้น ขนาดยังเล็กมาก มาตรการของจังหวัดฟุคุอิได้รับการชื่นชมจากคนญี่ปุ่นและพวกเขาหวังว่าเขตการปกครองและเมืองของพวกเขาจะสามารถทำแบบนี้ได้

    ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชาร์ป (SHARP) ที่เป็นที่รู้จักกันดีได้ผลิตหน้ากาก สามารถให้มาสก์ 3,000 กล่องต่อวัน มันขายในเว็บไซต์ของบริษัท เริ่มต้นในวันที่ 21 หนึ่งคนสามารถซื้อมาสก์ได้ไม่เกินหนึ่งกล่อง หลังจากนั้นพวกเขาจะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องโดยหวังว่าจะผลิต 10,000 กล่องต่อวัน