มารยาทแบบชาวญี่ปุ่น: สิ่งไหนควรหรือไม่ควร?

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • มารยาทของชาวญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้าใจในการเรียนรู้ และในบางครั้งก็มีสถานกาณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราก็ควรที่จะเรียนรู้และปฏิบัติตาม ตัวอย่างเช่น การถอดรองเท้าเมื่อคุณเข้าบ้านของคนญี่ปุ่นหรือการใช้ห้องที่ปูด้วยเสื่อทาทามิหรือแม้แต่การเปลี่ยนห้อง

    การอาบน้ำในญี่ปุ่นก็เช่นกัน มีกฎเกณฑ์เคร่งครัดที่คุณต้องปฏิบัติตาม หากคุณไปที่ห้องอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นแบบส่วนตัว, ห้องอาบน้ำสาธารณะ (เซนโตว-sentou) หรือ ออนเซ็น และต้องจำไว้เสมอว่าต้องอาบน้ำชำระร่างกายด้วยฝักบัว ก็อกน้ำ และขันน้ำที่เตรียมไว้ให้ก่อนที่จะเข้าไปแช่น้ำ อ่างน้ำ หรือออนเซ็นทุกครั้ง

    และเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย คุณควรจะเรียกผู้อื่นด้วยการโบกมือโดยที่ฝ่ามืออยู่ด้านล่าง

    การใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกไอจามในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม คุณต้องอดทนเก็บมันไว้จนกว่าจะอยู่ในที่ส่วนตัวแล้วค่อยไอหรือจามออกมา!

    ชาวญี่ปุ่นจะไม่เดินทานอาหารบนถนน (หรือนอกงานเทศกาล) โดยส่วนใหญ่จะมีเก้าอี้ไว้ให้บริการในบริเวณใกล้เคียง ยกเว้นไอศครีมโคนที่น่าจะถือเป็นข้อยกเว้นของกฎนี้ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับคุณว่าอยากจะปฏิบัติตามหรือไม่ คงไม่มีใครที่จะมาแสดงอาการไม่พอใจเมื่อเห็นคุณเดินไปแล้วกินไปด้วยบนท้องถนน

    นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีมารยาทอย่างอื่นที่อยากนำมาฝากคุณ!

    การนั่ง:

    เมื่อไปเยี่ยมบ้านของชาวญี่ปุ่นหรือทานอาหารในร้านสไตล์ญี่ปุ่น คุณอาจจะต้องนั่งพื้น ซึ่งในสถานการณ์แบบทางการคุณจะต้องนั่งท่าเซอิซา (seiza) หรือท่าเทพธิดา โดยนั่งทับขาให้เข่าอยู่ในระดับเสมอกัน อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปกติ คุณสามารถนั่งแบบใดก็ได้ที่คุณรู้สึกสบายตราบใดที่คุณไม่เอาเท้าไปโดนคนอื่น นอกเหนือจากนี้ชาวญี่ปุ่นเองก็ไม่นิยมนั่งท่าเซอิซาเป็นระยะเวลานาน และมักจะเปลี่ยนเป็นท่านั่งอื่นที่สบายมากกว่า หากคุณไม่แน่ใจว่าจะทำถูกหรือเปล่า ลองทำตามคนญี่ปุ่นที่อยู่รอบ ๆ ตัวดูได้

    การโค้งคำนับและการจับมือ:

    japanese-man-bowing

    การโค้งคำนับมีรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วระดับการโค้งมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบุคคลนั้นและฐานะของบุคคลอีกฝ่ายเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจไม่ได้เคร่งครัดกับชาวต่างชาติ แต่เพื่อเป็นการสุภาพต่อชาวญี่ปุ่นที่ไปพบเจอ คุณควรจะลองทักทายพวกเขาด้วยการก้มโค้งเบา ๆ ในปัจจุบันชาวญี่ปุ่นก็เริ่มใช้วิธีจับมือแบบตะวันตกแต่ก็ยังเป็นส่วนน้อย ดังนั้นคุณควรรอให้คนญี่ปุ่นเป็นฝ่ายยื่นมือมาก่อน แล้วคุณถึงค่อยจับมือทักทายกับพวกเขา

    นามบัตร:

    หากคุณอยากจะหางานในประเทศญี่ปุ่น คุณควรเตรียมนามบัตรของคุณให้พร้อม ในการเริ่มต้น พบปะ และประชุมต่าง ๆในญี่ปุ่นจะเริ่มต้นด้วยการแลกนามบัตรเป็นอันดับแรก ดังนั้นควรเตรียมนามบัตรของคุณให้พร้อม ซึ่งการแลกเปลี่ยนนามบัตรจะมีพิธีการเล็กน้อย โดยต้องใช้มือทั้งสองข้างในการให้และรับนามบัตรเสมอ ห้ามเก็บนามบัตรของคุณลงในกระเป๋าทันทีและห้ามขีดเขียนลงบนนามบัตรที่คุณได้รับด้วยเช่นกัน

    ของขวัญ:

    สำหรับการแลกเปลี่ยนของขวัญ (หรือแม้แต่การให้ของขวัญเพื่อตอบแทนน้ำใจหรืออื่น ๆ) ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการอาศัยอยู่ในสังคมของญี่ปุ่น (Omiyage Obligation หรือ กฎเกณฑ์การให้ของขวัญ) หากคุณไปเยี่ยมชาวญี่ปุ่นที่บ้าน คุณควรนำของขวัญไปให้ด้วยซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นของใหญ่โต เช่น ช็อกโกแลต ดอกไม้ หรือของเล็ก ๆ น้อย ๆ คล้ายกับวัฒนธรรมแบบตะวันตก หรืออาจจะเป็นของฝากจากบ้านเกิดของคุณ หากคุณจะให้เงินสดต้องใส่ซองมาให้เรียบร้อยด้วย

    ในบางครั้งคุณอาจะได้รับของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ และไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี สิ่งสุภาพที่ควรทำคือ การปฏิเสธเมื่อคุณได้รับบ่อยครั้ง (หรือแสดงความเกรงใจ) อีกฝ่ายจะคะยั้นคะยอให้คุณรับของเอง ซึ่งการปฏิเสธแต่พองามนั้น เป็นการแสดงออกถึงความสุภาพและไม่เห็นแก่ตัวในการเป็นฝ่ายรับเพียงอย่างเดียว!

    คำสรรเสริญ:

    การกล่าวคำชมหรือสรรเสริญถือเป็นเรื่องปกติของชาวญี่ปุ่น แม้แต่ในเรื่องเล็กน้อยอย่างชาวต่างชาติที่พยายามเรียนรู้ประโยคภาษาญี่ปุ่นหรือเรียนรู้ที่จะใช้ตะเกียบต่างก็ได้รับคำชมมากมาย คุณควรจะตอบรับคำชมด้วยการถ่อมตัวว่าไม่ได้ทำได้ดีขนาดนั้น (ซนนะ โกโตะ วะ อริมาเซน- sonna koto wa arimasen)

    ความตรงไปตรงมา:

    ชาวญี่ปุ่นจะไม่แสดงออกโดยตรง เนื่องจากการแสดงออกโดยตรงจะถูกมองว่าไม่สุภาพและหยาบคาย ชาวญี่ปุ่นไม่ชอบให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์กับผู้อื่น นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายเปรียบเปรยว่าเป็น “เสียงในท้อง” หมายถึงการพูดอ้อมไปมา ซึ่งสำหรับในบางประเทศการทำเช่นนั้นมีแต่จะส่งผลให้เกิดความคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ พวกเขาสามารถอ่านสถานการณ์ได้เมื่อทราบถึงจุดมุ่งหมายของทั้งสองฝ่ายที่ชัดเจน

    เพราะฉะนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงการพูดตรง ๆ ที่จะทำให้รู้สึกแรงเกินไป นอกเหนือจากนี้หากมีใครกำลังออกความคิดเห็น แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ตาม อย่าไปขัดด้วยการพูดว่า “มันไม่ถูกต้อง” หรือ “ไม่เห็นด้วย” และควรจำไว้ว่าการเงียบสามารถตีความหมายได้อย่างหลากหลายมากในญี่ปุ่น ซึ่งการเงียบก็ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นการตกลงหรือได้ข้อสรุปแล้วแต่อย่างใด