3 สิ่งต้องห้ามในยามราตรีของประเทศญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • ประเทศญี่ปุ่นมีความเชื่อหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ตามคู่มือท่องเที่ยวและรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ เช่น ห้ามปักตะเกียบลงบนข้าว และ เลข 4 ที่ถือเป็นเลขอัปมงคล นอกจากนี้ยังมีความเชื่อแบบอื่น ๆ ที่ฝังอยู่ในจิตใจของชาวญี่ปุ่นซึ่งเกี่ยวข้องกับความโชคร้ายและไม่สามารถอธิบายได้ ความเชื่อเหล่านี้มักจะถูกลืมเลือนไปบ้างในบางครั้งจนกระทั่งได้พบเห็นด้วยตาตัวเอง

    ความเชื่อเหล่านี้ก็เหมือนความเชื่อแบบอื่น ๆ ตรงที่มีรากฐานมาจากตำนานปรัมปรา ศาสนา รวมถึงวิญญาณและภูติผี อย่างเช่นเมื่อนานมาแล้วมีเรื่องเล่าที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวลือตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อควบคุมเด็ก ๆ ให้มีระเบียบเรียบร้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับโชคลางที่ชวนให้ขนหัวลุก ซึ่งต่อไปนี้คือตัวอย่างความเชื่อ 3 เรื่อง…ถ้าเจอเองเข้าก็ระวังตัวให้ดีด้วยล่ะ!

    1. การตัดเล็บตอนกลางคืน

    การตัดเล็บที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยอะไร แต่หากทำตอนกลางคืนจะกลายเป็นเรื่องอัปมงคล ซึ่งสาเหตุนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาพแสงสลัวจนอาจทำให้เศษเล็บที่ตัดกระเด็นเข้าตาแต่อย่างใด แต่เชื่อกันว่าผู้ที่ตัดเล็บตอนกลางคืนอาจเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรได้ ซึ่งมีทฤษฎีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อดังกล่าว โดยเฉพาะตัวอักษรในภาษาญี่ปุ่นอย่าง “夜 (โย-yo)” ที่แปลว่า “กลางคืน” กับคำว่า “爪 (ซึเมะ-tsume)” ที่แปลว่า “เล็บ” เมื่อเอามารวมกันจะออกเสียงเป็นคำว่า “世詰め (โยตสึเมะ-yotsume)” ซึ่งแปลว่า “ตัดอายุให้สั้นลง”

    2. การพบเห็นแมงมุม

    การพบเห็นแมงมุมในตอนเช้าที่ญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นเรื่องโชคดี แต่การพบเห็นแมงมุมตอนกลางคืนนั้น ถือเป็นโชคไม่ดี ให้จับมันโยนออกนอกหน้าต่างได้ถ้าต้องการ

    3. การใส่รองเท้าคู่ใหม่ตอนกลางคืน

    อย่าเพิ่งรีบใส่รองเท้าสุดเท่คู่ใหม่หากซื้อมาในตอนเย็น ไม่อย่างนั้นจะเจอโชคร้าย! ความเชื่อนี้มีที่มาจากสมัยเอโดะซึ่งผู้คนจะสวมรองเท้าคู่ใหม่เฉพาะในคืนก่อนงานศพที่เรียกว่า “โอสึยะ (Otsuya)” เท่านั้น ซึ่งยังคงเชื่อกันมาถึงปัจจุบันว่าการสวมรองเท้าคู่ใหม่ตอนกลางคืนถือเป็นเรื่องไม่เป็นมงคล เนื่องจากเป็นสิ่งที่ชวนให้นึกถึงความตาย

    ยังมีกฎเกณฑ์อีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต้องห้ามในเวลากลางคืน ดังนั้นต้องระวังตัวให้ดีถ้าไม่อยากถูกผีร้ายตามหลอกหลอน! และอีกความเชื่อหนึ่งก็คือ ไม่ควรผิวปากในยามค่ำคืน ถ้าไม่อยากเจอความโชคร้าย!

    บางคนอาจสงสัยว่าความเชื่อเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากไหน อาจเป็นไปได้ว่าความเชื่อเหล่านี้มีไว้เพื่อให้นอนหลับสบายในยามค่ำคืน