จริงหรือมั่ว? ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตในประเทศญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • แม้ว่าคุณจะไม่เคยมาประเทศญี่ปุ่นเลย แต่ก็คงพอจะนึกภาพออกว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นเช่นไรจากสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือหนังสือ ซึ่งเคยสงสัยไหมว่าความจริงเป็นเหมือนกับที่สื่อพยายามนำเสนอเราหรือไม่? หลังจากที่ผู้เขียนย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นเหมือนที่เคยเข้าใจ ดังนั้นวันนี้เรามาหาคำตอบกันเถอะว่าสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นอันไหนเป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ความเชื่อกันบ้าง?

    ประเทศญี่ปุ่นคือ สวรรค์แห่งเทคโนโลยี

    มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มักจะคิดว่าประเทศญี่ปุ่นคือ ศูนย์กลางแห่งสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุคและเป็นประเทศที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยเทคโนโลยีที่แสนจะล้ำสมัย ในอดีตก็ถือว่าเป็นเรื่องจริงอยู่ แต่ในปัจจุบันนั้นประเทศญี่ปุ่นถือว่าค่อนข้างล้าหลังกว่าประเทศอื่นในด้านเทคโนโลยี หากคุณลองมาเดินในเขตที่ทันสมัยในเมืองโตเกียวแล้วคุณอาจจะรู้สึกว่า… “ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยุค 90 ซะเหลือเกิน” จริงอยู่ว่าครั้งหนึ่งประเทศญี่ปุ่นเคยเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องของเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ แต่หลังจากที่มัวแต่หลงระเริงกับความสำเร็จและหยุดนิ่งอยู่กับความล้ำยุคของตัวเอง เลยทำให้ตอนนี้ญี่ปุ่นล้าหลังกว่าในหลายประเทศ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากนิสัยของชาวญี่ปุ่นที่ดูแลรักษาสิ่งของเป็นอย่างดีเสียจนไม่ต้องการที่จะหาอะไรมาแทนที่นั่นเอง

    ชาวญี่ปุ่นรับประทานซูชิทุกวัน – เป็นเพียงแค่ความเชื่อ

    หากคุณชอบทานอาหารทะเลแล้วล่ะก็ ประเทศญี่ปุ่นคงเป็นเหมือนสวรรค์ของคุณเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่าคนญี่ปุ่นมีชีวิตอยู่ได้ด้วยปลากับข้าวเท่านั้น ดูจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเสียเท่าไร เพราะนอกจากซูชิกับซาชิมิแล้ว ยังมีอาหารประเภทอื่นอีกมากมาย จนอาจพูดได้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนมากทานข้าวสวยอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งเท่านั้น ซูชิกับซาชิมินั้นไม่ใช่อาหารหลักในชีวิตประจำวันและมักจะทานกันเฉพาะเวลากินเลี้ยง (โดยเฉพาะเวลาคุณไปที่ร้านซูชิที่หรูหรา) อาหารญี่ปุ่นที่ทานกันบ่อย ๆ นั้น ได้แก่ ข้าวแกงกะหรี่, ดงบุริ (ข้าวสวยที่มีท้อปปิ้งเป็นเนื้อสัตว์, ปลา, ผัก และไข่), เบนโตะ (ข้าวกล่องสำหรับมื้อกลางวันที่ประกอบไปด้วยปลา เนื้อสัตว์ และผัก), โอนิกิริ (ข้าวปั้น) และอาหารทอดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดคาราเกะและทงคัตสึ (หมูชุบแป้งทอดหั่นเป็นชิ้น ๆ)

    ตู้ขายของอัตโนมัติมีทุกที่ในญี่ปุ่น – เป็นความจริง

    ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อในเรื่องของความสะดวกสบาย และไม่มีอะไรที่จะให้ความสะดวกสบายไปมากกว่าการที่สามารถหาซื้อเครื่องดื่มแบบกระป๋องและแบบขวดได้ทุกที่ทุกเวลาอีกแล้วล่ะ ว่าไหม? ตู้ขายของอัตโนมัตินั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในประเทศญี่ปุ่น บางครั้งคุณจะเห็นตู้ขายของอัตโนมัติหลายเครื่องเรียงต่อกันอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน จำนวนตู้ขายของอัตโนมัติในประเทศญี่ปุ่นมีอยู่กว่า 5.5 ล้านเครื่องเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทุก 100 เมตรที่คุณเดินบนถนน คุณจะต้องเจอเจ้าเครื่องนี้อย่างน้อยหนึ่งเครื่องเลยล่ะ

    ค่าครองชีพที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นแพงสุด ๆ – เป็นความจริง

    ไม่ว่าใครก็ต่างรู้ดีว่าโตเกียวนั้นมีค่าครองชีพสูง แต่ถ้าคุณออกมาจากโตเกียวปุ๊บ ค่าครองชีพจะลดลงแบบฮวบฮาบเลยทีเดียว ผู้เขียนใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษมาเป็นเวลาหลายปี และกล้าพูดได้ว่าค่าครองชีพของที่นี่เทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่นเลย แต่ถึงอย่างนั้นตามเมืองเล็ก ๆ ของของประเทศอังกฤษก็มีค่าครองชีพที่ไม่แพงนัก ทำให้แม้แต่คนที่มีรายได้น้อยก็สามารถออมเงินและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย ๆ

    ชาวญี่ปุ่นนั้นทั้งสุภาพและเป็นมิตร – เป็นทั้งความจริงและความเชื่อ

    คุณอาจจะหลงใหลในความสุภาพและความเป็นมิตรของคนญี่ปุ่น ผู้คนในร้านค้าต่าง ๆ จะสุภาพและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี นอกจากนี้คนที่นี่จะให้ความช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่หากคุณเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาพลักษณ์ของความสุภาพแบบสุด ๆ ของคนญี่ปุ่น

    อย่างไรก็ตาม ความสุภาพนอบน้อมแบบสุดโต่งเหล่านี้มีไว้ใช้กับคนแปลกหน้าเท่านั้น คุณอาจจะเห็นว่าพนักงานแคชเชียร์ดูเป็นมิตรกับคุณ แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานของคุณนั้น อาจจะดูห่างเหินกับคุณมาก ๆ ซึ่งก็แล้วแต่คนด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วคนญี่ปุ่นมักจะให้ความสนิทสนมกับคนในกลุ่มของตนมากกว่า และคนญี่ปุ่นส่วนมากมักจะไม่ค่อยคบหากับคนใหม่ ๆ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ หากคุณได้เป็น “ไกจิน” (แปลว่า คนต่างชาติ) ในประเทศญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ การที่เพื่อนบ้านจะไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคุณหรือการที่คุณไม่ค่อยได้รับคำเชิญไปงานสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานถือเป็นเรื่องปกติ

    บ้านทุกหลังในญี่ปุ่นปูด้วยเสื่อทาทามิ – เป็นเพียงแค่ความเชื่อ

    ทาทามิ เป็นคำที่ชาวต่างชาติได้ยินกันบ่อย ๆ แต่อาจไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ทาทามิเป็นชื่อของวัสดุปูพื้นหรือเสื่อที่มีลักษณะนุ่มและบุด้วยวัสดุจากธรรมชาติ ใช้แทนพรมในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง แต่การใช้งานทาทามินั้นไม่ได้ใช้กันโดยทั่วไปอย่างที่คุณเข้าใจ บ้านชาวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอาจจะมีการปูด้วยเสื่อทาทามิทั้งหมด แต่ในปัจจุบันมีวัสดุปูพื้นให้เลือกตกแต่งมากขึ้น ทำให้ทาทามิไม่ได้เป็นที่นิยมเหมือนสมัยก่อน บ้านแบบญี่ปุ่นส่วนมากจึงใช้เสื่อทาทามิปูพื้นในห้องนอนและห้องนั่งเล่น ส่วนห้องครัวและบริเวณห้องรับประทานอาหารจะนิยมใช้วัสดุปูพื้นที่เป็นไม้เสียมากกว่า ส่วนพรมนั้นไม่ใช่วัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนัก แต่ก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในอพาร์ทเมนต์ขนาดเล็ก เช่น หอพักนักเรียนนักศึกษา นอกจากนี้พรมและวัสดุปูพื้นที่มีความหรูหราก็มีให้เลือกซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย

    ในหนึ่งวันคนญี่ปุ่นโค้งคำนับเป็นร้อยๆ ครั้ง – เป็นความจริง

    ความจริงอาจจะไม่ถึงกับเป็นร้อย ๆ ครั้งทุกวัน…แต่ผู้เขียนเคยได้ยินมาว่าพนักงานตามร้านขายของที่มีหน้าที่โค้งคำนับให้แก่ลูกค้าเวลาพวกเขาออกจากลิฟต์นั้น ตั้งแต่เข้างานจนครบ 8 ชั่วโมงพวกเขาต้องโค้งคำนับอย่างน้อยหลายร้อยครั้งเลยทีเดียว นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังโค้งตัวอย่างเป็นธรรมชาติแม้กระทั่งตอนกำลังคุยโทรศัพท์อีกด้วย นอกเหนือไปจากจำนวนการโค้งคำนับในแต่ละวันแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังแบ่งการโค้งเป็นหลายระดับเริ่มตั้งแต่การก้มศีรษะประมาณ 5 องศาคล้ายกับการพยักหน้า ในส่วนของการทักทายจะมีการโค้งตัว 15 องศา หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า เอชาคุ (Eshaku) ส่วนการโค้งระดับถัดมาใช้เพื่อ ‘แสดงความเคารพ’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เคย์เรย์ (Keirei) โดยการโค้งตัว 30 องศานี้จะใช้กับบุคคลที่มีสถานะทางสังคมที่ ‘สูงกว่าคุณ’ (เช่น หัวหน้าของคุณ) และการโค้งระดับถัดมาที่ใช้สำหรับการเคารพอย่างสุดซึ้ง ซึ่งเรียกว่า ไซเคย์เรย์ (Saikeirei) เป็นการโค้ง 45 องศา ใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความขอโทษอย่างสุดซึ้งนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า โดเกซา (Dogeza- 土下座) ซึ่งเป็นการนั่งลงไปกับพื้นให้เข่่าและหน้าผากของคุณสัมผัสกับพื้น…ซึ่งอาจจะพบได้ยากในชีวิตประจำวัน

    ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นมีหลายสิ่งที่ทั้งแปลกและน่าประหลาดใจสำหรับไกจิน (ชาวต่างชาติ) แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น มักจะรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขามาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วกลับพบว่าสิ่งที่พวกเขาเคยได้ยินได้ฟังมานั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว มีความเชื่อแบบไหนอีกบ้างที่ถูกทำลายระหว่างที่คุณอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ลองมาแชร์กันได้ค่ะ