3 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรในญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • การตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรเป็นครั้งแรกอาจจะทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกกลัวและเป็นกังวล เนื่องจากไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร หรือไม่รู้จะเชื่อคำแนะนำของใครดี ยิ่งถ้าเป็นในประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างออกไปก็จะยิ่งทำให้อะไรต่อมิอะไรยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก

    ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงในการให้กำเนิดบุตร อัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารกอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในโลก แต่ทว่าธรรมเนียมปฏิบัติของคนญี่ปุ่นในเรื่องนี้ก็อาจจะทำให้ผู้หญิงต่างชาติสับสนและยากที่จะเข้าใจด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น 3 เรื่องต่อไปนี้

    1. น้ำหนักตัว (Weight Gain)

    ถึงแม้จะมีอาการแพ้ท้อง ข้อเท้าบวม แต่คุณแม่ก็สามารถทานอาหารได้เต็มที่ใช่ไหมเพื่อลูกในท้อง? แต่ไม่ใช่ที่ญี่ปุ่น

    ในประเทศอื่น ๆ แพทย์จะแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักได้ 10-14 กิโลกรัมสำหรับผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวปกติ แต่ที่ญี่ปุ่นมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักตัวของผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ต่างออกไป โดยแนะนำว่าควรเพิ่มน้ำหนักไม่เกิน 7-12 กิโลกรัม ยิ่งไปกว่านั้นผลการสำรวจความเห็นของผู้หญิงต่างชาติที่ให้กำเนิดบุตรในประเทศญี่ปุ่นพบว่ามีถึง 17 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับคำแนะนำให้คุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 6 กิโลกรัม

    ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจจะได้ยินคำเตือนประมาณว่า “ระวังหลังคลอดจะลดน้ำหนักไม่ได้นะ” “เราทำคลอดไม่ได้ถ้าคุณน้ำหนักเกิน เพราะโต๊ะจะรับน้ำหนักไม่ไหว” หรืออีกอย่างที่ผู้เขียนชอบที่สุดคือ “ช่องคลอดของคุณมีไขมันมารวมตัวกันมากเกินไปแล้วนะ ระวังศีรษะทารกจะติดอยู่ตรงนั้นและออกมาไม่ได้”

    2. เรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา

    ไม่ว่าที่ไหน ๆ ผู้หญิงตั้งครรภ์และคุณแม่วัยสาวก็มักจะได้รับคำแนะนำที่ตัวเองไม่ได้ขอ บางครั้งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่ารู้ แต่ก็มีหลายครั้งที่บรรดาคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากจะเป็นการเตือนตัวเองว่า ให้ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อลูกที่จะเกิดมาเท่านั้น

    ที่ญี่ปุ่นก็เช่นกัน ถ้าคุณตั้งครรภ์ที่นี่ สิ่งที่จะมีคนบอกคุณเสมอก็คือ ทำข้อเท้าให้อุ่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะจุดกดทับเหนือข้อเท้าซึ่งจะต่อไปถึงมดลูก ถ้าบริเวณนั้นเย็นจะส่งผลให้คลอดลำบาก อวัยวะอีกส่วนหนึ่งที่จะมีคนบอกให้คุณทำให้อุ่นไว้ก็คือท้อง แม้อากาศจะร้อนแค่ไหนก็ต้องปิดเอาไว้หลาย ๆ ชั้น เพราะถ้าบริเวณท้องเย็นลงจะทำให้ทารกในครรภ์ “เป็นหวัด” ได้

    เรื่องที่แปลกที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ถ้าคุณล้างห้องน้ำ จะได้ลูกที่น่ารัก ซึ่งอันที่จริงก็น่าสงสัยเหมือนกันว่าคนที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาอาจจะเป็นคุณพ่อบ้านที่อยากให้ภรรยาล้างห้องน้ำก็เป็นได้

    3. การบรรเทาอาการปวด

    ในฐานะที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว หลายคนคงจะเข้าใจว่าการบล็อกหลังเพื่อระงับอาการปวด (epidural) และยาแก้ปวดต่าง ๆ เป็นมาตรฐานทั่วไปในญี่ปุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วโรงพยาบาลส่วนมากในญี่ปุ่นไม่ได้ให้ยาระงับอาการปวดในการคลอดบุตร และโรงพยาบาลที่สามารถให้บริการนี้ได้ก็ต้องมีการแจ้งโดยผู้ป่วยก่อนล่วงหน้าและมักจะต้องมีการกำหนดวันคลอดที่แน่นอน นั่นก็คือคุณจะต้องคลอดในเวลาที่กำหนดหรือไม่ก็ต้องมีการกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอด แต่ถ้าเกิดต้องคลอดก่อนวันที่กำหนดไว้ ก็ต้องเป็นในช่วงวันและเวลาทำการระหว่างเวลา 9:00 – 17:00 น. เนื่องจากวิสัญญีแพทย์จะปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในเวลาทำการปกตินั่นเอง

    ข้อสรุป

    สิ่งที่ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายควรจะทำ ก็คือหาความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรให้มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ก็จะมีผู้หวังดีให้คำแนะนำต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งคำแนะนำทางการแพทย์ซึ่งแน่นอนว่าต้องรับฟังไว้ด้วย ซึ่งคุณก็จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้องและดีที่สุด

    และท้ายสุดนี้ ไม่ควรยึดติดกับคำแนะนำที่ได้รับมากเกินไป เพราะคนเหล่านั้นล้วนหวังดีและห่วงใยจึงแนะนำในสิ่งที่คิดว่าตนเองรู้ หากคุณไม่เห็นด้วยกับสิ่งเหล่านั้นก็แค่ขอบคุณพวกเขาและทำในสิ่งที่คิดว่าใช่ต่อไป