5 ขนมของฝากสุดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น!

  • SHOPPING
  • ทั่วประเทศ
  • ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะในส่วนของอาหารเลิศรสชวนน้ำลายสออย่างซูชิ เทมปุระ ราเม็ง โซบะ ยากิโทริ หรือโอโคโนมิยากิเท่านั้น แต่ยังมีของกินเล่นที่มีเอกลักษณ์หลากหลายรูปแบบและขนาดให้เลือกมากมาย พร้อมด้วยรสชาติที่น่าสนใจหรืออาจถึงขั้นแปลกประหลาดอีกด้วย ซึ่งก็เป็นที่ถูกใจใครหลายคน ถึงขนาดต้องสั่งซื้อออนไลน์หลังจากกลับประเทศไปแล้วก็มี!

    ซึ่งจะซื้อเก็บไว้กินคนเดียวสำหรับแฟนพันธุ์แท้ หรือจะซื้อไปฝากคนพิเศษก็ดีไม่แพ้กัน ข่าวดีคือ ของกินเล่นยอดนิยมเหล่านี้มีจำหน่ายตามสนามบินหลัก ๆ ทั้งสนามบินฮาเนดะ สนามบินนาริตะ และสนามบินคันไซ จึงหมดกังวลเรื่องการเดินหาซื้อได้ แม้จะเหลือเวลาไม่มากนักก่อนออกเดินทาง และหากกลัวว่าน้ำหนักกระเป๋าจะเกิน ก็ยังสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าด้านในสนามบินหลังจากผ่านจุดตรวจเช็คความปลอดภัยไปแล้ว

    1. ชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito)

    “ชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito)” แปลตรงตัวว่า “คนรักสีขาว” ขนมแสนอร่อยนี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่ฮอกไกโด ทำจากบิสกิตกรอบสองชิ้นประกอบครีมช็อกโกแลตตรงกลาง มีสองรสได้แก่ รสไวท์ช็อกโกแลตซึ่งเป็นรสดั้งเดิม และรสช็อกโกแลตนมซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า ชิโรอิโคอิบิโตะ เวอร์ชั่นสีดำ

    ครีมช็อกโกแลตรสชาติพิเศษและบิสกิตเนื้อกรุบกรอบคือ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความนิยมของขนมชนิดนี้ โดยตัวบิสกิตนั้นมีรสชาติคล้ายคุกกี้เนยปรุงรสด้วยน้ำตาล โดยขนมชนิดนี้จะอร่อยที่สุดหลังนำออกจากตู้เย็น และให้สัมผัสยอดเยี่ยมที่สุดเมื่อกัดเนื้อบิสกิตลงไปจนครีมช็อกโกแลตค่อย ๆ ละลายออกมาในปาก (แต่ไม่ควรแช่ช่องแข็งเนื่องจากจะทำให้ช็อกโกแลตแข็งตัว)

    มีบรรจุภัณฑ์หลายขนาดให้เลือกทั้งแบบ 12, 24 และ 36 ห่อ ซึ่งมักพบเห็นได้ตามสนามบินต่าง ๆ แม้ว่าแบบที่ขายในโรงงานที่ฮอกไกโดจะมีราคาถูกกว่า แต่โดยทั่วไปแล้วแบบที่จำหน่ายตามร้านค้าปลอดภาษีจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 700 เยนสำหรับแบบ 12 ห่อ และประมาณ 1,400 เยนสำหรับแบบ 24 ห่อ

    การที่ขนมชิโรอิโคอิบิโตะอยู่ในอันดับ 1 สำหรับผู้เขียนนั้น ไม่เพียงแต่เพราะรสชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความนิยมอย่างสูงอีกด้วย โดยแม้จะมีขายในบางประเทศเช่นมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่ราคานั้นสูงกว่าในประเทศญี่ปุ่นถึงสองเท่า และหากใครมีโอกาสไปเยือนฮอกไกโด อย่าลืมไปที่ Shiroi Koibito Park เพื่อชมขั้นตอนการผลิตรวมถึงเลือกซื้อขนมยอดนิยมนี้ได้ในราคาที่ถูกกว่า!

    2. ขนมช็อกโกแลต Royce’

    ของกินเล่นอันดับสองรองจาก ชิโรอิโคอิบิโตะ ได้แก่ ขนมช็อกโกแลต Royce’ (Royce’ Chocolate) หรือบางครั้งสะกดว่า (Royce Chocolate) ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากและมีสาขาอยู่ในต่างประเทศด้วย แต่สำหรับคนรักช็อกโกแลต ขอแนะนำว่าควรซื้อ Royce’ ที่ญี่ปุ่นจะดีกว่า นับแต่เปิดตัวในปี 1983 ช็อกโกแลตนี้ก็เป็นที่รักของผู้คนเป็นจำนวนมาก โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่ฮอกไกโดเช่นเดียวกัน ช็อกโกแลตนี้มีคุณภาพสูงมากจนสามารถเป็นคู่แข่งของแบรนด์ขนมหวานระดับพรีเมียมอย่าง Godiva และ Lindt ได้เลยทีเดียว

    Royce’ มีผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น นามะช็อกโกแลต (Nama Chocolate) ช็อกโกแลตชิป เพียวช็อกโกแลต ช็อกโกแลตเวเฟอร์ และช็อกโกแลตแท่ง ในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ นามะช็อกโกแลต ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากที่สุด โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ได้แก่ แบบที่ผสมและไม่ผสมแอลกอฮอล์ ซึ่งทั้งสองแบบนั้นก็มีรสชาติหลากหลายให้เลือก! รสที่พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านค้าปลอดภาษี ได้แก่ รสมัตฉะ (ชาเขียว), รสแชมเปญ และที่ขาดไม่ได้คือรสดั้งเดิม และหากโชคดีก็อาจเจอรสที่วางขายเฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น รสกล้วย, รส Calvados และรสสตรอว์เบอร์รีด้วย ซึ่งก็มีจำนวนจำกัดเท่านั้น จึงไม่ควรพลาดหากเจอรสเหล่านี้วางขาย เพราะอาจจะขายหมดได้อย่างรวดเร็ว!

    Royce’ นามะช็อกโกแลต โดยทั่วไปจะราคาแพ็กละ 800 เยน ซึ่งจะมี 20 ชิ้น แต่ต้องขอเตือนว่าขนมชนิดนี้เก็บได้นานเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น จึงควรรับประทานให้หมดก่อนถึงวันหมดอายุ นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างจากช็อกโกแลตที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปตรงที่ต้องเก็บในอุณหภูมิไม่เกิน 10°C และยังละลายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหากไม่แช่เย็น ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางบนเครื่องบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง สามารถซื้อ Ice Pack เพิ่มได้ในราคาใบละประมาณ 100 เยน ไม่อย่างนั้นอาจต้องผิดหวังเมื่อเปิดออกมาแล้วพบว่าช็อกโกแลตที่อุตส่าห์ซื้อมาละลายกลายเป็นก้อนเละ ๆ ไปหมด! ซึ่งโดยปกติแล้วพนักงานขายที่สนามบินจะได้รับการอบรมให้สอบถามลูกค้าว่าต้องการ Ice Pack สำหรับใส่ช็อกโกแลต Royce’ หรือไม่ทุกครั้ง จึงมั่นใจได้ว่าช็อกโกแลตที่ซื้อมาจะไปสู่จุดหมายปลายทางและพร้อมรับประทานได้

    3. จากะป็อคคุรุ (Jaga Pokkuru)

    อีกหนึ่งของกินเล่นจากฮอกไกโด ที่หาซื้อได้ทั่วประเทศ จากะป็อคคุรุ (Jaga Pokkuru) คือ การผสมผสานระหว่างเฟรนช์ฟรายส์กับมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบที่ให้สัมผัสกรุบกรอบแบบของขบเคี้ยว ขนมชนิดนี้เป็นหนึ่งในสินค้าขายดีในร้านปลอดภาษีมาอย่างยาวนานจากความกรุบกรอบ ความเป็นต้นตำรับ และที่ขาดไม่ได้คือ รสชาติต่าง ๆ ที่มีให้เลือกมากมาย

    ผู้ที่เคยรับประทานขนมชนิดนี้มาก่อนอาจแปลกใจในความกรุบกรอบที่ยังคงรสชาติไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยมของขนมรูปเฟรนช์ฟรายส์นี้ ความจริงก็คือ จากะป็อคคุรุ (Jaga Pokkuru) ทำจากมันฝรั่งที่เพาะปลูกในฮอกไกโด 100% พร้อมปรุงรสด้วยเกลืออบจากทะเลโอค็อตสก์ (Okhotsk) คัดสรรเฉพาะมันฝรั่งคุณภาพดีที่ผ่านกรรมวิธีปรุงโดยนำมันฝรั่งเก็บสด ๆ เข้าเตาอบทั้งเปลือกเพื่อขับรสชาติของมันฝรั่งให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

    เกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ จากะป็อคคุรุ คือ การที่ขนมชนิดนี้ตั้งชื่อตาม โคโรป็อคคุรุ (Koropokkuru) ซึ่งเป็นคนแคระในตำนานพื้นบ้านของชาวไอนุ ผู้มีนิสัยขี้อายและมักซ่อนตัวไม่ให้ใครเห็น แต่ก็เป็นคนแคระใจดีที่มักแบ่งปันอาหารของตนโดยนำไปวางไว้ใกล้ ๆ บ้านของชาวไอนุในเวลากลางคืน

    ในช่วงต้นปี 2017 ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนมันฝรั่ง แต่แทนที่ผู้คนจะไปซื้อมันฝรั่งจริง ๆ มาตุนไว้ กลับกลายเป็นว่ามีแต่คนแห่ไปซื้อ จากะป็อคคุรุ จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า! สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าขนมแสนอร่อยนี้เป็นที่นิยมและมีผู้คนที่ตื่นตระหนกกับปัญหาการขาดแคลนมันฝรั่งมากเพียงใด

    จากะป็อคคุรุ มีสองขนาดให้เลือก ได้แก่ แบบบรรจุ 6 ห่อและ 10 ห่อ ซึ่งแบบ 10 ห่อนั้นสามารถพบเห็นได้มากกว่า โดยมีราคาอยู่ที่กล่องละประมาณ 1,000 เยน แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของขนมชนิดนี้อาจต้องเตรียมใจรับความผิดหวังไว้บ้าง เนื่องจากขนมชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาด ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินบางแห่งจึงต้องจำกัดจำนวนที่สามารถซื้อได้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้า โดยอาจจำกัดเพียงคนละสองกล่องเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นร้านใดและมีสินค้าในสต็อกอยู่เท่าใด ดังนั้นหากเดินทางเป็นหมู่คณะก็อาจซื้อได้เพียงคนละไม่กี่กล่องเท่านั้น

    Potato Farm ผู้ผลิต จากะป็อคคุรุ (Jaga Pokkuru) เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง จึงมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมมันฝรั่งรูปลูกเต๋า จากะพิริกะ (Jaga Pirika), มันฝรั่งแผ่น Imoko และ Kobutaro หรือแม้แต่ซุปครีมมันฝรั่ง! ทั้งหมดนี้หาซื้อได้ตามสนามบินโดยมีราคาใกล้เคียงกัน หากขนมจากะป็อคคุรุเกิดขายหมดขึ้นมาหรือซื้อได้ไม่จุใจ ก็ลองซื้อ ขนมจากะพิริกะดูได้! โดยมีจุดที่แตกต่างจาก จากะป็อคคุรุ ตรงที่ขนมชนิดนี้ทำจากมันฝรั่งสามสายพันธุ์และมีสามสี (เหลือง แดง และม่วง) ซึ่งไม่เพียงแต่มีรสชาติแตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นสีธรรมชาติ 100% อีกด้วย!

    4. โตเกียวบานาน่า (Tokyo Banana)

    A post shared by Aiko ⚘ (@aifam88) on

    ใครจะคิดว่าเค้กรสกล้วยจะทำออกมาได้น่ารักแบบนี้? แค่เห็น Tokyo Banana ก็รู้ได้ทันทีจากรูปร่างที่คล้ายตัวมินเนียน (Minion) และลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ในส่วนของรสชาติก็ดีไม่แพ้หน้าตาเช่นเดียวกัน โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของที่ระลึกทั่วกรุงโตเกียวรวมถึงที่สนามบิน สำหรับสถานที่บางแห่งเช่นโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) จะมีแบบพิเศษเฉพาะอีกด้วย

    Tokyo Banana มีหกรสให้เลือก เช่น รสเมเปิ้ล รสบานาน่าเชก และรสครีมช็อกโกแลตกล้วย เป็นต้น โดยแต่ละรสจะมีลวดลายแตกต่างกันไป เช่น รสครีมช็อกโกแลตกล้วยจะเป็นลายเสือดาว

    Tokyo Banana จำหน่ายแบบเป็นแพ็ค 4, 8 และ 12 ชิ้น ซึ่งแบบแพ็ค 8 ชิ้นเป็นแบบที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด โดยมีราคาอยู่ที่แพ็คละประมาณ 1,000 เยน แต่ขนมชนิดนี้สามารถเก็บได้เพียง 7 วันเท่านั้น จึงควรซื้อในช่วงใกล้เดินทางกลับหากต้องการนำไปเป็นของฝากให้คนพิเศษที่บ้าน ขนมชนิดนี้ยังเหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญให้คนที่คุณแอบชอบอีกด้วย ไม่แน่ว่า Tokyo Banana ที่แสนน่ารักนี้อาจเป็นสื่อรักให้คุณก็ได้!

    5. ขนมคิทแคท (Kit Kat)

    A post shared by JapanLover.Me (@japanloverme) on

    แม้ว่า Kit Kat จะมีต้นกำเนิดจากบริษัท Rowntree ในเมืองยอร์ก ประเทศอังกฤษ (ก่อนจะเข้ารวมกิจการกับ Nestlé) แต่ขนมกรุบกรอบแสนอร่อยนี้กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น ซึ่งมีการแตกแขนงรสชาติออกมามากมาย แค่ตามมินิมาร์ทหรือร้านช็อกโกแลตทั่วไปก็อาจพบเห็นได้สัก 3-4 รส แต่นั่นก็ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของบรรดารสชาติที่มีอยู่ในญี่ปุ่นทั้งหมด

    จากการสำรวจของ Food Republic (เฉพาะภาษาอังกฤษ) มีการจำหน่าย Kit Kat มากกว่า 200 รสในญี่ปุ่น และยังไม่รวมถึงแพ็คเกจแบบหลายห่อและบางรสที่จำหน่ายในโอกาสพิเศษ!

    Kit Kat เป็นหนึ่งในสุดยอดขนมของฝาก 5 อันดับในใจผู้เขียนด้วยรสชาติต่าง ๆ (ซึ่งบางรสก็ออกจะประหลาดอยู่สักหน่อย) ที่สามารถหาซื้อได้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น แม้ว่าบางรสอาจจะต้องใช้ประสาทสัมผัสของลิ้นที่ดีในการจำแนกความแตกต่างของรสชาติ (เนื่องจากขนมชนิดนี้ปกติจะหวานอย่างเดียว) แต่ก็ยังมีอีกหลายรสที่คุณจะต้องตกหลุมรักตั้งแต่ได้ลองเป็นคำแรกอย่างแน่นอน

    ใครที่เดินทางมาที่ญี่ปุ่นจะต้องเจอ Kit Kat รสที่คาดไม่ถึงบนชั้นวางสินค้าอย่างแน่นอน ตั้งแต่รสที่รู้จักกันดีอย่างรสมัตฉะชาเขียวหรือรสสตรอว์เบอร์รี ไปจนถึงรสสุดขั้วอย่างรสวาซาบิ รสเต้าหู้ รสเหล้าสาเก รสมันเทศ และรสพริก อาจดูเหมือนเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่บางรสก็มีจำหน่ายเฉพาะบางภูมิภาคเท่านั้น หมายความว่าจะซื้อบางรสได้ก็ต้องดั้นด้นไปให้ถึงที่ที่มีขายเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากใครต้องการลองให้หมดทุกรสก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องตระเวนไปทุกซอกทุกมุมของญี่ปุ่น!

    โดยปกติแล้ว Kit Kat แบบแพ็ค 12 ห่อจะมีราคาแพ็คละประมาณ 800 เยน ซึ่งอาจแตกต่างจากนี้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับร้านที่จำหน่ายและรสชาติ หากต้องการลองชิมเพียงเล็กน้อยก่อนตัดสินใจซื้อ (โดยเฉพาะรสชาติสุดประหลาด) ก็สามารถซื้อเป็นแพ็คเล็ก ๆ ได้ตามมินิมาร์ทในราคาเพียงไม่กี่ร้อยเยน

    นอกเหนือจากของกินเล่นที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังมีขนมหวานและอาหารชวนน้ำลายสออีกมากมายให้เลือกซื้อในญี่ปุ่น นี่ยังไม่รวมถึงอาหารตามแผงขายในงานอีเวนท์และเทศกาลกลางแจ้งซึ่งล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับสิ่งที่กล่าวถึงในบทความนี้ไม่ได้มาจากความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความคิดเห็นของผู้คนเป็นจำนวนมากรวมถึงความนิยมของขนมแต่ละชนิดเองอีกด้วย ซึ่งผู้เขียนได้คัดสรรขนมเหล่านี้ให้อยู่ใน 5 อันดับ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าหลายแห่ง (โดยเฉพาะในสนามบิน) และยังมีรสชาติอร่อยจนต้องรีบกลับมาซื้อเพิ่มอีก สำหรับผู้ที่มาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและไม่ต้องการปวดหัวว่าจะซื้ออะไรดี ก็สามารถเลือกซื้อขนมหนึ่งใน 5 อย่างนี้ไปรับประทานเองหรือจะซื้อเป็นของฝากก็ได้