ทั่วโลกตกตะลึง! กับสาเหตุการออกมาขอโทษของบริษัทรถไฟในประเทศญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในเรื่องต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก โดยเฉพาะกิตติศัพท์ในเรื่องความตรงต่อเวลาของรถไฟ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ต่างประสบกับปัญหาที่แสนทุลักทุเลของระบบขนส่งที่ทั้งเก่าทั้งล่าช้า พร้อมกับเสียงร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ของผู้โดยสารให้ได้ยินอยู่เสมอนั้น ประเทศญี่ปุ่นกลับประสบความสำเร็จในการมีระบบขนส่งที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูงที่พร้อมให้บริการอย่างตรงต่อเวลา

    เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวที่เรียกความสนใจจากผู้คนทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก นั่นก็คือ บริษัทรถไฟแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นได้ออกมาแสดงความขอโทษต่อที่สาธารณะ ในกรณีที่รถไฟขบวนหนึ่งของบริษัทได้ออกจากสถานีก่อนเวลาที่กำหนดเร็วไว้เพียงแค่ 20 วินาทีเท่านั้น

    ซึ่งในปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้น ทั่วโลกต่างก็จับตามองและให้ความสนใจเกี่ยวกับความเป็นไปภายในญี่ปุ่น รวมถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ซึ่งประเด็นการออกมาขอโทษในความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของบริษัทรถไฟนั้น ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในโลกโซเชียล อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ “คนญี่ปุ่นเองให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เช่นเดียวกับคนต่างชาติหรือไม่?” วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงปฏิกิริยาความแตกต่างระหว่างคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติ รวมถึงเรื่องของการตรงต่อเวลาในสังคมญี่ปุ่นกัน

    การขออภัยอย่างสุดซึ้ง

    เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2017 รถไฟญี่ปุ่นสายสึกุบะเอ็กซ์เพรสได้ออกจากสถานีมินามิเวลา 9.44.20 น. โดยเร็วกว่ากำหนดเวลาที่แจ้งไว้ 20 วินาที ซึ่งสถานีแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่วุ่นวายที่สุดในเขตชานเมืองของกรุงโตเกียว และมีผู้คนมากมายมาใช้บริการ

    และในช่วงเย็นของวันนั้น บริษัทรถไฟได้เขียนคำขอโทษผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท โดยพวกเขาได้ขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อความผิดพลาด และเข้าใจดีว่าเหตุการณ์นี้จะต้องกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมากที่ขึ้นรถไฟไม่ทัน และพลาดการเปลี่ยนขบวนรถไฟ รวมถึงทำให้ไปทำงานสายอีกด้วย

    บริษัทรถไฟยังเขียนอธิบายต่ออีกด้วยว่า ถึงแม้ทางบริษัทจะไม่ได้รับการร้องเรียนใด ๆ จากผู้โดยสารถึงความเสียหายหรือผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางบริษัทได้มีการประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก

    หลังจากคำขอโทษของบริษัทรถไฟได้ถูกโพสต์และได้รับการแปลออกไป ก็ได้สร้างความสนใจและมีกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ทั่วโลก

    กระแสจากทั่วโลก

    กระแสข่าวทั่วโลกมีหลากหลายแง่มุม แต่ประเด็นที่น่าจะเห็นพ้องต้องกันก็คือ การขอโทษลักษณะนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในประเทศที่ความล่าช้าหรือปัญหาอื่น ๆ ของรถไฟได้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้ว

    ผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารจากประเทศอื่น ๆ ได้ออกมาชื่นชมวิถีปฏิบัติของคนญี่ปุ่น และได้มีการล้อเลียนเสียดสีเปรียบเทียบบริการที่มีประสิทธิภาพของประเทศญี่ปุ่นกับบริการที่ย่ำแย่ในประเทศของตน หลายคนยังให้ความเห็นอีกว่าบริษัทรถไฟในประเทศของพวกเขาคงไม่มีวันออกมาขอโทษกับความผิดพลาดลักษณะนี้

    อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนที่เห็นต่างออกไป เช่น การขอโทษในเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและการที่ผู้โดยสารได้รับผลกระทบจากการที่รถไฟออกจากชานชาลาเร็วกว่ากำหนด 20 วินาทีนั้น ถือว่าเป็นความผิดพลาดของตัวผู้โดยสารเองที่ไม่วางแผนเผื่อเวลาให้ดี

    นอกจากนี้บางคนยังให้ความเห็นว่า รถไฟที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น มีค่าบริการที่แพงและบริการที่ดีเยี่ยม ผู้คนส่วนมากก็ต้องคาดหวังความสมบูรณ์แบบของการบริการอยู่แล้ว ดังนั้น การออกมาขอโทษจึงถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ควรกระทำ หลายคนต่างชื่นชมบริษัทรถไฟญี่ปุ่นที่เอาใจใส่ต่อผู้โดยสาร และยังเสนออีกว่าบริษัทรถไฟในประเทศของพวกเขา ควรจะเรียนรู้จากญี่ปุ่นไว้เป็นกรณีศึกษา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบของรถไฟให้ดีขึ้น

    กระแสในประเทศญี่ปุ่น

    ปฏิกิริยาของคนญี่ปุ่นค่อนข้างจะเป็นไปในทางเดียวกัน ในกระแสโซเชียลต่างบอกว่าการขอโทษนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แม้ว่าการตรงต่อเวลานั้น จะเป็นสิ่งสำคัญในสังคมญี่ปุ่น แต่การรับผิดชอบเรื่องการตรงต่อเวลาในส่วนบุคคลนั้น ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะถ้าผู้โดยสารพลาดรถไฟไปแค่ 20 วินาที นั่นคือความผิดของผู้โดยสารเอง และบางคนยังให้ความเห็นอีกว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่หมกมุ่นกับเรื่องของความตรงต่อเวลามากเกินไป และการออกมาขอโทษต่อเรื่องต่าง ๆ ที่เร็วจนเกินไปอีกด้วย

    อย่างไรก็ตามมีผู้โต้แย้งว่า ผู้โดยสารบางคนเลือกที่จะมาถึงชานชาลาแบบตรงเวลาพอดี เนื่องจากไม่ต้องการที่จะเสียเวลายืนรอรถไฟนานเกินไป บางคนถึงขั้นปรับนาฬิกาให้เดินตรงตามนาฬิกาของสถานีรถไฟ เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าจะสามารถถึงทันเวลารถไฟแบบพอดิบพอดี ซึ่งกลุ่มผู้โดยสารเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาเป็นอย่างมาก รวมถึงคาดหวังในความตรงต่อเวลาของรถไฟเช่นกัน ดังนั้นความผิดพลาดในครั้งนี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อการเข้าประชุมสายและการเข้างานของพวกเขา

    ส่วนคนญี่ปุ่นทั่วไปให้ความเห็นว่า ถึงแม้การออกมาขอโทษจะไม่มีความจำเป็น และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคงจะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่เราควรจะมองเรื่องนี้ในแง่บวกที่บริษัทรถไฟให้ความสำคัญกับผู้โดยสารมากขนาดนี้

    ความสำคัญของการตรงต่อเวลาในประเทศญี่ปุ่น

    สำหรับใครที่สงสัยว่าที่ญี่ปุ่นให้ความสนใจกับการออกมาขออภัยครั้งนี้หรือไม่ เราคงจะต้องพิจารณาการให้ความสำคัญต่อเรื่องของความตรงต่อเวลาในสังคมญี่ปุ่น

    หากคุณต้องมีนัดกับคนญี่ปุ่น พวกเขาจะมาถึงตรงเวลาอยู่เสมอ หรืออาจจะมาถึงก่อนเวลานัดด้วยซ้ำ ถ้าพวกเขาจำเป็นจะต้องมาสาย ก็จะมีการแจ้งให้คุณรู้ล่วงหน้า การให้ความสำคัญต่อการตรงเวลานั้น ถือเป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นการนัดแบบส่วนตัวหรือแบบทางการ เนื่องจากคนญี่ปุ่นถูกปลูกฝังให้เติบโตมากับนิสัยของการตรงต่อเวลา และพวกเขาก็คาดหวังว่าคนอื่นจะต้องตรงต่อเวลาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การตรงต่อเวลา ถือว่าเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน และเป็นขนบธรรมเนียมที่ฝังลึกในวิธีปฏิบัติของแต่ละบุคคล รวมไปถึงวัฒนธรรมองค์กรของประเทศญี่ปุ่นด้วย

    ดังนั้นการที่บริษัทรถไฟ ทสึคุบะ เอ็กซ์เพรสส์ ออกมาขอโทษต่อความผิดพลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารบางคนที่อาจไปทำงานสาย (เพียงไม่กี่นาทีนั้น) ถือว่าเป็นสิ่งที่สมควรกระทำ อย่างไรก็ตามความเห็นที่แตกต่างกันออกไปของคนญี่ปุ่นนั้น ได้ทำให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นหลายคนไม่ได้รู้สึกไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ใช่ทุกคนที่จริงจังกับเรื่องการตรงต่อเวลาแบบเป๊ะ ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน

    แม้ว่าข่าวการออกมาขอโทษของบริษัทรถไฟในญี่ปุ่นได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบไปทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันคนญี่ปุ่นดูจะไม่ค่อยเป็นกังวลกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รวมไปถึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการออกมาขอโทษของบริษัทรถไฟแต่อย่างใด

    ซึ่งการที่คนญี่ปุ่นไม่ได้ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเท่ากับคนต่างประเทศ อาจจะแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของคนญี่ปุ่นที่ได้เปลี่ยนไปแล้ว รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการตรงต่อเวลาที่ดูจะไม่เคร่งครัดมากเหมือนแต่ก่อน แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?