6 วิธีอิ่มอร่อยอย่างมีคุณภาพในราคาสุดประหยัดที่ประเทศญี่ปุ่น

  • เคล็ดลับ
  • เป็นที่รู้กันดีว่า ค่าอาหารในประเทศญี่ปุ่นมีราคาที่สูงมาก และนี่ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ค่อยแฮปปี้นักเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น แต่อันที่จริงแล้วยังมีทางเลือกอีกมากมายในการซื้ออาหารราคาถูกและมีคุณภาพในประเทศญี่ปุ่น โดยคุณจะต้องลองเปลี่ยนวิธีทานอาหารให้เหมือนเป็นคนในท้องถิ่น ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการซื้ออาหาร ซึ่งเรามี 6 วิธีที่จะช่วยคุณลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการซื้ออาหารที่ประเทศญี่ปุ่นมาฝาก!

    1. คูปอง

    คุณสามารถค้นหาแอปพลิเคชันคูปองส่วนลดสำหรับร้านอาหารต่าง ๆ ในญี่ปุ่น ด้วยคูปองส่วนลดนี้จะช่วยให้คุณหาร้านอาหารในราคาต่ำกว่า 500 เยนได้ แต่ปัญหาก็คือ ข้อความส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นมากกว่า อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้โปรแกรมแปลภาษามาช่วยได้

    นอกจากนี้ยังมีคูปองสำหรับร้านฟาสต์ฟู้ดในประเทศญี่ปุ่นอย่าง KFC, McDonald’s, MOS Burger และ Burger King โดยคูปองเหล่านี้จะอยู่ในแอปพลิเคชันของแต่ละร้าน และคูปองจะเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เป็นเทคนิคที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี

    2. ตัวอย่างชิมฟรี

    ถ้าคุณไปประเทศญี่ปุ่น คุณอาจสังเกตเห็นห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก และซูเปอร์มาร์เก็ต มีการนำเสนอตัวอย่างอาหารชิมฟรี ซึ่งพนักงานแต่ละร้านจะเรียกให้คุณลองชิมตัวอย่างอาหารเหล่านี้ ถึงแม้ปริมาณจะไม่มากแต่ก็สามารถทำให้คุณอิ่มท้องได้ หากคุณลองแวะชิมทุกร้าน ตัวอย่างอาหารชิมฟรีเป็นเทคนิคในการดึงดูดให้ลูกค้าอยากซื้ออาหาร ซึ่งคุณสามารถซื้อได้หากต้องการ แต่อย่าขอชิมตัวอย่างอาหารอื่น ๆ เพิ่ม ถ้าคุณไม่ได้สนใจที่จะซื้อจริง ๆ และหากงบประมาณของคุณมีจำกัด ก็ควรซื้อเฉพาะอาหารที่ต้องการเท่านั้น

    3. ส่วนลดช่วงก่อนเวลาปิดทำการ

    ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีการลดราคาสินค้าในช่วงใกล้เวลาปิดทำการของซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นวิธีกำจัดสินค้าที่ไม่สามารถขายได้ในวันถัดไป โดยทางร้านจะลดราคาประมาณ 30-50 เปอร์เซ็นต์จากราคาเดิม และช่วงเวลาขายส่วนใหญ่จะเริ่มต้นเวลา 18.30 น. ถึง 19:00 น.

    หากคุณกำลังมองหาอาหารที่ลดราคา คุณสามารถสังเกตได้จากป้ายสินค้าที่แปะอยู่ โดยมีหลากหลายเมนู เช่น สลัด อาหารทอด อาหารย่าง ซูชิ เบนโตะ และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีอาหารทานเล่น เช่น ข้าวปั้นและแซนวิช ซึ่งอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้นาน

    นี่เป็นเคล็ดลับในการใช้ประโยชน์จากซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่วนลดเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในศูนย์อาหารที่ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า และเมื่อยิ่งใกล้เวลาปิดทำการ ส่วนลดจะเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่จะเดินมาแปะสติกเกอร์ลดราคาไว้ด้านบนของสินค้า ซึ่งจะมีลูกค้าบางคนที่จะเดินอยู่รอบ ๆ เพื่อรอเวลาให้เจ้าหน้าที่แปะสติกเกอร์ลดราคานั่นเอง

    หากคุณต้องการประหยัดเงินขณะอยู่ที่ญี่ปุ่น ลองใช้เคล็ดลับนี้ดูได้

    4. โรงอาหารในมหาวิทยาลัย

    ในบางมหาวิทยาลัยของประเทศญี่ปุ่น โรงอาหารจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปด้วย ซึ่งราคาอาหารจะไม่แพง เนื่องจากเป็นราคาสำหรับนักศึกษา นอกจากนี้อาหารยังมีคุณภาพที่ดีและมีปริมาณที่มาก ในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีอาหารที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง โรงอาหารของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาก คือ มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo) และมหาวิทยาลัยอาโอยามะ กักกุอิน (Aoyama Gakuin University) ในระหว่างการเดินสำรวจในมหาวิทยาลัย การแวะโรงอาหารของมหาวิทยาลัยเพื่อรับประทานอาหารนั้น ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

    หากคุณไม่ทราบวิธีการสั่งอาหาร คุณอาจลองถามจากนักศึกษาได้ ซึ่งนักศึกษาชาวญี่ปุ่นสนใจที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ แต่พวกเขาอาจจะรู้สึกเขินเล็กน้อย แต่ถ้าคุณเริ่มพูดคุยก่อน พวกเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ และคุณอาจได้ร่วมนั่งทานอาหารกับพวกเขาอีกด้วย

    5. ร้านข้าวหน้าเนื้อ

    ข้าวหน้าเนื้อเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ประกอบด้วยข้าวและราดหน้าด้วยเนื้อวัวและหัวหอมที่เคี่ยวในซอสหวาน ซึ่งซอสปรุงรสนั้นจะประกอบด้วย ดาชิ (dashi น้ำซุปปลาแห้งญี่ปุ่น), ซอสถั่วเหลือง และมิริน ข้าวหน้าเนื้อเป็นหนึ่งในอาหารราคาถูกที่คุณสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น คุณจะสามารถซื้อข้าวหน้าเนื้อชามขนาดกลางที่ราคา 380 เยนได้ที่ร้านโยชิโนยะ (Yoshinoya) ซึ่งเป็นร้านอาหารจานด่วนในประเทศญี่ปุ่น และที่ร้านสุคิยะ (Sukiya) ในราคาชามละ 380 เยน ขณะที่ร้านมัตสึยะ (Matsuya) ขายในราคาชามละ 290 เยน ร้านอาหารจานด่วนเหล่านี้จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้ออาหารอื่น ๆ ได้ เช่น ข้าวแกงกะหรี่และข้าวหน้าหมู

    ส่วนใหญ่ชาวญี่ปุ่นที่ดื่มเบียร์จะเลือกทานข้าวหน้าเนื้อเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น การเตรียมอาหารจานนี้ง่ายและรวดเร็ว สามารถนั่งทานในร้านหรือสั่งกลับบ้านได้เช่นกัน บางสาขามีบริการ Drive-through อีกด้วย ทั้งสะดวกสบาย อร่อย และราคาไม่แพง รับรองว่าต้องถูกใจใครหลายคนอย่างแน่นอน

    6. ร้านสะดวกซื้อ

    ถ้าคุณอยากประหยัดเงินค่าอาหาร คุณสามารถใช้บริการร้านสะดวกซื้อได้เช่นกัน (หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า คอนบินิ ซึ่งย่อมาจาก convenience store) ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าสินค้ามีคุณภาพดีกว่าประเทศอื่น ๆ และมีอัตราการแข่งขันระหว่างร้านสะดวกซื้อแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี

    ร้านสะดวกซื้อจะจำหน่ายข้าวปั้นญี่ปุ่นในราคาประมาณ 100-200 เยน ชุดข้าวกล่องอาหารกลางวัน ราคาประมาณ 380-600 เยน อีกทั้งอาหารทอดและของหวาน นอกจากนี้ยังมีอาหารสำเร็จรูปหลายชนิด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงกาแฟที่มีราคาเพียงแค่ประมาณ 100 เยนต่อถ้วยเท่านั้น

    ภายในร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่จะมีโต๊ะและเก้าอี้อยู่ภายในร้าน ซึ่งคุณสามารถนั่งทานอาหารที่นี่ได้เลย และนี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าจดจำในการเดินทางของคุณ

    และทั้งหมดนี้ คือ วิธีการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณเอง