ความฮาบังเกิด เมื่อโดราเอมอนแปลงร่างเป็น เวอร์ชั่นอเมริกัน!

  • วัฒนธรรม
  • ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่เคยมาประเทศญี่ปุ่นก็ตาม แต่ก็น่าจะรู้จักตัวการ์ตูนชื่อดังอย่างโดราเอมอนอย่างแน่นอน! ซึ่งโดราเอมอนเป็นการ์ตูนมังงะชื่อดังที่วาดโดย ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ (Fujiko F. Fuji) และทีมงานของเขา โดราเอมอนถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี 1969 เนื้อหาของการ์ตูนเกี่ยวกับหุ่นยนต์แมวที่มาจากศตวรรษที่ 22 ชื่อว่าโดราเอมอนที่เดินทางย้อนเวลามาช่วยเหลือเด็กผู้ชายที่ชื่อว่า โนบิ โนบิตะ (Nobi Nobita)

    ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ถูกฉายบนจอโทรทัศน์ครั้งแรกในปี 1973 นับจากนั้นเป็นต้นมา บริษัทต่าง ๆ ก็พากันซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปฉายในประเทศของตัวเอง ซึ่งก็มีทั้งไทย ไต้หวัน ฮ่องกง สหราชอาณาจักร สเปน เนเธอแลนด์ โปรตุเกส และประเทศอื่น ๆ อีกมากมาย มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็กสำหรับใครหลายคน และในฤดูร้อนปี 2014 โดราเอมอนได้ถูกเผยแพร่ทางโทรทัศน์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาให้เด็ก ๆ ได้ดู อย่างไรก็ตาม ทางดิสนีย์ซึ่งเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์ของแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ได้เปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมอเมริกัน ซึ่งทำให้แฟน ๆ ของโดราเอมอนหลายคน พากันโวยวายว่านี่ไม่ใช่โดราเอมอนที่พวกเขารู้จักอีกต่อไปแล้ว เรามาดูกันว่าดิสนีย์ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในโดราเอมอนไปบ้าง? ลองมาดูกันเลย

    ชื่อตัวละคร

    จากโนบิตะ (Nobita) เป็น โนบี้ (Noby)

    เนื่องจากนามสกุลของโนบิตะ คือ โนบิ (Nobi) การเปลี่ยนชื่อในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ เพราะโนบิและโนบี้นั้นออกเสียงคล้ายกัน ซึ่งตอนที่ผมเห็นชื่อ โนบี้ (Noby) ผมดันอ่านผิดเป็น “โนบอดี้!” (Nobody ที่หมายถึง ไร่้ตัวตน) ผมยังแอบคิดเลยว่าดิสนีย์พยายามจะสื่อพวกเราว่าโนบิตะ คือ “พวกไร้ตัวตน” ด้วยการเปลี่ยนชื่อหรือเปล่า!

    การเปลี่ยนชื่อตัวละครรวมไปถึงชิสุกะ (Shizuka) ซึ่งกลายเป็น ซู (Sue), สุเนโอะ (Suneo) เป็น สนีช (Sneech), ฮิเดโทชิ เดคิสึงิ (Hidetoshi Dekisugi) เป็น เอส กู๊ดดี้ (ACE Goody) และไจแอนท์ (Giant) เป็น บิ๊ก จี (Big G) อันที่จริงชื่อของไจแอนท์นั้นมาจากภาษาอังกฤษคำว่า “Giant แปลว่า ใหญ่ยักษ์” ซึ่งเหมาะกับตัวละครนี้มากในความเห็นของผม อย่างไรก็ตาม ดิสนีย์คิดว่าชื่อนี้มันดูเรียบไปหน่อย เลยตัดสินใจที่จะเรียกตัวละครนี้ว่า บิ๊ก จี แทน แต่ผมคิดว่ามันฟังดูแปลก ๆ ไปหน่อย นอกจากการเปลี่ยนชื่อไจแอนท์แล้ว ไจโกะน้องสาวของเขาก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ลิตเติ้ล จี (Little G) อีกด้วย

    และชื่อสุดท้ายที่ถูกเปลี่ยนคือ คุณครูของโนบิตะ ซึ่งในต้นฉบับไม่มีชื่อเรียก ก็ถูกเรียกว่า มิสเตอร์ เอส (Mr. S) คุณครูผู้เข้มงวดของโนบิตะ แม้ว่าเขาจะเป็นตัวละครที่สำคัญในเรื่อง แต่ผู้เขียนฟูจิโกะเองก็ไม่ได้ตั้งชื่อให้ บางทีการที่ดิสนีย์ตั้งชื่อให้ตัวละครนี้
    อาจจะเป็นเพราะว่าสงสารตัวละครนี้ก็เป็นได้ แต่ผมกลับคิดว่าชื่อมันฟังดูเหมือนสายลับจากเอฟบีไอยังไงไม่รู้

    วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ถูกเปลี่ยน

    จากตะเกียบเป็นส้อม

    วัฒนธรรมอเมริกันนั้น แตกต่างจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ดังนั้นก็พอจะเข้าใจได้ที่ครอบครัวโนบิต้องเปลี่ยนจากการใช้ตะเกียบมาเป็นใช้ส้อมตอนรับประทานข้าว หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่มันก็ยังดูแปลกอยู่ดีที่จะใช้ส้อมกับข้าวญี่ปุ่น!

    จากเงินเยนเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐ

    จากทานุกิเป็นแมวน้ำ

    ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น โดราเอมอนนั้นถูกเข้าใจผิดว่าเป็นตัวทานุกิ (หรือแรคคูน) อยู่เสมอ แต่ในเวอร์ชั่นอเมริกันนั้น โดราเอมอนกลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแมวน้ำแทน

    จากเด็กขี้แยเป็น…ลูกผู้ชายเต็มตัว?

    โนบิตะไม่ได้เป็นเด็กขี้แยในอเมริกา… ซึ่งฉากที่โนบิตะร้องไห้อย่างบ้าคลั่งก็ถูกตัดออกไป

    ไม่มีนิสัยตะกละอีกต่อไป!

    ถ้าคุณเคยดูโดราเอมอนเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาก่อน คุณอาจจะจำได้ว่าโดราเอมอนนั้นถามหาแต่โดรายากิตลอด หรือกำลังกินโดรายากิอยู่ อย่างไรก็ตาม ในเวอร์ชั่นอเมริกัน คุณจะไม่เห็นฉากเหล่านั้น รวมถึงขนมส่วนใหญ่ก็ถูกแทนที่ด้วยผลไม้แทน! นี่เป็นเพราะว่าตามกฎของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (Federal Communications Commission) ในสหรัฐอเมริกา รายการโทรทัศน์ควรจะส่งเสริมการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

    การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ

    โดราเอมอนในเวอร์ชั่นอเมริกันก็มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เล็กน้อย อย่างเช่น เวลาที่โนบิตะได้ “F” เปลี่ยนเป็นได้ “0 คะแนน” แทน และชื่อญี่ปุ่น โกดะ ชูเต็น (Goda Shouten) ถูกเปลี่ยนเป็น โกดะ กู๊ดส์ (Goda Shouten) ส่วนประตูโดโคะเดะโมะของโดราเอมอนก็ถูกเปลี่ยนเป็น “Anywhere Door (ประตูไปที่ไหนก็ได้)” และสุดท้าย ทาเคะคอปเตอร์ (คอปเตอร์ไม้ไผ่) ของโดราเอมอนก็กลายเป็นฮ็อปเตอร์ (Hopter)

    บทสรุป

    จากเนื้อหาที่พูดถึงเกี่ยวกับความแตกต่างหลัก ๆ ของทั้ง 2 เวอร์ชั่น คุณคิดว่ามันยังเป็นโดราเอมอนที่คุณรู้จักอยู่อีกไหม? แต่ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม คำพูดสุดคลาสสิคของไจแอนท์ที่ว่า “อะไรที่เป็นของฉันก็คือของฉัน อะไรที่เป็นของนายก็เป็นของฉัน!” ก็ยังคงมีอยู่ ถ้าใครมีเวลา ก็ลองหาโดราเอมอนเวอร์ชั่นอเมริกันมาดูเพื่อความแปลกใหม่ได้นะ!

    *Featured Image: jp.fotolia.com/