เมื่อโทรศัพท์มือถือเป็นเหตุผลการลาออกของพนักงานใหม่ในประเทศญี่ปุ่น?!

  • การทำงาน
  • ชีวิตและการทำงาน
  • ในยุคสมัยที่ธุรกิจต้องมีความพร้อมในการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในส่วนของการคัดสรรพนักงานก็เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญเพราะพนักงาน คือ หัวใจที่สำคัญของบริษัท นอกจากนี้การรักษาพนักงานที่มีคุณภาพเอาไว้ในยุคที่การเปลี่ยนงานบ่อยเป็นเรื่องปกติและทัศนคติในการทำงานนาน ๆ ในบริษัทเดียวตลอดทั้งชีวิตได้เปลี่ยนไปแล้วก็เป็นอีกความท้าทายของผู้จ้าง

    ในญี่ปุ่นการเข้ามาทำงานในบริษัทเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการเริ่มต้นเข้าสู่ชีวิตการทำงานที่เรียกได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตคนเลย แม้ว่าระบบการจ้างงานตลอดชีวิตก่อนหน้านี้จะพังทลายลง แต่วัฒนธรรมการทำงานก็ไม่รุนแรงเท่าที่เคยเป็นมาและง่ายต่อการเปลี่ยนงานมากกว่าสมัยก่อน แต่คนส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติตามกฎเดิม ๆ ที่ว่า “งานแรกควรทำอย่างน้อยสามปีก่อนที่จะลาออกไปหางานใหม่” อย่างไรก็ตาม สำหรับการลาออกของพนักงานในยุคปัจจุบันก็มีเหตุผลที่น่าประหลาดใจอยู่มากมาย

    เพราะมันไม่ใช่สมาร์ทโฟน?

    หลายบริษัทได้ให้โทรศัพท์มือถือแก่พนักงานสำหรับใช้งานในบริษัท เพื่อสื่อสารเรื่องงานและโทรหาลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาชีพ เช่น ธุรกิจประกันภัยธุรกิจและสื่อต่าง ๆ ที่ต้องเดินทางบ่อย พนักงานบริษัทประกันเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยฝึกงานให้กับพนักงานใหม่ ซึ่งในช่วงเช้าทุกอย่างก็ดูเป็นไปด้วยดีไม่ว่าจะเป็น การพูดคุยหรือความตั้งใจในการเรียนรู้งานของเขา และพวกเขาก็ยังพูดคุยและหัวเราะสนุกไปด้วยกัน แต่แล้วเมื่อกลับไปที่ออฟฟิศหลังหลังพักกลางวันที่ออกไปทานข้าวข้างนอก พนักงานใหม่คนนั้นได้บอกว่าเขาลืมของบางอย่างไว้ที่ร้านอาหารและจะกลับไปเอา ซึ่งหลังจากนั้น พนักงานใหม่คนนี้ก็ไม่ได้กลับมาที่ออฟฟิศและไม่ได้โทรมาแจ้งอะไรอีกเลย

    จนกระทั่งวันหนึ่งพนักงานโทรเข้ามาในบริษัท และอธิบายว่าเหตุผลในการลาออกของเขา คือ “ฉันรู้สึกอายเพราะโทรศัพท์มือถือที่บริษัทให้ใช้ มันเป็นเครื่องแบบพับ เลยคิดว่าการลาออกจะเป็นการดีที่สุด” เรียกได้ว่า ผู้ว่าจ้างคงอึ้งไปเลยกับเหตุผลนี้ (ในอดีตประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้โทรศัพท์แบบพับในช่วงยุค 90 จนถึงต้นยุค 2000 ก่อนที่จะมีการเข้ามาของสมาร์ทโฟน)

    ลาออกเพื่อท่องโลก

    ผู้บริหารของบริษัทจำนวนมากได้พบกับเหตุผลนี้ พนักงานใหม่บางคนลาออกหลังจากเข้าทำงานได้แค่หนึ่งเดือนด้วยเหตุผลว่า พวกเขากำลังจะเดินทางไปทั่วโลกและบางคนก็ลาออกหลังจากทำงานไปได้ระยะหนึ่ง สิ่งเหล่านี้น่าจะเกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ในวัย 20 ต้น ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจาก Blogger, Youtuber และรู้สึกว่าพวกเขาต้องตระหนักถึงความฝันของตัวเองโดยเร็วที่สุด

    บริษัทเองก็มองว่า คุณควรจะตระหนักถึงความฝันของตัวเองให้ได้ตั้งแต่เริ่มต้นก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมงาน เพราะค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องลงทุนไปกับการฝึกอบรมไปก็มากและสุดท้ายพนักงานก็ลาออกไป

    พฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้มากที่สุดของพนักงานใหม่

    การสนทนา

    เมื่อคุณเข้าสู่สังคมทำงานควรใช้ความสุภาพ พนักงานใหม่ในยุคปัจจุบันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ภาษาญี่ปุ่นมีระดับการพูดหลากหลายและในการทำงานจะต้องใช้ภาษาแบบธุรกิจทั้งกับเพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน

    ตัวอย่าง

    ตอบใช่หรือไม่ใช่:「うん」(x) ->「はい」(O)
    รับโทรศัพท์:「もしもし」(x) ->「お世話になっております Osewa ni natte orimasu (ใช้กับบุคคลภายนอก)/お疲れ様です Otsukaresamadesu
    (ใช้กันภายในบริษัท)」(O)

    ความสัมพันธ์ของระดับ

    พนักงานดื่มมากเกินไปที่งานเลี้ยงต้อนรับและรีบติดต่อกับผู้อาวุโสในทันที หรือเมื่อคุณถูกหัวหน้าของคุณดุ คุณก็ยังมีหน้าหัวเราะอยู่ดี แม้ว่าหลาย ๆ บริษัทจะไม่มีความสัมพันธ์แบบบน – ล่างที่เข้มงวดอีกต่อไป แต่พวกเขาก็ยังต้องปฏิบัติตามขอบเขตที่มองไม่เห็นนั้นและรักษาระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างด้านบนและด้านล่าง

    เรื่องส่วนรวมและส่วนตัว

    โดยปกติการขอลาหยุดด้วยเรื่องส่วนตัวไม่ได้ยากอะไร ไม่ว่าจริง ๆ แล้วจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม มีบางครั้งที่พนักงานใหม่ผลักภาระไปให้รุ่นพี่ในที่ทำงานในนัดหมายสำคัญ โดยอ้างว่าป่วยแต่อันที่จริงแล้วพวกเขาแค่เมาค้างจากคอนเสิร์ตเมื่อคืนหรือบังเอิญตรงกับวันเกิดของพวกเขาเท่านั้น

    ในประเทศไทย การทำงานอาจจะไม่ได้มีพิธีรีตรองมากนัก เราอาจจะมาถึงออฟฟิศพร้อมนั่งทางอาหารเช้าไปด้วบบนโต๊ะหรือแวะไปซื้อกาแฟมานั่งกินก่อนจะเริ่มทำงาน (แม้จะถึงเวลางานแล้ว) ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด (ตราบใดที่รับผิดชอบงานของเราให้เสร็จลุล่วง) หรือแม้แต่คุยกับหัวหน้าอย่างเป็นกันเอง แต่ถ้าต้องทำงานในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะในบริษัทที่ยังมีวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิมที่เคร่งครัด การปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคุญเป็นอันดับแรก