10 เครื่องรางนำโชคยอดนิยมของญี่ปุ่น: ที่ควรมีไว้ในครอบครอง!

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • คุณคิดว่าอะไร คือ สัญลักษณ์แห่งความโชคดีในประเทศไทยบ้าง? แล้วคุณมีสิ่งของหรืออาหารที่เชื่อว่าถ้ารับประทานไปแล้วจะโชคดีบ้างไหม? ในแต่ละประเทศมีความเชื่อและประเพณีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การสวมใส่เครื่องแต่งกายหรือการใช้สิ่งของ หรือกระทั่งการกระทำบางอย่างเพื่อให้ตนโชคดี แม้ว่าในปัจจุบันคนส่วนมากอาจจะไม่ได้สนใจในเรื่องของความ “มหัศจรรย์” ของประเพณีอีกต่อไปแล้ว แต่ความเชื่อเรื่องโชคลางยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้!

    ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยประเพณีมากมายและมีสัญลักษณ์ในแบบต่าง ๆ ที่ผู้คนยึดถือมาตั้งแต่สมัยโบราณว่าเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดโชคลาภและความสุข ความมั่งคั่ง ความโชคดี และโชคด้านอื่น ๆ ศาลเจ้าในญี่ปุ่นจึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะแวะเวียนมาเพื่อขอพรขอโชคลาภจากเทพเจ้าหรือดวงวิญญาณ หรือจากการใช้สิ่งของนำโชคเพื่อช่วยให้ตนได้สิ่งที่ต้องการในชีวิต ความเชื่อเหล่านี้ส่วนมากมีที่มาจากศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู และลัทธิต่าง ๆ ของจีน ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสิ่งของเล็ก ๆ อย่างเช่น ตาข่ายดักฝัน ที่ถือว่าเป็น “เอนกิโมโนะ” ซึ่งก็คือเครื่องรางให้โชคนั่นเอง และนี่คือ เอนกิโมโนะ 10 อย่างที่เป็นที่นิยมในประเทศนี้ ซึ่งอาจช่วยให้คุณโชคดีขึ้นก็เป็นได้

    1. ปลาโค่ยหรือปลาคาร์พ (The Koi Fish)

    ปลาคาร์พ หรือ ปลาโค่ย นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่นและเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความเคารพอีกด้วย เราสามารถมองเห็นปลาหลากสีเหล่านี้ว่ายน้ำตามบ่อน้ำหรือแม่น้ำซึ่งอยู่ติดกับวัดวาอารามหรือศาลเจ้า เช่น ในสวนอุเอโนะ คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าปลาคาร์พเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ความสุข และความอยู่ดีกินดี และเนื่องจากปลาคาร์พสามารถว่ายทวนกระแสน้ำได้ จึงเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความตั้งใจอีกด้วย

    ภาพวาดปลาคาร์พจึงมักจะปรากฏอยู่บนชุดกิโมโนผู้ชาย และปรากฏในวันเด็กผู้ชายซึ่งเรียกว่า “ทาโนะ โนะ เซคกุ (Tano no Sekku)” ที่จัดขึ้นในวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมของทุกปี ในแต่ละบ้านที่มีลูกชายจะแขวนธงรูปปลาคาร์พ หรือ “โคอิโนโบริ (koinobori)” ไว้ที่หน้าบ้าน หากคุณอยู่ประเทศญี่ปุ่นระหว่างช่วงสิ้นเดือนเมษายน คุณจะได้เห็นโคอิโนโบริที่สวยงามแขวนอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงให้แก่ลูกชายในครอบครัว

    2. กบ

    กบเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่เชื่อกันว่าจะนำโชคลาภมาให้ เนื่องจากคำว่า “กบ” ในภาษาญี่ปุ่นที่อ่านว่า “คาเอรุ (kaeru)” มีความหมายว่า “กลับคืน” กบจึงเป็นตัวแทนของผู้คนหรือสิ่งของที่คืนกลับสู่ถิ่นที่มาหรือบ้านนั่นเอง ผู้คนมักห้อยกบตัวเล็ก ๆ ที่กำลังทำท่าห้อยต่องแต่งบนกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าในขณะเดินทาง โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้คนเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยนั่นเอง

    3. นกฮูก

    A post shared by Pump jung (@pump.jung) on

    นกฮูก หรือ “ฟุกุโร (Fukurou)” เป็นสัญลักษณ์ของ “การปราศจากความยากลำบากในชีวิต” และ “การได้มาซึ่งโชคลาภ” ตามชานเมืองของญี่ปุ่นนั้นคุณอาจได้เห็นพวกหม้อเซรามิกลวดลายนกฮูก หรือรูปปั้นตกแต่งตามสวน เนื่องจากเชื่อกันว่าสิ่งนี้จะช่วยปกป้องคุณจากความยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับ ของเล่น หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่มีรูปร่างเป็นนกฮูกขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปและร้านขายของที่ระลึกอีกด้วย

    4. แมวกวัก

    “มาเนกุ (Maneku)” แปลว่า การเชื้อเชิญ หรือการกวักมือเรียก ส่วนคำว่า “เนโกะ” แปลว่า แมว เจ้ามาเนกิเนโกะเป็นสิ่งที่คุณสามารถพบเห็นในตลาดขายของเอเชียและอาจคิดว่าเป็นของขวัญชิ้นเล็ก ๆ น่ารัก ๆ เจ้าแมวกวักนี้ทำมาจากเซรามิก, พลาสติก, หรือโลหะ และมีท่าทางที่แตกต่างกันไป โดยสีสันและท่าทางที่แตกต่างกันนั้นยังมีความหมายที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย เช่น สีทองเป็นสีที่จะนำโชคลาภและความมั่งคั่งมาให้ ในขณะที่สีดำเป็นสีที่เชื่อว่าช่วยป้องกันวิญญาณร้ายและช่วยปกป้องให้ปลอดภัย

    เจ้ามาเนกิเนโกะนี้มีทั้งตัวที่ยกอุ้งเท้าซ้ายและตัวที่ยกอุ้งเท้าขวา ซึ่งอุ้งเท้าขวานั้นใช้เพื่อเรียกเงินทองและการเงิน ส่วนอุ้งเท้าซ้ายใช้เพื่อเรียกลูกค้าและผู้คน ซึ่งไม่ว่าเจ้าแมวจะยกอุ้งเท้าข้างใดก็ถือเป็นผลดีต่อกิจการนั่นเอง อย่างไรก็ตามอุ้งเท้าซ้ายนั้นเดิมใช้สำหรับสถานบันเทิงยามค่ำคืน เช่น บ้านเกอิชาและร้านอาหาร หากคุณได้พบเห็นมาเนกิเนโกะครั้งต่อไป อย่าลืมสังเกตด้วยนะว่า ยกอุ้งเท้าข้างไหน!

    5. ตุ๊กตาดารุมะ

    ส่วนมากตุ๊กตาดารุมะนั้นจะมีสีแดงและมีใบหน้าเป็นผู้ชายที่มีคิ้วหนาและไว้หนวดเครา ทำมาจากกระดาษหรือไม่ก็เซรามิก ตามความเชื่อของญี่ปุ่นถือว่าเป็นสิ่งที่นำโชคลาภ ความรัก ความกล้าหาญ และพลังอำนาจมาให้ ตุ๊กตาเหล่านี้มีทั้งหมดด้วยกันห้าสีซึ่งมีความหมายแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ตุ๊กตาดารุมะสีแดงจะนำโชคลาภมาให้ ตุ๊กตาดารุมะสีขาวจะช่วยเรื่องความรักและความสามัคคี ส่วนตุ๊กตาดารุมะสีทองจะนำความมั่งคั่งมาให้

    6. นกกระสา

    นกกระสา หรือ “ซึรุ” ในภาษาญี่ปุ่นนั้น สามารถพบเห็นได้ในภาพวาดญี่ปุ่นและเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ให้โชคลาภแก่คนญี่ปุ่น เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเทศกาลปีใหม่และการแต่งงาน โดยชุดกิโมโนสำหรับงานแต่งงานแบบดั้งเดิมจะมีลวดลายถักทอเป็นภาพรูปนกกระสา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดี นั่นก็คือ ถ้าคุณพับนกกระสาได้ครบหนึ่งพันตัวแล้วความปรารถนาของคุณจะเป็นจริง

    7. ไดโกกุเตน (Daikokuten)

    ไดโกกุเตน (Daikokuten) เป็นเทพเจ้าแห่งความเจริญรุ่งเรืองในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ซึ่งไดโกกุเตนเป็นหนึ่งในเจ็ดเทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น รูปปั้นไดโกกุเตนทั้งใหญ่และเล็กนั้นมีอยู่ตามบ้านเรือนและร้านค้าต่าง ๆ มากมาย และเป็นที่เชื่อกันอีกด้วยว่าเป็นสิ่งที่จะนำพาความมั่งคั่งและโชคลาภมาให้

    8. โฮเตอิ (Hotei)

    พระพุทธเจ้าทรงพระสรวลหรือที่รู้จักกันในนามว่า “โฮเตอิ” นั้น เป็นหนึ่งในรูปปั้นที่แสดงพระอิริยาบถของพระพุทธเจ้านั่นเอง ทำจากโลหะหรือเซรามิก องค์ที่เป็นที่นิยมจะมีสีทอง มือข้างหนึ่งถือสร้อยประคำและมีกระเป๋าใบใหญ่อยู่บนไหล่ โดยเชื่อกันว่าหากตั้งสัญลักษณ์ของเทพเจ้าที่มีรูปร่างอ้วนท้วนและอารมณ์ดีไว้ในบ้านหรือร้านค้าจะสามารถนำโชคลาภและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมาให้ ซึ่งโฮเตอิก็เป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดของญี่ปุ่นนั่นเอง

    9. โอมาโมริ (The Omamori)

    โอมาโมริ โอมาโมริ (The Omamori) เป็นเครื่องรางที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมญี่ปุ่นชิ้นเล็ก ๆ ภายในบรรจุคำอธิษฐานที่เขียนลงบนกระดาษหรือเศษไม้ สำหรับคำว่า “มาโมรุ (Mamoru)” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นหมายถึง “ปกป้อง” และคำว่า “มาโมริ (Mamori)” เองก็หมายถึง “การปกป้อง” ซึ่งเราจะได้พบกับเครื่องรางชิ้นนี้ในหลากหลายสีและรูปร่าง โดยมีขายอยู่แทบจะทุกศาลเจ้าและวัดต่าง ๆ โดยสิ่งนี้เป็นที่เชื่อถือกันว่าจะนำพาโชคลาภมาให้ และมีหลากหลายชื่อเอาไว้สำหรับการขอความปลอดภัยและโชคลาภในสถานที่และสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย และยังเป็นที่เชื่อกันอีกว่าหากผ้าที่คลุมเอาไว้เปิดออก จะทำให้เครื่องรางสูญเสียพลังในการปกป้อง ดังนั้นจึงห้ามเปิดออกมาเด็ดขาด

    10. มัตสึ (The Matsu)

    มัตสึ (The Matsu) หรือกิ่งสนนั้น สามารถพบเห็นได้ตามสวนแบบญี่ปุ่นหลายแห่ง โดยต้นสนเป็นพันธุ์พืชที่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปีและสามารถเอาชีวิตรอดได้แม้ในสภาพอากาศที่เลวร้าย อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและการมีอายุยืนยาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการจัดเตรียมต้นสน ต้นไผ่ และต้นพลัมเพื่อใช้ในการทำ “คาโดมัตสึ (kadomatsu)” และจะวางไว้ตามประตูทางเข้าบ้าน สำนักงาน และวัดวาอารามเพื่อต้อนรับปีใหม่ โดยต้นไม้ทั้งสามชนิดนี้ต่างก็เชื่อถือกันว่าเป็นสิ่งที่ช่วยนำพาโชคลาภมาให้นั่นเอง

    เครื่องรางที่เป็นที่รู้จักกันดีนี้เป็นเพียงแค่ความเชื่อบางส่วนของชาวญี่ปุ่นเท่านั้น ยังมีสัญลักษณ์ที่ช่วยในเรื่องของการนำโชคอย่าง ดอกโบตั๋น ดอกซากุระ และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณได้พบกับเกอิชาก็อย่าลืมที่จะรับดอกไม้ที่เป็นกระดาษชิ้นเล็ก ๆ หรือสติกเกอร์และเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ให้ดี เพราะคุณจะมีโชคในเรื่องการเงิน! แม้ว่าคุณจะไม่เชื่อเรื่องราวเหนือธรรมชาติ แต่การได้ลองมีส่วนรวมกับประเพณีต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน และถ้าหากมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับคุณก็อย่าลืมขอบคุณเครื่องรางนำโชคของคุณด้วยล่ะ เครื่องรางบางชิ้นอาจจะเป็นแค่ความเชื่อในท้องถิ่นเท่านั้น แต่สำหรับเครื่องรางบางชิ้นอย่างเช่น แมวมาเนกิเนโกะนั้นถือได้ว่ามีชื่อเสียงในระดับสากลเลยทีเดียว

    ความเชื่อเรื่องเครื่องรางนำโชคนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่น เพราะมนุษย์อย่างเราต่างก็มีความเชื่อและศรัทธาอะไรบางอย่าง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจรวมถึงเชื่อว่ามีพลังมากกว่าและสามารถช่วยในเรื่องของอนาคตที่ดีของเราได้ แล้วเครื่องรางนำโชคทั้งสิบชิ้นที่คุณได้เห็นนี้ คุณคิดว่าชิ้นไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

    *Featured Image: jp.fotolia.com/