ข้อแนะนำในการทิ้งขยะ: ระบบรักษ์โลกที่สร้างความสะอาดให้ประเทศญี่ปุ่น

  • เคล็ดลับ
  • ในประเทศส่วนใหญ่ยกเว้นญี่ปุ่น การทิ้งขยะเป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย ขยะก็คือ ขยะ แค่ทิ้งมันลงถัง จะถังไหนก็ได้ แล้วก็โบกมือลาของที่คุณทิ้งไปซะ! ถึงแม้ในหลายประเทศจะมีการแยกขยะให้เห็นอยู่บ้าง อย่างเช่น กระดาษแข็งกับเศษอาหาร แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนหรือต้องใช้เวลาและความพยายามไปกับการทิ้งขยะมากจนเกินไป

    ชาวต่างชาติโดยส่วนใหญ่ที่เดินทางมาประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก มักจะประหลาดใจกับระบบการแยกขยะประเภทต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ที่ทำได้อย่างเป็นระบบและพิถีพิถัน โดยในแต่ละเมืองจะมีข้อกำหนดในการทิ้งขยะเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นคุณจำเป็นต้องระวังให้ดี แต่โดยทั่วไปแล้ว ข้อกำหนดเหล่านั้นก็มักจะคล้ายคลึงกัน ซึ่งวันนี้เราขอเสนอคู่มือแนะนำวิธีการแยกขยะในญี่ปุ่นว่าควรทำอย่างไร รวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับวิธีการแยกขยะ การจำแนกประเภทของขยะ และลักษณะของขยะซึ่งตรงกับเกณฑ์ในการแยกประเภท

    ประเภทของขยะ

    ในญี่ปุ่นนั้น ตามปกติขยะจะถูกจำแนกออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน ซึ่งจะมีวันที่เจ้าหน้าที่มาเก็บขยะแต่ละประเภทโดยเฉพาะ ขอให้คุณจัดการทิ้งขยะของคุณอย่างเป็นระบบ และควรจัดให้มีถังขยะหลายใบอยู่ในอะพาร์ตเมนท์ของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ทิ้งขยะได้ถูกประเภท แล้วควรเช็คด้วยว่าวันไหนที่เป็นวันเก็บขยะของแต่ละประเภท มิเช่นนั้นคุณอาจต้องเก็บขยะชนิดดังกล่าวไว้ในบ้านต่อไปอีกหนึ่งอาทิตย์!

    1. ขยะเผาไหม้ได้ (Combustible)

    ขยะเผาไหม้ได้หรือขยะติดไฟได้จะมีคนมาเก็บอาทิตย์ละสองครั้ง ขยะชนิดนี้จะเป็นขยะประเภทกระดาษ (กระดาษที่ใช้แล้ว, ม้วนกระดาษชำระ, ผ้าอ้อม), ถุงพลาสติกและวัสดุสำหรับห่อของ (ห่ออาหาร, ห่อของขวัญ, ห่อลูกอม, ถุงกระดาษใส่ของ), ของจำพวกยางหรือหนัง (กระเป๋า, รองเท้า, รองเท้าแตะ, รองเท้าบู๊ต), หลอดและบรรจุภัณฑ์อย่างอื่นที่ทำจากพลาสติก (หลอดยาสีฟัน, ขวดน้ำมัน, ขวดซีอิ๊ว, ขวดซอสมะเขือเทศ, กล่องใส่มาการีน, กระปุกใส่โยเกิร์ต)

    2. ขยะไม่เผาไหม้ (Incombustible)

    ขยะเผาไหม้ไม่ได้นี้ จะมีคนมาเก็บเดือนละครั้ง ขยะชนิดนี้ประกอบด้วยพลาสติกขนาดยาว (เส้นเอ็น, สายยาง, เชือก), เครื่องเคลือบเซรามิก (ถ้วยชา, จาน, กระถางดอกไม้), เหล็ก, แก้ว (แจกันดอกไม้, แว่นตา), และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีขนาดเล็ก (เตารีดแบบไม่ใช้ไฟฟ้า, เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต, หม้อหุงข้าว)

    3. ขยะที่มีขนาดใหญ่มาก (Oversized Garbage)

    ขยะประเภทนี้มีทั้งเครื่องเรือนอย่างตู้, ชั้นวางหนังสือ, โซฟา, เตียง, โต๊ะ, และของอย่างอื่น รวมถึงตุ๊กตาของเล่นที่มีขนาดความยาวเกิน 50 เซนติเมตร, รถจักรยาน, รถมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดแรงม้าต่ำกว่า 60 ซีซี, พัดลม, เครื่องดูดฝุ่น, พรม, และเครื่องนอน

    4. ขวดและกระป๋อง (Bottles and Cans)

    ขยะประเภทนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บสองครั้งต่อเดือน ขวดที่ว่านี้รวมถึงขวดแก้วเปล่า ๆ (ฝาขวดจะต้องแยกออกไปต่างหาก), กระป๋องที่ทำจากดีบุก, และกระป๋องอลูมิเนียม ของพวกนี้จะต้องใส่ถุงขยะที่แยกไว้ต่างหาก หรือสามารถทิ้งไว้ในกล่องที่มีคนเตรียมไว้ให้ก็ได้ พวกขวดที่สามารถนำมารีไซเคิลได้นี้ จะเป็นขวดน้ำพลาสติก (แบบที่มีหมายเลข 1 อยู่ในสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยม) ซึ่งต้องใส่ถุงแยกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ขวดประเภทนี้จะต้องเอาฝาออก, ล้างแล้วเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย และบีบอัดให้แบน (คุณสามารถทำได้ด้วยการเหยียบ)

    ข้อกำหนดต่าง ๆ
    1. ถุงขยะที่กำหนดให้ใช้จะแยกประเภทโดยการแบ่งสี (แต่ละเมืองก็ใช้สีที่ต่างกัน) และจะมีขายในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งควรระวังเรื่องการเลือกสีให้ถูกด้วย
    2. วันเก็บขยะ พื้นที่ซึ่งคนจะมาเก็บขยะและข้อกำหนดในการเก็บจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บริเวณที่คนนำขยะไปทิ้งจะมีคำแนะนำบอกว่าขยะประเภทไหนจะเก็บวันไหน คุณควรวางแผนให้ดีและแน่ใจว่าขยะทิ้งอยู่ในถุงที่ถูกต้อง และควรนำไปทิ้งตั้งแต่คืนก่อนวันเก็บขยะ
    3. ถ้าคุณจะทิ้งของอย่างโทรทัศน์ที่พังแล้ว, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น และขยะอื่น ๆ ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการทิ้ง ถ้าของที่ต้องการทิ้งมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมที่คุณต้องจ่ายก็จะสูงขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ในเขตชิบูย่าของโตเกียว ถ้าคุณจะทิ้งเก้าอี้หนึ่งตัว คุณต้องจ่ายเงิน 400 เยน แต่ถ้าคุณจะทิ้งที่นอน คุณต้องจ่าย 1,200 เยน และถ้าคุณจะทิ้งโซฟาหนึ่งตัว คุณต้องจ่าย 2,000 เยน นอกจากนี้จะต้องติดสติ๊กเกอร์ที่ของชิ้นนั้น เพื่อยืนยันว่าคุณได้จ่ายค่ากำจัดขยะชิ้นนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถยื่นคำขอทิ้งขยะของคุณได้ในชุมชนที่คุณอาศัยอยู่โดยการโทรศัพท์ หรือไปที่สำนักงานเขตของเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด ถ้าต้องการข้อมูลเรื่องการทิ้งขยะที่มีขนาดใหญ่ในเขตโตเกียว สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ (เฉพาะภาษาอังกฤษ)
    4. น้ำมันสำหรับทำอาหารในครัวที่ใช้แล้ว จะต้องทำให้แข็งตัวก่อน แล้วค่อยทิ้งลงถังใส่ขยะที่เผาไหม้ได้ ไม่ควรเทลงในอ่างล้างจานเพราะน้ำมันนั้นจะแข็งตัวแล้วทำให้ท่ออุดตันได้
    5. การใช้หลัก 3R (Reduce [ลดการใช้], Reuse [ใช้ซ้ำ], Recycle [นำกลับมาใช้ใหม่]) เป็นสิ่งที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ถ้ามีอะไรที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ก็ใช้ซ้ำไปเลย! ยกตัวอย่างเช่น กล่องกระดาษแข็งใส่ของขวัญเก่า ๆ เหมาะจะนำมาใช้เก็บเครื่องเขียน, เครื่องสำอาง, หรืออุปกรณ์จัดแต่งทรงผมของคุณ กล่องกระดาษใบใหญ่ ๆ ก็สามารถเก็บไว้ได้เผื่อกรณีที่คุณย้ายบ้านและต้องการจะย้ายข้าวของที่มีเป็นจำนวนมาก แกนของม้วนกระดาษทิชชู่สามารถใช้เป็นของเล่นให้หนูแฮมสเตอร์ที่คุณเลี้ยงได้!
    6. เวลาเก็บขยะจะต่างกันไปแล้วแต่สถานที่ อาจเป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 8:00 น. ถึง 10:00 น. ซึ่งคุณควรนำขยะออกมาจากบ้านก่อนถึงเวลาที่กำหนด ไม่อย่างนั้นจะเท่ากับว่าคุณได้พลาดการเก็บขยะคราวนั้นไป แล้วต้องรอต่อไปอีกหนึ่งอาทิตย์หรือมากกว่านั้น อย่างไรก็ดี ขอแนะนำให้คุณนำขยะออกมาทิ้งในช่วงเก็บขยะตอนเช้า เพราะบางชุมชนจะนำกล่องสำหรับใส่ของจำพวกกระป๋องหรือขวดมาตั้งไว้ แต่จะไม่ถูกนำออกมาวางไว้ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันก่อนหน้านั้น
    7. บางพื้นที่อาจขอให้คุณเขียนชื่อของคุณไว้บนถุงขยะ ก่อนที่จะนำมันไปวางไว้ตรงที่ทิ้งขยะ ให้ลองตรวจสอบข้อกำหนดของท้องถิ่น และใช้ปากกาเคมีสีดำเขียนชื่อของคุณให้ชัด ถ้าขยะที่ถูกนำไปวางไว้เป็นของที่นำมาทิ้งผิดวัน หรือของที่อยู่ข้างในนั้นมีปัญหา เจ้าของที่พักจะต้องนำกลับมาคืนให้คุณ อย่างไรก็ดี ถ้าคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ข้างบนนี้ เรื่องแบบนั้นก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น
    เคล็ดลับการทิ้งขยะที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณ

    นอกจากการทิ้งขยะส่วนตัวในบ้านคุณแล้ว คุณยังสามารถใช้ประโยชน์จากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะอนุญาตให้คุณทิ้งขยะที่มาจากข้าวของที่คุณซื้อในร้านนั้น ๆ ได้ ซึ่งช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่ในบ้านของคุณได้อีกด้วย

    ปัจจุบันในซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมาก จะมีถังใส่ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้วางอยู่ข้าง ๆ และคิดเงินด้วย ดังนั้นเมื่อคุณซื้อของเสร็จแล้ว ก็สามารถแกะห่อบรรจุภัณฑ์สำหรับรีไซเคิลและทิ้งได้เลย วิธีนี้จะช่วยให้คุณประหยัดถุงขยะไปได้มากเลยทีเดียว (แล้วถุงพวกนั้นก็ไม่ได้ถูก ๆ เสียด้วย!) แล้วก็ช่วยเบาแรงคุณไปได้บ้าง นอกจากนี้ที่ร้านสะดวกซื้อเองก็มีถังขยะที่คุณสามารถใช้ได้เช่นกัน

    จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณทิ้งขยะไม่ถูกประเภท?

    คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการทิ้งขยะมาก ๆ ในชุมชนต่าง ๆ จะใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองทิ้งขยะได้ถูกต้องและคาดหวังให้ทุกคนปฏิบัติตาม ดังนั้น ถ้าคุณใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นหรือกำลังจะย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณควรศึกษารายละเอียดการทิ้งขยะให้ดี เพื่อจะได้ไม่มีปัญหากับเพื่อนบ้านของคุณ

    อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจำไว้ก็คือ ถ้าคุณแยกขยะไม่ถูก อาจจะไม่มีใครเก็บขยะของคุณไป โดยคนเก็บขยะจะใช้สติ๊กเกอร์สีแดงที่สังเกตเห็นได้ง่ายแปะไว้บนถุงขยะของคุณ เพื่อบอกว่าพวกเขาไม่สามารถรับขยะของคุณไปได้ ซึ่งอาจจะไม่ดีนัก ถ้าเพื่อนบ้านมาเห็นสติ๊กเกอร์ตัวนี้ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ดังนั้นก็พยายามทำให้ถูกเสียตั้งแต่ครั้งแรก!

    ถ้าคุณไม่สนใจแยกขยะให้ถูกต้อง แล้วยังคงทำแบบนั้นซ้ำ ๆ คุณอาจจะได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านของคุณ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และก็อาจจะมีการเรียกตำรวจมา หรือเจ้าของที่พักอาจจะมาเจรจาและขู่ว่าจะดำเนินการบางอย่างกับเรื่องนี้!

    ด้วยเหตุนี้ก็ขอให้คุณพยายามระลึกอยู่ตลอดเวลาว่า การแยกขยะเป็นสิ่งสำคัญมากในประเทศญี่ปุ่น ถ้าคุณไม่ทำตามข้อกำหนดก็อาจจะมีปัญหาตามมาได้ในภายหลัง นอกจากนี้การแยกขยะก็นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แล้วยังเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องปริมาณขยะล้นในประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้ต้องมีการรีไซเคิลขยะอย่างจริงจัง

    แต่…อย่าได้กังวลไป!

    สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มาพำนักอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี ทางมหาวิทยาลัยจะให้คำแนะนำเรื่องการปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น และนั่นรวมถึงวิธีการทิ้งขยะอย่างถูกต้องด้วย ด้วยวิธีนี้ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถมั่นใจได้ว่านักศึกษาของตนจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ที่นี่ได้เป็นอย่างดี ขอให้คุณปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด

    เมื่อคุณย้ายเข้าไปอยู่ในอะพาร์ตเมนท์ใหม่ คุณจะได้รับหนังสือคู่มือเล่มเล็ก ๆ จากเจ้าของที่พัก ซึ่งจะให้รายละเอียดเรื่องที่ทิ้งขยะที่ถูกต้องในเขตที่คุณอาศัย ซึ่งในตอนแรกอาจจะเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แต่เมื่อคุณคุ้นชินกับมันแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก โดยขั้นตอนแรกควรเตรียมถังขยะภายในห้องของคุณก่อน เพื่อแยกใส่ขยะแต่ละประเภทเอาไว้ และคอยระมัดระวังเวลาจะทิ้งขยะในแต่ละครั้งให้ดี!