ศึกเลือกตั้งผู้ว่าโตเกียวท่ามกลางการระบาดโควิด-19

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • นอกจากไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความร้อนแรงให้กับบรรยากาศในโตเกียวแล้ว การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ก็รุนแรงไม่แพ้กัน ผู้ว่าราชการคนปัจจุบันอย่าง Yuriko Koike ได้แสดงความตั้งใจที่จะสู้กับศึกเลือกตั้งนี้อีกครั้ง ท่ามกลางบรรดาผู้เข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในที่สุด?

    โควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้ง

    ผู้ว่าราชการคนปัจจุบัน Yuriko Koike เป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ในประวัติศาสตร์ ดังนั้นเธอจึงได้รับเลือกจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งใน 100 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกในปี 2017 เธอกระตือรือร้นมากในช่วงการระบาดของโรค เธอได้ออกมาปรากฏบนทีวีทุกวันและเรียกร้องให้ประชาชนให้ความสนใจกับการช่วยกันระวังการอยู่รวมกันในที่แออัด และยังได้ร่วมมือกับ YouTuber ดังเพื่อช่วยรณรงค์ให้คนอยู่บ้านช่วยชาติหยุดเชื้อ การประกาศการต่อต้านการแพร่ระบาดแสดงให้เห็นภาพลักษณ์และความสามารถในการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ได้มีชายคนหนึ่งที่เข้ามาเพื่อท้าประลองกับเธอในการแข่งขันเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น!

    ชายคนนี้คือ Taro Yamamoto ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำงานเป็นนักแสดงและก่อตั้งพรรคการเมือง “Reiwa New Selection” ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและกำลังทำงานอยู่ในฐานะนักการเมือง เขากระโดดมาลงสมัครกลางเดือนมิถุนายนเพื่อท้าทายการเลือกตั้งผู้ว่าการโตเกียวเพราะเขาไม่เห็นว่า Koike มีผลงานที่ดีเพียงพอในตอนนี้!

    นอกจากนี้เขายังวิพากษ์วิจารณ์ผู้ว่าการ Koike ที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายตามที่ต้องการ

    Taro Yamamoto จะสามารถเอาชนะ Yuriko Koike ได้หรือไม่? มีผู้ลงสมัครจำนวน 15 คน ในครั้งนี้ที่เราต้องลุ้นว่าใครจะชนะในวันที่ 7 กรกฎาคม 2020!

    รูปแบบการเลือกตั้งแบบญี่ปุ่น

    บรรยากาศการเลือกตั้งในบางประเทศจะเริ่มมีการหาเสียงกันหนึ่งปีก่อนหน้าและจะมีทั้งโปสเตอร์ติดไปในทุก ๆ ที่ แต่สำหรับญี่ปุ่นแล้วจะใช้เวลาแค่สองสัปดาห์ก่อนหน้าโดยเริ่มจากวันที่มีการประกาศเลิอกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง!

    ในส่วนของการหาเสียง โปสเตอร์การเลือกตั้งยังระบุขนาดไว้ที่ “42 ซม. x 30 ซม.” ซึ่งสามารถโพสต์บนกระดานประกาศการเลือกตั้งโดยเฉพาะเท่านั้น และของขวัญไม่สามารถแจกจ่ายให้กับสาธารณะชนได้ นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมรการใช้ถยนต์หาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครจะไปยืนอยู่บนหลังคาของรถที่มีแท่นรองรับให้พวกเขาไปยืนได้และออกอากาศไปตามถนน และจะมีการหยุดอยู่ตามจุดจ่าง ๆ เพื่อให้ผู้สมัครจะยืนอยู่บนหลังคาเพื่อพูดคุยกับประชาชน

    วิธีการลงคะแนนก็แตกต่างกันมาก

    วิธีการลงคะแนนแตกต่างกันมาก! เนื่องจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นระบบต้องเขียนเอง! บัตรลงคะแนนเป็นเพียงกระดาษสีขาวขนาดเล็กและผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องจดชื่อเต็มของบุคคลที่เขาต้องการลงคะแนนด้วยปากกา! ในความเป็นจริงญี่ปุ่นยังมีรูปแบบสัญลักษณ์ (ข้อมูลผู้สมัครจะถูกพิมพ์ลงบนบัตรเลือกตั้งเพียงต้องการตราประทับ) และประเภทการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งใช้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีประเภทอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการเปิดตัวในปี 2002 แต่เนื่องจากมีจำนวนการเข้าใช้งานมากเกินไปจึงไม่ได้ใช้งานในปัจจุบัน

    ข้อเสียของรูปแบบเขียนด้วยตนเองมีมากมาย แต่ญี่ปุ่นยังคงยืนยันที่จะใช้วิธีนี้เพราะการพิมพ์บัตรลงคะแนนมีความซับซ้อนมาก ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งวุฒิสภาปี 2016 มีผู้สมัครจำนวน 164 คนจากพรรคการเมือง 12 พรรค หากพิมพ์บัตรลงคะแนนทั้งหมดการลงคะแนนเสียงจะยาวมากและจัดการได้ยาก

    การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากอดีตอย่างมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อเมื่อลงคะแนนเสียง รัฐบาลได้ทำงานหนักเพื่อจัดหาอุปกรณ์ที่ป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัส

    คุณไม่จำเป็นต้องลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

    ญี่ปุ่นมีระบบพิเศษสำหรับการเลือกตั้งนั่นคือ ไม่จำเป็นต้องลงคะแนนในวันเดียวกัน

    ระบบลงคะแนนล่วงหน้า-สำหรับคนที่ติดภารกิจในวันเลือกตั้งต้องไปทำธุรส่วนตัว

    ระบบการลงคะแนนผู้เข้าร่วม – บางคนไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกับที่อยู่อาศัยในทะเบียนบ้านด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น การรักษาในโรงพยาบาล เป็นต้น แม้แต่ลูกเรือและนักวิจัยแอนตาร์กติก ใช้วิธีส่งจดหมายเพื่อลงคะแนน (คุณจำเป็นต้องนำไปใช้กับคณะกรรมการกิจการเลือกตั้ง สำนักงานทะเบียนบ้านเพื่อลงคะแนนเสียง)

    ระบบเลือกตั้งในต่างประเทศ – ใช้ได้กับผู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ เนื่องจากทำงานหรือเรียนต่อต่างประเทศ คุณสามารถสมัครรับการโหวตจากต่างประเทศได้ที่สถานทูตญี่ปุ่น

    แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีการปรับลดอายุผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเป็น 18 ปี แต่อัตราให้ความร่วมมือของคนหนุ่มสาวยังคงต่ำมาก (การเลือกตั้งวุฒิสภาครั้งที่ 25 ผู้ลงคะแนนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 48.8% และอัตราการลงคะแนนเสียงของผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีน้อยกว่า 40%)!