ทำความรู้จัก Silver Market ของญี่ปุ่น แล้ว Silver Goods มีอะไรบ้าง?

  • วัฒนธรรม
  • เป็นที่รู้กันดีถึงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์มากมายตั้งแต่กระปุกออมสินไฮเทคไปจนถึงรถไฟความเร็วสูงพลังแม่เหล็ก อย่างไรก็ตามในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังก้าวหน้าไปในทุกๆด้านนั้น จำนวนประชากรผู้สูงอายุของประเทศกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นภาวะวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้

    เมื่อจำนวนคนชรามีมากขึ้นและมีสัดส่วนประชากรในวัยทำงานจะลดลง ส่งผลกระทบต่ออัตราการผลิตของประเทศ งบประมาณที่เคยใช้เพื่อการพัฒนานวัตกรรมและการค้นคว้างานวิจัยต่างๆ ก็จะต้องถูกจัดสรรเพื่อเป็นสวัสดิการผู้สูงอายุ การที่ประเทศญี่ปุ่นมีสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตนั้น กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ได้ให้ความเห็นว่า แม้ประชากรผู้สูงอายุจะมีประสิทธิภาพในการผลิตต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ดังนั้นด้วยการอาศัยกำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้สามารถเติบโตไปได้ในสภาวะที่ขาดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยตลาดสำหรับผู้สูงอายุเรียกว่า “Silver Market” ส่วนสินค้าเพื่อกลุ่มผู้สูงอายุเรียกว่า “Silver Product” นอกจากนี้ในส่วนภาคธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่ร้านคาราโอเกะไปถึงสถาบันการเงิน ต่างก็เน้นเป้าหมายไปที่ “Silver Yen” ซึ่งก็หมายถึงเงินที่กลุ่มผู้สูงอายุใช้จ่ายนั่นเอง

    วิกฤตการณ์ทางนวัตกรรม

    old-japanese-lady

    ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในการดูแลคุณภาพชีวิตของกลุ่มประชากรสูงอายุ ซึ่งมีการประมาณกันว่า กลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีจำนวนสูงถึง 1 ใน 4 ของประเทศ และจะเพิ่มเป็นสองเท่าในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 21 นอกจากนั้น อัตราการเกิดที่ต่ำก็ทำให้ประชากรของญี่ปุ่นกลับข้างจากเดิม คือมีคนสูงอายุมากกว่าคนวัยทำงาน ทำให้เกิดสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่น ดังจะเห็นได้จากการที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วด้วย

    ญี่ปุ่นได้กลายเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีหลังการปฏิรูปเมจิและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งหลายคนมองว่าญี่ปุ่นได้ผ่านช่วงเวลาของ “กระบวนการปฏิวัติแบบเงียบ” หลังสงครามไปแล้ว แต่อุปสรรคที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม ในขณะที่ชาติตะวันตกต่างพึ่งพากลุ่มผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ในประเทศ เพื่อขจัดปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ แต่ญี่ปุ่นยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

    ญี่ปุ่นกำลังพยายามแก้ปัญหาด้านประชากร โดยการปรับเงื่อนไขในการทำงานของผู้หญิงให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเพิ่มอัตราการเกิดของประชากรได้ รวมทั้งช่วยให้ประชากรสูงอายุได้รับเงินบำนาญและสวัสดิการที่ดี แต่ดูเหมือนว่ามาตรการดังกล่าวจะยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางการตลาดเพื่อเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุให้มากขึ้น

    ความเป็นจริงก็คือ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงอายุในท้องตลาดอยู่กี่ชนิดกัน? ดังนั้นญี่ปุ่นต้องเร่งพัฒนาในด้านนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังซื้อและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จะเห็นได้ว่ามีบริษัทใหม่ๆผลิตสินค้าเพื่อผู้สูงอายุออกสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอเกม หนังสือ ภาพยนตร์ อาหาร รวมไปถึงหุ่นยนต์ และอื่นๆ เป็นความพยายามอย่างเต็มที่ของญี่ปุ่นเพื่อเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุ จากที่กล่าวถึง Silver Product ไปแล้วข้างต้น เราจะขอนำเสนอสินค้าที่กำลังสร้างความฮือฮาอยู่ในขณะนี้!

    1. หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ (Carebots)

    สิ่งหนึ่งที่มากับการเพิ่มขึ้นของคนสูงอายุ ก็คือปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคความจำเสื่อมหรือปัญหาด้านสุขภาพจิต เกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมากมายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะทางด้านประกัน อุปกรณ์การแพทย์ หรือด้านการบริการ คนญี่ปุ่นเคยเชื่อว่าการดูแลผู้สูงอายุเป็นความรับผิดชอบของคนในครอบครัว แต่ตอนนี้อาจไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว!

    คลินิก ศูนย์ดูแลผู้ป่วย ร้านค้าและบริการด้านสุขภาพเกิดขึ้นมากมายในญี่ปุ่น พร้อมๆกับการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโรคความจำเสื่อมหรือโรคที่เกี่ยวกับความเครียด

    A post shared by tess mcmahon (@mcmahontess) on

    หุ่นยนต์พาโร (PARO) (*เฉพาะภาษาอังกฤษ) เป็นหุ่นยนต์เพื่อการบำบัด มีลักษณะเป็นลูกแมวน้ำส่งเสียงได้ที่สามารถช่วยผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมลดความวิตกกังวลและฟื้นฟูสภาพจิตใจ หุ่นยนต์นี้ไม่ได้วางขายแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้น มีการส่งออกไปที่สหรัฐอเมริกาด้วย และมีคลินิกโรคความจำเสื่อมจำนวนมากในทั้งสองประเทศใช้เจ้าหุ่นยนต์นี้ช่วยบำบัดผู้ป่วย พาโรได้รับความนิยมอย่างสูงและสร้างรายได้มหาศาลให้ PARO Robots บริษัทผู้ผลิต

    นอกจากหุ่นยนตร์แมวน้ำพาโรหน้าตาน่ารักแล้วก็ยังมี หุ่นยนต์โรแบร์ (ROBEAR) (*เฉพาะภาษาอังกฤษ) ซึ่งช่วยยกและเคลื่อนย้ายผู้สูงวัยไปที่ต่าง ๆ ได้ หุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยคนชราในชีวิตประจำวันเหล่านี้เรียกว่า “carebots” (แคร์บอท) ซึ่งธุรกิจแคร์บอทนี้คาดกันว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเป็นเพื่อนดูแลคนที่อาจต้องอยู่ตามลำพังเมื่อเข้าสู่วัยชรานี่เอง

    2. วิดีโอเกม

    ภาพเด็ก ๆ ตามร้านเกมอาจจะเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนชินตา แต่รู้หรือไม่ว่า จำนวนผู้สูงอายุที่ไปเล่นเกมตามร้านนี้กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางร้านเกมถึงกับเปิดร้านมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ มีการจัดที่นั่งและติดตั้งป้ายเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเล่นเกมได้อย่างสะดวกสบาย เกมเก่า ๆ เช่น แพคแมนและมาริโอ้ ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งเพราะคนรุ่นเก่าอยากจะเล่น

    บริษัท Nintendo (นินเทนโด้) ได้ผลิตเกมชื่อ “Brain Age” (เบรนเอจ) ที่มียอดขาย 6.7 ล้านก็อปปี้ตั้งแต่เปิดตัว เกมนี้เป็นเกมฝึกสมอง มีปริศนา คำถาม และแบบฝึกเชาว์ปัญญาต่างๆ เพื่อช่วยผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ทางด้านบริษัทเกมอีกแห่งหนึ่ง SEGA TOYS (เซก้า ทอยส์) ก็ผลิตเกมฝึกสมองที่เรียกว่า “Brain Trainer” (เบรน เทรนเนอร์) ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากเช่นเดียวกัน

    เครื่องเล่นเกม Retro Freak (เรโทร ฟรีค) (*เฉพาะภาษาอังกฤษ) ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายของบริษัท CYBER Gadget (ไซเบอร์ แก็ดเจ็ต) สามารถใช้กับตลับเกมและเล่นเครื่องเล่นเกมรุ่นเก่าได้ถึง 9 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Famicom (แฟมิคอม) Game Boy (เกมบอย) หรือ PC Engine (พีซีเอนจิน) แม้จะไม่มีสถิติเกี่ยวกับจำนวนนักเล่นเกมสูงอายุ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเกมมูลค่ากว่าห้าแสนล้านเยนนั้นกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าในอีกสิบปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

    3. อาหารและสิ่งบันเทิง

    ธุรกิจอาหารและบันเทิงเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่น อย่างที่เราทราบกันดีว่าญี่ปุ่นเป็นศูนย์รวมของอาหารอร่อยนานาชนิด รวมไปถึงกิจกรรมด้านความบันเทิงต่างๆ แต่ความต้องการของผู้บริโภคก็อาจเปลี่ยนไปเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่น ต้องการอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น รวมไปถึงบริการที่ปรับเปลี่ยนตามวิถีชีวิต กลุ่มร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven (เซเว่นอีเลฟเว่น) FamilyMart (แฟมิลี่มาร์ท) และ Lawson (ลอว์สัน) จึงได้เพิ่มบริการส่งข้าวกล่องสำหรับคนชราที่ไม่สามารถเดินทางมาที่ร้านได้ ซึ่งขณะนี้มีให้บริการอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว และจะขยายไปทั่วประเทศในเร็วๆนี้ แฟมิลี่มาร์ทถือว่าเป็นผู้นำด้าน Silver Market เพราะนอกจากจะมีบริการส่งอาหารแล้ว ยังรับส่งยาและวัตถุดิบในการทำอาหารด้วย นอกจากนี้ยังได้เปิดตู้คาราโอเกะที่สาขาหนึ่งที่เขตคามาตะในกรุงโตเกียวอีกด้วย

    ทางด้านวงการบันเทิงนั้น Silver Goods หมายถึงคืองานเพลงที่ร้องโดยกลุ่มศิลปินอาวุโส ซึ่งมีเพิ่มขึ้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เช่น วง KBG84 ซึ่งอายุเฉลี่ยของสมาชิกคือ 84 ปี โดยอายุของศิลปินญี่ปุ่นนั้นส่วนมากจะอยู่ในช่วงวัยกลางคน 40-50 ปี เช่น Kosaka Daimaou ศิลปินตลกอายุ 43 ปี ผู้ร้องเพลง PPAP (*เฉพาะภาษาอังกฤษ) ที่สร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลกจากเนื้อร้องและท่าเต้นง่ายๆ ที่สนุกสนานนั่นเอง

    ทั้งหมดก็เป็นที่มาของการเติบโตของตลาดที่เรียกกันว่า “Silver Market” ซึ่งมี “Silver Goods” เข้ามาสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรที่จะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันและในอนาคตที่จะถึงนี้