7 สิ่งที่เหล่าคนต่างชาติ (ไกจิน) ไม่ชอบเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • 1. การโค้งคำนับ

    ในตอนแรกคุณอาจจะไม่ชอบการโค้งคำนับ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเวลาผ่านไปคุณจะเริ่มชอบมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกฉันเองก็ไม่คุ้นกับการโค้งคำนับอย่างเป็นพิธีรีตองเพราะต้องผงกศีรษะขึ้นและลงทุกครั้งที่มีใครเดินเข้าหรือออกหรือทำอะไรในห้อง เหมือนจะต้องทำอยู่อย่างนั้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด! ฉันมักจะโค้งคำนับช้ากว่าเพื่อนร่วมงานทุกครั้งโดยที่ไม่สามารถตบเอวแบบคาราเต้ โค้งตัวลงครึ่งหนึ่งและประสานมืออย่างเรียบร้อยได้ การโค้งคำนับของฉันดูเหมือนการลดตัวลงแบบการถอนสายบัวที่ดูตลก โดยที่พยายามจะสบสายตาตลอดมากกว่า ทำให้ร่างกายแกว่งไปแกว่งมาและหันคออย่างตลก ๆ แต่ในที่สุดก็สามารถปรับตัวโค้งคำนับได้เหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ทุกวันนี้เมื่อฉันโค้งคำนับฉันจะรู้สึกได้ถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและความเคารพในเวลาเดียวกัน ดังนั้นถ้าการโค้งคำนับทำให้คุณปวดหัวให้ลองทำไปเรื่อย ๆ แล้วในที่สุดก็จะทำได้เอง

    2. ไม่มีถังขยะในที่สาธารณะ

    คนญี่ปุ่นทิ้งขยะกันที่ไหน? พวกเขาเก็บขยะใส่ถุงพลาสติกแล้วซ่อนไว้ในเสื้อโค้ทตลอดวันหรือเปล่า? ฉันแปลกใจมากที่ประเทศที่สะอาดขนาดนี้กลับแทบไม่มีถังขยะในที่สาธารณะเลย! ที่เดียวที่คุณอาจจะเจอถังขยะ คือ ด้านนอกร้านสะดวกซื้อ เวลาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นฉันต้องคอยเอาเศษขยะออกจากกระเป๋ารวมทั้งกระเป๋าเสื้อผ้าเพราะมักจะหาถังขยะไม่ได้เลย

    3. บรรจุภัณฑ์

    ประเทศที่มีการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบที่สุดและรักสิ่งแวดล้อมอย่างญี่ปุ่น กลับเป็นประเทศที่มีการใช้พลาสติกและกระดาษสำหรับใส่สินค้าอยู่มากมายหรือบางครั้งอาจเกินความจำเป็นอย่างเช่น โดนัทจะถูกห่อด้วยกระดาษแก้วแล้วก็ผนึกด้วยพลาสติก จากนั้นจะใส่ในถุงพลาสติกอีกที แถมพนักงานแคชเชียร์ยังติดเทปลงบนสินค้าทุกชิ้นอีกซึ่งมันไม่มีความจำเป็นเลย ยังไม่รวมบรรดาซองดูดความชื้นต่าง ๆ ที่มักจะใส่มาในถุงอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องรับประทานในทันทีอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ซองกันชื้นมาด้วยแต่อย่างใด

    4. ความอ้อมค้อม

    เวลาคนญี่ปุ่นพูดอะไรบางอย่างกับคุณ คุณอาจจะดูไม่ออกเลยว่าพวกเขาจริงใจหรือไม่ บางทีพวกเขาอาจพูดแบบนั้นเพื่อไม่ให้คุณรู้สึกไม่ดีก็ได้ เพราะชาวญี่ปุ่นไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนหยาบคาย บางครั้งก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรเลยเพื่อให้ไม่ให้กระทบความรู้สึกของผู้อื่น ฉันชอบความสุภาพของวัฒนธรรมญี่ปุ่นนะ แต่บางครั้งก็อยากให้พูดกับฉันตรง ๆ มากกว่าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและพูดโดยไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะไม่พอใจ เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ของฉันค่อนข้างคุ้นเคยกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย รู้จักชาวต่างชาติมากมายและเคยอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อพวกเขาถามอะไร ฉันจะถามกลับเสมอว่า “ต้องการให้ฉันพูดตรง ๆ ไหม” พวกเขาเข้าใจในเจตนาของฉันว่าแค่ต้องการจะบอกความจริงและแสดงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น ถึงแม้พวกเขาจะดูโอเคกับการบอกอะไรตรง ๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าพวกเขาคิดแบบนั้นจริงหรือเปล่า? หรืออาจจะเป็นแค่มารยาทที่ไม่อยากทำให้ฉันเสียความรู้สึกก็เป็นได้

    5. การปั่นจักรยานบนทางเท้า

    ที่ญี่ปุ่นจะมีการปั่นจักรยานบนทางเท้า ซึ่งดูเหมือนหลายคนจะสับสนว่าควรใช้เลนไหนสำหรับการปั่นจักรยาน เพราะแม้แต่ในบริเวณที่มีการกำหนดฝั่งคนเดินเท้าและรถจักรยานไว้อย่างชัดเจน ผู้คนก็ยังคงปั่นจักรยานไปทั่วบริเวณนั้น แต่ในทางกลับกันถ้าฉันเป็นคนขี่จักรยานก็คงไม่อยากจะลงไปปั่นบนถนนแบบในหลาย ๆ ประเทศให้เสี่ยงโดนรถบรรทุกหรือรถชนเช่นกัน

    6. อาหารที่ทำยังไงก็ไม่มีวันกินได้

    ฉันชอบอาหารญี่ปุ่นมากก็จริง แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่ไม่สามารถรับประทานได้แม้จะพยายามลองมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วก็ตาม เช่น ถั่วแดง บ๊วยดอง สาหร่ายทะเล นัตโตะ แต่อาหารที่ชอบก็ยังมีเยอะมากกว่าอยู่ดี

    7. เวลาปิดของตู้เอทีเอ็ม

    ในประเทศญี่ปุ่นจะมีเวลาปิดของตู้เอทีเอ็มด้วย ซึ่งฉันพยายามหาคำตอบว่าเหตุผลคืออะไร? เพราะในประเทศที่ปลอดภัยอย่างประเทศญี่ปุ่นไม่น่าจะต้องกลัวเรื่องของการจี้ปล้นถึงขนาดนั้น แถมตู้เอทีเอ็มก็ยังอยู่ในตัวอาคารอีกด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้การซื้อของต้องหยุดชะงักให้วางแผนถอนเงินสดล่วงหน้าไว้ตลอดและพยายามหลีกเลี่ยงการถอนเงินในช่วงเย็นและช่วงสุดสัปดาห์เพราะจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม