3 สถานที่สุดฮิต รอบทะเลสาบคาวากูจิและภูเขาไฟฟูจิ

  • จุดเยี่ยมชม
  • ยามานาชิ
  • อื่นๆ
  • ภูเขาไฟฟูจิถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นและเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเดินทางไปเยี่ยมชม ไม่ว่าจะไปเพื่อปีนเขา หรือไปเพื่อชื่นชมวิวสวย ๆ อย่างไรก็ตามการใช้เวลาสักสองถึงสามวันไปกับการเที่ยวชมสถานที่รอบ ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว เนื่องจากมีกิจกรรมมากมายให้ทำ และแม้ว่าการปีนขึ้นไปยังภูเขาไฟฟูจิจะสามารถทำได้เพียงแค่ในช่วงสองเดือนต่อปี แต่ก็อย่าให้สิ่งเหล่านี้มาทำให้คุณต้องล้มเลิกทริปของคุณไป เพราะอันที่จริงแล้วการได้ชมความงดงามของภูเขาไฟฟูจิในช่วงเวลาอื่น ๆ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดเช่นกัน

    ทะเลสาบคาวากูจิ เป็นทะเลสาบที่สามารถเดินทางไปได้ง่ายที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ โดยสามารถนั่งรถไฟและรถบัสตรงมาจากโตเกียวได้เลย ทะเลสาบแห่งนี้นอกจากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ยังถือเป็นจุดชมวิวของภูเขาไฟฟูจิที่ดีที่สุดอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงที่บริเวณนี้ปกคลุมไปด้วยดอกซากุระ หรือช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง รอบ ๆ ทะเลสาบมีโรงแรม, โฮสเทล และเรียวกังให้เลือกพักมากมาย รวมถึงร้านขายสินค้าและร้านอาหารต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีวิวที่สวยงามของต้นซากุระและต้นโมมิจิที่ขึ้นอยู่รอบทะเลสาบโดยมีฉากหลังเป็นภาพภูเขาไฟฟูจิ และสำหรับใครที่อยากเห็นทัศนียภาพในมุมสูง ที่นี่มีบริการกระเช้าลอยฟ้า Kachi Kachi ที่จะพาคุณนั่งชมทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้ และที่บริเวณนี้ ตามจุดต่าง ๆ จะมีรูปปั้นตัวการ์ตูนกระต่ายและแรคคูน (หรือ ตัวทานุกิ) ที่ต่างก็เป็นคู่อริกัน ซึ่งเรื่องราวของเจ้าสองตัวนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอให้คุณมาติดตามด้วยตัวคุณเองที่นี่ และตรงทะเลสาบคาวากูจิเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับการเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น สวนสนุก Fuji-Q Highland และหมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai) และนี่คือ 3 สถานที่รอบทะเลสาบคาวากูจิและภูเขาไฟฟูจิ ที่เราขอแนะนำให้คุณต้องลองไปให้ได้

    1. สวนสนุก Fuji-Q Highland

    สิ่งแรกที่คุณจะนึกถึงเมื่อไปเที่ยวที่ภูเขาไฟฟูจิ คงไม่ใช่สวนสนุกอย่างแน่นอน แต่ Fuji-Q Highland ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนต่างรู้จักด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะเครื่องเล่นหวาดเสียวต่าง ๆ ของสวนสนุกแห่งนี้ ที่สามารถทำลายสถิติมาแล้วมากมาย และเป็นสวนสนุกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งที่ควรค่าแก่การไปเที่ยว

    ในปี 1996 Fuji-Q ได้เปิดตัวรถไฟเหาะ Fujiyama ซึ่งในเวลานั้น ถือว่าเป็นรถไฟเหาะที่มีความสูงและมีความเร็วที่สุดในโลก ซึ่งต่อมาก็เสียแชมป์ไปให้กับรถไฟเหาะ Dodonpa ที่เปิดตัวในปี 2001 ซึ่งปัจจุบันถูกจัดให้เป็นรถไฟเหาะที่มีความเร็วที่สุดในโลก! อย่างไรก็ตาม Fuji-Q ก็ไม่ได้หยุดการสร้างสถิติไว้แค่นั้น เพราะในสวนสนุกยังมีรถไฟเหาะ Eejanaika ซึ่งเป็นรถไฟเหาะ 4 มิติหมุนรอบทิศทาง และรถไฟเหาะ Takabisha รถไฟเหาะที่ชันที่สุดในโลก! ดังนั้น สวนสนุก Fuji-Q จะเป็นที่ที่ทำให้คุณได้สนุกสุดเหวี่ยงกับสุดยอด 3 รถไฟเหาะที่เร็วที่สุด ชันที่สุด และแบบ 4 มิติที่หมุนได้รอบทิศทาง ถ้าคุณเป็นผู้ที่ชอบท้าทายความหวาดเสียวและความตื่นเต้น ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด!

    แต่ถ้าหากเครื่องเล่นเหล่านี้จะไม่ใช่ทางของคุณ ที่นี่ยังมีจุดอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อย่างเช่น Thomas Land ซึ่งคุณจะได้พบกับรถไฟโทมัส ตัวการ์ตูนสุดฮิตจากประเทศอังกฤษ คุณจะได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับตัวการ์ตูนชื่อดังอีกมากมาย และหลังจากเหนื่อยล้ากับเครื่องเล่นต่าง ๆ คุณสามารถหลบไปผ่อนคลายด้วยการแช่ออนเซ็นที่ Highland Resort Hotel and Spa หรือฟูจิยาม่าออนเซ็นซื่งอยู่ติดกับสวนสนุก โดยความพิเศษทั้งหมดนี้ คุณสามารถสัมผัสได้ เพียงแค่ลองแวะมาชมภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างภูเขาไฟฟูจิ!

    เว็บไซต์ของสวนสนุก Fuji-Q Highland *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai)

    A post shared by lanxiang0812 (@lanxiang0812) on

    โอชิโนะ ฮักไก เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จำนวน 8 บ่อที่เกิดจากการละลายของหิมะจากภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งน้ำในบ่อมีความใสมาก เนื่องจากน้ำได้ไหลกรองผ่านก้อนหินและหินลาวาของภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลากว่า 80 ปี ก่อนที่น้ำทั้งหมดจะไหลลงมาสู่บ่อน้ำ ในส่วนของหมู่บ้านรอบ ๆ บ่อน้ำ ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคาวากูจิ และทะเลสาบยามานากะ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังหมู่บ้านนี้ได้ โดยใช้บริการรถบัสที่คอยให้บริการรับส่งระหว่างทะเลสาบทั้ง 5 แห่ง สถานที่นี้สวยงามและมีเสน่ห์มาก แม้ว่าจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเยือนก็ตาม นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ บ่อน้ำยังมีสิ่งปลูกสร้างที่มีความเก่าแก่ตามแบบดั้งเดิม มีบ้านที่มุงหลังคาด้วยฟาง รวมไปถึงต้นไม้และพืชพรรณที่งดงาม บ่อน้ำเองก็มีความใสสะอาดและสามารถมองเห็นพืชและปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำได้

    ถ้าเกิดรู้สึกหิวขึ้นมา ลองแวะชิมมันเทศย่างและข้าวเกรียบร้อน ๆ รองท้องไปด้วยในระหว่างเดินทาง นอกจากที่จะได้ชมบ่อน้ำและธรรมชาติอันสวยงามแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่เรียกว่า ฮันโนกิ บายาชิ ชิเรียวกัง (Hannoki Bayashi Shiryokan) เป็นที่ที่คุณสามารถพบเห็นสิ่งปลูกสร้างแบบโบราณ, อุปกรณ์การเกษตร และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับซามูไร ซึ่งสถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับช่างภาพที่ต้องการถ่ายภาพแบบย้อนยุคและภาพบ้านเรือนที่ใช้ฟางมุงหลังคาแบบโบราณ พร้อมฉากหลังเป็นยอดภูเขาไฟฟูจิ

    เว็บไซต์ของโอชิโนะ ฮักไก *เฉพาะภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. เจดีย์ชูเรอิโตะและศาลเจ้าอาราคุระเซ็นเง็น (Chureito Pagoda and Arakura Sengen Shrine)

    สถานที่สุดท้ายที่จะพูดถึงต่อไปนี้ เป็นสถานที่โปรดของผู้เขียน ซึ่งได้ยกเอามาไว้ท้ายสุดคือ เจดีย์ชูเรอิโตะ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีจากภาพถ่ายหรือในคู่มือท่องเที่ยว แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีชื่อเสียงอย่างมาก แต่กลับมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับจุดชมวิวอื่น ๆ ในญี่ปุ่น

    เจดีย์ชูเรอิโตะ เป็นเจดีย์ 5 ชั้น สร้างบนภูเขาที่หันหน้าไปทางภูเขาไฟฟูจิ ตั้งอยู่ภายในบริเวณศาลเจ้าอาราคุระเซ็นเง็น ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งภูเขาไฟฟูจิ โดยเจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1963 โดยมีจุดประสงค์เพื่อความสันติสุข และสถานที่ตั้งโดยรอบของเจดีย์ก็มีความเงียบสงบมาก สามารถเดินทางไปได้สองทาง คือ การเดินขึ้นบันได 400 ขั้น หรือการขับรถขึ้นไป โดยระหว่างทางคุณจะได้ชื่นชมธรรมชาติอันงดงาม ต้นไม้ที่สวยงาม หรือ (ถ้าคุณโชคดีหรือโชคร้าย) คุณอาจได้พบกับลิงหรือหมูป่า และเมื่อเข้าสู่บริเวณตัวศาลเจ้าผ่านซุ้มประตูขนาดใหญ่ (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า”โทริอิ”) คุณจะสามารถมองเห็นส่วนที่เหลือของภูเขา ในส่วนของเส้นทางด้านหลังของเจดีย์นั้น ยังไม่มีการปูพื้นทางเดิน แต่คุณก็สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ โดยจะนำคุณไปสู่จุดชมวิวที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่

    เนื่องจากภูเขาไฟฟูจิขึ้นชื่อในเรื่องของความขี้อาย ทำให้บางครั้งก็ไม่สามารถมองเห็นวิวของภูเขาไฟได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณไม่อยากพลาดโอกาสในการมองเห็นวิวที่สวยงามนี้ ควรมาในช่วงเช้าหรือช่วงฤดูหนาว และสามารถมองเห็นวิวได้ชัดที่สุดในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานและช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งการขึ้นบันไดถึง 400 ขั้น แล้วได้เห็นวิวที่งดงามนี้ ถือว่าคุ้มค่ากับรางวัลที่ได้รับ!

    เว็บไซต์ของเจดีย์ชูเรอิโตะและศาลเจ้าอาราคุระเซ็นเง็น
    การเดินทาง

    และนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกิจกรรมดี ๆ ที่คุณสามารถทำได้เมื่อมาเยือนทะเลสาบคาวากูจิ ทั้งนี้ยังคงมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ แต่เพียงแค่ 3 กิจกรรมนี้ ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่สุดยอดแล้ว

    ข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสาบคาวากูจิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง