คำว่า “ไดโจบุ” (大丈夫) ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่าอะไร และควรใช้ตอนไหนบ้าง?

  • ภาษา
  • วัฒนธรรม
  • ในช่วงเวลาที่คุณท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น อาจจะมีภาษาญี่ปุ่นบางคำที่คุณมักจะได้ยินบ่อย ๆ ได้แก่ “คาวาอิ-かわいい” (น่ารัก), “ซามุย-寒い” (หนาว), “อัตซึย-暑い” (ร้อน), “เนะ-ね!” (“ใช่ไหม”), “อาริกาโตะ-ありがとう” (ขอบคุณ), “มาตะ เนะ-またね” (แล้วพบกันใหม่) และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้คุณเคยได้ยินคำว่า “ไดโจบุ-大丈夫” (ซึ่งบางครั้งอาจจะสะกดว่า “ไดโจวบุ”) บ้างไหม?

    หากคุณเคยได้ยินคำนี้มาก่อน คุณอาจจะสงสัยว่าหมายถึงอะไร ซึ่งคำนี้ถูกใช้ในหลายสถานการณ์ และมาพร้อมกับความหมายที่หลากหลาย ถือได้ว่าเป็นคำในภาษาญี่ปุ่นที่ถูกใช้มากที่สุดคำหนึ่ง มาดูกันว่ามีความหมายว่าอะไรและคุณจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างไรที่ญี่ปุ่น

    “ไดโจบุเดส-Daijobu Desu” (大丈夫です)

    ไดโจบุเดส-Daijobu Desu ในภาษาญี่ปุ่นเขียนโดยใช้ตัวคันจิ คือ “大” (ได) แปลว่า ใหญ่, 丈 (โจ) แปลว่า ความสูง หรือ ส่วนสูง และ 夫 (บุ) ที่แปลว่า สามี เดิมทีตัวคันจิ 3 ตัวนี้รวมกัน 大丈夫 แปลว่า “ชายชั้นสูง” แต่เมื่อเวลาผ่านไปความหมายของมันได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

    เราสามารถพูดว่า “ไดโจบุ” เมื่อเราต้องการบอกคนอื่น ๆ ว่าเราสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะทุกอย่างโอเค ยกตัวอย่างเช่น

    • “เวลาผ่านไปแล้ว 30 นาที คุณจะมาถึงทันเวลาไหม” – ตอบ “ไดโจบุ เดส” (หมายถึง ได้ค่ะ)
    • “ฉันได้ยินว่าคุณป่วยเป็นหวัดมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว ตอนนี้คุณรู้สึกดีขึ้นหรือยัง” – ตอบ “ไดโจบุ เดส” (หมายถึง ดีขึ้นแล้วค่ะ)
    • “ต้องขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวานด้วยนะ” – ตอบ “ไดโจบุ เดส” (หมายถึง ไม่เป็นไรค่ะ)

    “เดส-Desu” คือ คำตามไวยกรณ์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคตามหลังคำวิเศษณ์ หรือ คำนาม หมายถึง เป็น อยู่ คือ และยังแสดงความสุภาพเหมือนคำว่า ค่ะ หรือ ครับ ได้อีกด้วย

    อย่างไรก็ตาม ชาวญี่ปุ่นใช้คำนี้กันบ่อยครั้ง จนทำให้ความหมายของมันเกิดความคลุมเครือ และทำให้คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างสับสน ดังนั้นลองมาดูตัวอย่างของสถานการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันที่คนมักใช้คำว่า “ไดโจบุ” กัน

    1. ร้านอาหาร

    เมื่อบริกรถามว่าต้องการน้ำดื่มไหม ผู้คนมักจะพูดว่า “ไดโจบุ เดส” มันอาจจะค่อนข้างไม่ชัดเจนว่า “ไดโจบุ” ในที่นี้หมายถึงอะไร พวกเขาตอบปฏิเสธ หรือ ตอบตกลงกับคำถามของบริกรกันแน่ โดยส่วนมากแล้วคุณจะต้องเดาเอาจากโทนเสียง และท่าทางของพวกเขา

    เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความสับสน หากคุณต้องการน้ำดื่มในสถานการณ์นี้ คุณควรตอบว่า “ไฮ, โอเนไกชิมัส-はい、お願いします” (ใช่ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ) หรือ “อิเอะ เคกโคว เดส-いいえ、けっこうです” (ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ)

    2. การซื้อของ

    ลูกค้ากำลังมองหากระโปรงอยู่ แต่เหมือนเธอจะหาตัวที่เธอต้องการไม่พบ เธอจึงพูดกับพนักงานขายว่า “ฉันต้องการแบบนี้ แต่เป็นสีอื่น” พนักงานขายตอบกลับว่า “ไดโจบุ เดส” ในกรณีนี้พนักงายขายหมายความว่า ลูกค้าสามารถสั่งสินค้านี้ หรือสินค้าที่คล้ายกัน และลูกค้าก็จะได้สิ่งที่ต้องการในไม่ช้า มันอาจจะฟังดูไม่เป็นทางการเท่าไหร่ แต่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันมักจะสื่อสารกันแบบนี้

    3. การรับความช่วยเหลือ

    ตัวอย่างแรก ผู้ชายคนหนึ่งตกจักรยาน และคนที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบเข้าไปช่วยเขา “ไดโจบุเดสก๊ะ?” (การเพิ่มคำว่า “ก๊ะ (か)” เข้าไปในประโยคในภาษาญี่ปุ่นจะทำให้ประโยคกลายเป็นคำถาม หมายความว่า “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ/ครับ?”

    ตัวอย่างอีกอัน หากหญิงชราผู้หนึ่งทำของที่ซื้อมาหลุดมือ และมีคนเข้ามาช่วยเก็บของ เธออาจจะพูดว่า “ไดโจบุ เดส!” ซึ่งหมายถึง “ฉันจัดการเองได้/ฉันไม่เป็นไร” อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์นี้คุณอาจจะได้ยินคำว่า “อาริกะโตะโกะไซอิมัส!ーありがとうございます” (ขอบคุณมาก ๆ)!

    เหตุผลที่คนญี่ปุ่นชอบใช้คำสุดมหัศจรรย์คำนี้ เนื่องจากมันเป็นคำที่สามารถแสดงความหมายได้ทั้ง “ใช่” และ “ไม่ใช่” ซึ่งเป็นคำที่เข้ากันได้ดีกับคนญี่ปุ่น ที่จะคอยสังเกตสถานการณ์รอบตัวอย่างสงบและไม่สร้างปัญหา โดยคำว่า “ไดโจบุ” สามารถใช้เตรียมคำตอบให้กับคำถามไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด แต่อย่างไรก็ตามการตอบคำถามให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าคุณต้องการจะสื่อในทางบวกหรือทางลบ โดยใช้สีหน้าหรือท่าทางประกอบช่วย

    สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น คงเป็นการง่ายที่จะใช้ “ไดโจบุ เดส” เพื่อเป็นการแสดงความหมายว่า “ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ” หรือเป็นการบอกให้ผู้อื่นทราบว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อย่างไรก็ตาม คำนี้ไม่เหมาะใช้ในเชิงธุรกิจ เนื่องไม่ใช่คำที่เป็นทางการ แต่สามารถฝึกใช้คำนี้กับเพื่อนชาวญี่ปุ่นได้ตามสบาย การเรียนรู้คำที่มีความหมายหลากหลายเช่นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการฝึกพูดภาษาญี่ปุ่นอย่างมีประสิทธิภาพและคล่องแคล่ว ในครั้งถัดไปที่คุณได้ยินคำว่า “ไดโจบุ เดส” ต้องพยายามสังเกตสีหน้าและท่าทางของผู้พูดด้วย ลองฝึกฝนด้วยตนเองแล้วคุณจะสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วเช่นเดียวกับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว