12 เคล็ดลับควรรู้ ก่อนท่องแดนเวทมนตร์ที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์

  • เคล็ดลับ
  • เมื่อพูดถึงตัวละครสุดคลาสสิคของดิสนีย์อย่าง ซินเดอเรลล่า โฉมงามกับเจ้าชายอสูร อลิซในแดนมหัศจรรย์ แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยมีความฝันที่จะแปลงร่างเป็นตัวละครเหล่านี้กัน แต่ลองมาจินตนาการกันดูเล่นๆว่า ถ้าตัวละครเหล่านี้ย้ายมาอยู่ที่ดินแดนแห่งอนิเมะและคอสเพลย์อย่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว จะเป็นอย่างไร?

    ประวัติและรางวัล

    สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี ตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เดอะ โอเรียนทัล แลนด์ (Oriental Land) เป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกที่เปิดนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกออกแบบโดยใช้รูปแบบเดียวกับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และสวนสนุก Magic Kingdom ที่ตั้งอยู่ที่รัฐออร์แลนโด โดยตั้งแต่เริ่มเปิดทำการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 1983 โตเกียวดิสนีย์แลนด์ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งหนึ่งในรางวัลที่มีเกียรติที่สุดที่ได้รับเมื่อปี 2013 คือ การถูกจัดอันดับให้เป็นสวนสนุกที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากสวนสนุก Magic Kingdom ที่ตั้งอยู่ในวอล์ท ดิสนีย์ รีสอร์ท หลังจากที่มีผู้เข้าชมถึง 17.2 ล้านคน และในปี 2002 เพียงปีเดียวหลังเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ซีก็ได้รับรางวัลจากองค์กร Themed Entertainment Association (TEA) ในด้านของแนวความคิดและการออกแบบสวนสนุก

    ถ้าใครเคยไปเที่ยวสวนสนุกทั้งสองแห่งนี้แล้ว ถือว่าโชคดีสุดๆ เพราะต่างก็เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากการจัดอันดับสวนสนุกที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกของปี 2558 โตเกียวดิสนีย์แลนด์อยู่ในอันดับที่ 3 และดิสนีย์ซีอยู่ในอันดับที่ 5 ดังนั้นในวันนี้เราจึงขอเสนอเกร็ดเล็กๆน่ารู้ด้วยกันถึง 12 ข้อ ที่จะช่วยทำให้คุณได้ใช้เวลาในสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์อย่างคุ้มค่าที่สุด

    1. รู้จักโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี

    ทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี เป็นสวนสนุกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกไปที่ไหนดีนั้น เราลองมาทำความรู้จักถึงความแตกต่างระหว่างสองสวนสนุกนี้กันก่อนดีกว่า

    สำหรับโตเกียวดิสนีย์แลนด์ พื้นที่ภายในจะถูกแบ่งออกเป็น 7 โซนด้วยกัน ได้แก่ เวิลด์บาซาร์ (World Bazaar), แอดเวนเจอร์แลนด์ (Adventureland), เวสเทิร์นแลนด์ (Westernland), แฟนตาซีแลนด์ (Fantasyland), ทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland), คริตเตอร์คันทรี (Critter Country) และตูนทาวน์ (Mickey’s Toontown) เนื่องจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์มีโซนพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็ก รวมไปถึงตัวละครน่ารักๆของดิสนีย์ จึงเป็นที่นิยมสำหรับครอบครัวและเด็กๆ ซึ่งพื้นที่ของสวนสนุกมีลักษณะเป็นแบบเปิดกว้างและสามารถรองรับผู้คนกลุ่มใหญ่ๆได้ ดังนั้น อาจจะค่อนข้างแออัดและเนืองแน่นไปด้วยผู้คน

    ส่วนโตเกียวดิสนีย์ซีนั้น เรียกได้ว่าตรงกันข้ามกับโตเกียวดิสนีย์แลนด์ เพราะสวนสนุกแห่งนี้ได้รับนิยมในหมู่ผู้ใหญ่ บรรดาคู่รักและนักเรียนมัธยม ด้วยรูปแบบสวนสนุกแนวสำรวจและผจญภัย โดยถูกแบ่งออกเป็น 7 โซน หรือ “ports of call” ได้แก่ เมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ (Mediterranean Harbour), อเมริกันวอเตอร์ฟรอนท์ (American Waterfront), ลอสท์ริเวอร์เดลตา (Lost Delta), พอร์ตดิสคัฟเวอรี (Port Discovery), เมอร์เมดลากูน (Mermaid Lagoon), อาราเบียนโคสท์ (Arabian Coast) และมิสเทเรียสไอแลนด์ (Mysterious Island) และสำหรับข้อดีอย่างหนึ่งของโตเกียวดิสนีย์ซี ก็คือ การแสดงที่จัดขึ้นกลางทะเลสาบ (นับเป็นจุดเด่นที่สุดของสวนสนุก) ซึ่งทำให้ผู้เข้าชมที่กำลังต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นอยู่ตามจุดต่างๆ สามารถรับชมการแสดงได้

    2. สามารถจองบัตรผ่านระบบออนไลน์

    การซื้อบัตรสามารถซื้อได้ที่ประตูทางเข้าของสวนสนุก แต่คุณจะต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเดินทางไปยืนต่อแถวซื้อบัตร แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีเวลาเพียงจำกัดในการมาเที่ยว อาจจะรู้สึกหมดสนุกได้ ดังนั้น เราขอแนะนำ ให้ซื้อบัตรผ่านทางเว็บไซต์ของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท โดยสามารถเลือกประเภทของบัตรให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้อีกด้วย

    บัตรเข้าชมมีอยู่หลายราคา ขึ้นอยู่กับเวลาที่เข้าชมและอายุของผู้เข้าชม ทั้งนี้ บัตรประเภท 1 วันมีราคาอยู่ที่ 7,400 เยน และบัตรประเภท 2 วันนั้น มีราคาถึง 13,200 เยน แต่สำหรับคนที่ต้องการประหยัดเงิน ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือ บัตรเข้าชมหลัง 6 โมงเย็น (After 6 Passport) ซึ่งคุณสามารถใช้บัตรประเภทนี้ได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการญี่ปุ่น) ในราคาเพียง 4,200 เยน

    สามารถตรวจสอบ ข้อมูลบัตรเข้าชม และ จองบัตรเข้าชมออนไลน์ ได้ที่นี่ *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    3. เลือกเวลาให้เหมาะสม

    โตเกียวดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซี มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี และจะมีบางช่วงเวลาที่มีผู้เข้าชมมากกว่าปกติ ซึ่งแน่นอนว่าช่วงเวลาดังกล่าว ทางสวนสนุกจะมีการจัดกิจกรรมพิเศษขึ้น แต่ถ้าหากคุณไม่อยากเผชิญกับความแออัดของผู้คน และไม่ได้มีเวลามากพอ เราขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการเที่ยวสวนสนุกในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการญี่ปุ่น และวันเทศกาลต่างๆ เช่น วันวาเลนไทน์ วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ และช่วงโกลเดน วีค (วันหยุดยาวของญี่ปุ่น)

    สามารถตรวจสอบ ปฏิทินกิจกรรมพิเศษของดิสนีย์รีสอร์ท และ ปฏิทินการดำเนินงานสวนสนุก ได้ที่นี่

    4. นั่งรถไฟสายโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท
    (Tokyo Disney Resort Line)

    อีกทางเลือกในการประหยัดเวลา ด้วยการใช้บริการรรถไฟสายโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทที่ทั้งสะดวกสบาย และถูกออกแบบมาให้มีความน่ารักมุ้งมิ้งตามแบบฉบับของดิสนีย์ โดยรถไฟสายนี้เป็นรถไฟรางเดียวที่วิ่งรอบโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทและเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟสาย JR ไมฮามะ (สถานีรีสอร์ทเกตเวย์) และสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในตัวรีสอร์ท เช่น สถานีดิสนีย์แลนด์ สถานีดิสนีย์ซี และสถานีเบย์ไซด์ และสิ่งที่พิเศษอีกอย่างคือ ถ้าใครมาเที่ยวสวนสนุกในช่วงเวลาเทศกาลสำคัญ ก็จะมีโอกาสได้เห็นการตกแต่งรถไฟให้เข้ากับตีมเทศกาล เช่น อีสเตอร์ หรือคริสต์มาส เป็นต้น

    ราคาบัตรโดยสารเริ่มตั้งแต่ 260 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 130 เยน สำหรับเด็ก (อายุต่ำกว่า 11 ขวบ) สำหรับชมทัศนียภาพอันน่ามหัศจรรย์รอบสวนสนุก นอกจากนี้ ยังมีบัตรโดยสารประเภท 1 วัน สำหรับผู้ที่ต้องใช้บริการแบบไม่จำกัดเที่ยวในวันเดียวกันและบัตรดังกล่าวยังช่วยประหยัดเงินอีกด้วย

    5. แต่งตัวสบายๆ แต่อย่าลืมเพิ่มความเป็นดิสนีย์ให้กับชุดของคุณ

    การเที่ยวเล่นในสวนสนุกของดิสนีย์ภายในหนึ่งวัน ค่อนข้างใช้เวลานานและทำให้เกิดความเมื่อยล้าได้ การใส่ส้นสูงเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมง หรือใส่ชุดแบรนด์เนมขึ้นเครื่องเล่นคงไม่เหมาะอย่างแน่นอน อาจจะมีคนบางกลุ่มที่ยังสามารถคงความสวยหล่อในชุดแฟชั่น พร้อมเดินเฉิดฉายไปมาได้อย่างคล่องตัวในสวนสนุก แต่คงมีเพียงไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่สามารถทำแบบนั้นได้ ทางที่ดีเราขอแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบดีๆสักคู่ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถขึ้นเครื่องเล่นของสวนสนุกสะดวกขึ้นและพร้อมสนุกสุดเหวี่ยงได้อย่างเต็มที่

    แม้ว่าจะต้องแต่งตัวให้คล่องแคล่วพร้อมลุย แต่ก็อย่าลืมเพิ่มสีสันด้วยไอเท็มสุดชิคของดิสนีย์ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดหรือที่คาดผมมิกกี้เมาส์ รวมไปถึงบรรดาเครื่องประดับสุดน่ารัก อย่างเช่น ต่างหูของซินเดอเรลล่า ซึ่งที่นี่คุณจะสามารถจัดเต็มเพื่อให้เข้าถึงความเป็นดิสนีย์อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนใครมองเป็นตัวประหลาด

    6. วางแผนทริปของคุณด้วย App ของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท

    ถ้าคุณสามารถอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ App ตัวนี้ก็จะช่วยชีวิตคุณได้เยอะเลยทีเดียว เพียงแค่ติดตั้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) แต่เนื่องจาก App นี้ สามารถดาวน์โหลดผ่าน App store ของประเทศญี่ปุ่นได้เท่านั้น ดังนั้นจะต้องทำการเปลี่ยน App Store ให้เป็นของประเทศญี่ปุ่นเสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งคุณจะสามารถตรวจสอบกำหนดการของการแสดงต่างๆ และสามารถสมัครตั๋วที่นั่งแบบล็อตเตอรี่ (ในบางการแสดงหรือขบวนพาเหรดของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ จะสงวนสิทธิ์เฉพาะที่นั่งชมที่มาจากระบบสุ่มเลือก หรือ ล็อตเตอรี่เท่านั้น) ถ้าคุณมี App ตัวนี้อยู่ในมือถือ ก็จะสามารถจัดการวางแผนเที่ยวดิสนีย์แลนด์ได้อย่างง่ายดาย

    7. เพลิดเพลินไปกับข้าวโพดคั่วแสนอร่อยสไตล์ดิสนีย์

    A post shared by Samantha Sun (@samfancymelody) on

    ในระหว่างต่อแถวเพื่อขึ้นเครื่องเล่น คุณสามารถฆ่าเวลาได้ด้วยการรับประทานข้าวโพดคั่วสูตรพิเศษของดิสนีย์ ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสนุก ข้าวโพดคั่วมีให้เลือกด้วยกันหลากหลายรสชาติ ตั้งแต่รสชาติที่คุ้นเคยกันดีอย่าง คาราเมล น้ำผึ้ง และเกลือ ไปจนถึงรสชาติที่แปลกแหวกแนวอย่างรสซีอิ๊วผสมเนย หรือรสแกงกะหรี่

    8. แวะซื้อของที่ระลึกก่อนเข้าไปเล่นในสวนสนุก

    A post shared by @cuicui_strawberry on

    ร้านขายของที่ระลึกโตเกียวดิสนีย์มีสินค้าวางจำหน่ายหลากหลายรูปที่เหมาะสำหรับทุกๆโอกาสและทุกๆคน คุณจะเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับดิสนีย์ ไม่ว่าจะเป็นสายโทรศัพท์มือถือ ช็อกโกแล็ต ถ้วยน้ำชา หรือแม้กระทั่งผ้าห่ม หลายคนเลือกที่จะซื้อของที่ระลึกเป็นกิจกรรมอย่างสุดท้าย เพื่อที่จะได้ถือกลับบ้านได้เลยทันทีที่ออกจากสวนสนุก แต่ทั้งนี้ หากเป็นสินค้าชิ้นไม่ใหญ่มากนัก อย่างเช่น ต่างหู เคสโทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ เราขอแนะนำให้คุณซื้อตั้งแต่ตอนเข้าสวนสนุกเลยจะดีกว่า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเบียดเสียดกับผู้คนจำนวนมากในร้านค้า

    สามารถตรวจสอบข้อมูลร้านขายสินค้าที่ระลึกต่างๆได้

    9. แวะชิมขนมรองท้อง แทนการเข้าร้านอาหาร

    การรับประทานอาหารในร้านอาหารของสวนสนุกดิสนีย์ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเมนูอาหารที่ถูกปรุงแต่งให้เข้ากับธีมของดิสนีย์ แต่อย่างไรก็ตามการแวะเข้าร้านอาหาร อาจจะทำให้คุณเสียเวลา แถมเมนูอาหารเหล่านี้ยังมีราคาแพงอีกด้วย ดังนั้นการเลือกรับประทานขนมที่มีขายอยู่ตามจุดต่างๆภายในสวนสนุก จะช่วยให้คุณทั้งประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แถมยังมีขนมให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกี๊ยวซ่าด๊อค หรือเมลอนปังลายตัวการ์ตูน ไมค์ วาโซว์ซกี และพิเศษไปกว่านั้น ถ้าคุณมาเที่ยวสวนสนุกในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น คริสต์มาส บรรดาขนมเหล่านี้จะถูกห่อด้วยกระดาษลายดิสนีย์ที่สุดแสนจะน่ารัก

    10. ดาวน์โหลด App โตเกียวดิสนีย์ Happiness CAM

    คุณสามารถเก็บช่วงเวลาแห่งความประทับใจให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ด้วยการดาวน์โหลด Tokyo Disney Happiness CAM App หลังจากการติดตั้งเสร็จแล้ว คุณสามารถใช้ App นี้ในการตกแต่งภาพถ่ายและใช้ filter น่ารักๆของดิสนีย์ และแม้คุณจะไม่ได้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถที่จะดาวน์โหลดและใช้งาน App นี้ได้เช่นกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) หลังจากทำการติดตั้งแล้ว ในขณะที่คุณอยู่ในดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซี อย่าลืมเปิด GPS เพื่อให้การใช้งาน App อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    11. บริหารเวลาอย่างคุ้มค่าด้วยบริการ FASTPASS ของดิสนีย์

    A post shared by madoka negishi (@mermaid66666) on

    ระบบฟาสท์พาส (FASTPASS) เป็นระบบที่จะมอบสิทธิพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคุณ แถมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยผู้ที่ใช้งานระบบฟาสท์พาสนี้ จะสามารถลัดคิวการต่อแถวได้ โดยไม่ต้องเสียเวลายืนต่อแถวรอนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวของเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยม

    วิธีการใช้งาน ต้องทำอย่างไร?

    ระบบนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และผู้เข้าชมทุกคนสามารถใช้งานได้ ซึ่งเครื่องเล่นบางชนิดอาจไม่มีระบบนี้ให้ใช้ โดยวิธีการใช้งานเพียงคุณทำการสแกนบัตรเข้าสวนสนุกที่เครื่องฟาสท์พาส ซึ่งจะตั้งอยู่ในบริเวณทางเข้าของเครื่องเล่น จากนั้นคุณจะได้รับบัตรฟาสท์พาส ที่จะระบุช่วงเวลาที่คุณ (หรือกลุ่มเพื่อนของคุณ) สามารถเข้าใช้บริการเครื่องเล่นได้ ดังนั้น แทนที่จะต้องเสียเวลามายืนเข้าคิว คุณสามารถไปทำกิจกรรมอื่น อย่างเช่น ทานอาหาร ซื้อของ หรือขึ้นเครื่องเล่นอื่นๆได้ และสามารถกลับมาใหม่ เมื่อถึงเวลาที่ระบุไว้ โดยนำบัตรฟาสท์พาส ไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตรงบริเวณทางเข้าเครื่องเล่น และเจ้าหน้าที่จะพาคุณไปเข้าแถวพิเศษของผู้ถือบัตรฟาสท์พาสเพื่อลัดคิวอันยาวเหยียดไปได้

    สามารถตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บัตรฟาสท์พาสได้ (Disney’s FASTPASS) ที่นี่

    12. เข้าพักโรงแรมของดิสนีย์

    ทางดิสนีย์รีสอร์ทมีบริการที่พัก เพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้ของดิสนีย์ โดยมีรูปแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของห้องพัก ภัตตาคาร ห้องโถง หรือแม้กระทั่งลิฟต์ที่จะถูกตกแต่งด้วยตัวละครจากวอล์ท ดิสนีย์ นอกจากนี้ ห้องพักของโรงแรมสามารถรองรับลูกค้าได้ทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น คู่รัก ครอบครัว รวมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุ

    ทางโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทมอบทางเลือกสำหรับที่พักให้คุณด้วยกันถึงสองรูปแบบ คือ แบบราคาสุดคุ้มค่า (Value Type) โรงแรม Tokyo Disney Celebration Hotel และแบบเน้นความหรูหรา (Deluxe Type) โรงแรม Tokyo Disneyland Hotel, โรงแรม Tokyo DisneySea Hotel MiraCosta และ โรงแรม Disney Ambassador Hotel นอกจากนี้ยังมีที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง คือ โรงแรมโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทออฟฟิเชียล, โรงแรมโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทพาร์ตเนอร์ และโรงแรมโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทกู๊ดเนเบอร์ ซึ่งมีความสะดวกสบายและมีราคาที่ถูกกว่า

    สามารถตรวจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมของดิสนีย์ได้ที่นี่, และสิทธิพิเศษต่างๆสำหรับแขกผู้มาพักที่นี่ (*เฉพาะภาษาอังกฤษ)

    ของแถมพิเศษ : การขอแต่งงานสุดสมบูรณ์แบบ!

    พิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่อยากจะเซอร์ไพรส์แฟนของคุณ ด้วยการขอแต่งงานสุดโรแมนติกราวกับเนรมิตเทพนิยายให้มาอยู่ตรงหน้า ทางสวนสนุกดิสนีย์ได้วางจำหน่ายแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานที่มีให้เลือกด้วยกันหลายหลายแบรนด์ เช่น 4°C (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น), CITIZEN JEWELRY (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น), K.Uno (*มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ) และแน่นอนต้องมีแบรนด์ของดิสนีย์ (*เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

    และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้น ทางโตเกียวดิสนีย์แลนด์ยังมี “ร้านขายรองเท้าแก้ว” (Glass Slipper Shop) ซึ่งตั้งอยู่ในปราสาทของซินเดอเรลล่า เขตแฟนตาซีแลนด์ โดยคุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อรองเท้าแก้ว พร้อมทั้งเลือกขนาดและสีให้ตรงใจคุณได้ นอกจากนี้ ทางร้านยังมีบริการให้คุณสามารถเพิ่มความพิเศษให้กับรองเท้าแก้ว ด้วยการสั่งให้ทางร้านสลักชื่อของคนรักบนรองเท้าแก้ว

    สุดท้ายนี้เราหวังว่า เคล็ดลับทั้งหมดนี้ จะช่วยทำให้คุณได้เข้าสู่ช่วงเวลาต้องมนต์อันแสนวิเศษไปกับคนที่คุณรักที่สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์!

    เว็บไซต์ของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท